คำพิพากษาฎีกา/อู่ซ่อมทำรถยนต์หาย เรียกค่าเสียหายทางละเมิดได้|คำพิพากษาฎีกา/อู่ซ่อมทำรถยนต์หาย เรียกค่าเสียหายทางละเมิดได้

คำพิพากษาฎีกา/อู่ซ่อมทำรถยนต์หาย เรียกค่าเสียหายทางละเมิดได้

  • ทนายคลายทุกข์ ปรึกษากฎหมาย โทร 02-9485700
  • Email: [email protected]
Header Background Image

งานเผยแพร่ความรู้ทางด้าน กฎหมาย การบริหารการจัดการหนี้สินในองค์กรภาครัฐและภาคเอกชน การฝึกอบรมสัมมนาพัฒนาบุคลากร ในการประกอบธุรกิจ หากหน่วยงานของรัฐ บริษัทห้างร้าน มีความสนใจ เชิญทีมงานไปฝึกอบรมสัมมนาหรือต้องการข้อมูลข่าวสาร ติดต่อได้ที่ 02-948-5700 อ่านต่อ

ท่านใดที่สนใจเกี่ยวกับหลักสูตรฝึกอบรมการติดตามหนี้ ทวงหนี้อย่างไรให้ได้ผล ได้เงิน รักษาภาพลักษณ์ รักษาลูกค้า/หลักสูตรการป้องกันและการปราบปรามการทุจริตภายในองค์กร/หลักสูตรกฎหมายแรงงาน สำหรับเจ้าหน้าที่ฝ่ายบุคคลหรือผู้บริหารบริษัท สนใจโทร.02-9485700 อ่านต่อ

สืบทุกเรื่องที่คุณอยากรู้ มีเรื่องคาใจอยากรู้ความจริง โทรมาคุยกับกุ้งได้ที่ 081-625-2161หรือ 089-669-5026 "อย่าปล่อยให้มีเรื่องคาใจ อะไรที่ไม่สบายใจ ต้องหาทางปลดปล่อย สืบให้รู้ความจริง จะได้จบสิ้นกันเสียที สำหรับความทุกข์ที่คาใจมาเป็นเวลานาน อย่าปล่อยให้คนนอกใจลอยนวล" อ่านต่อ

รับแปลเอกสารต่างๆ อ่านต่อ

คำพิพากษาฎีกา/อู่ซ่อมทำรถยนต์หาย เรียกค่าเสียหายทางละเมิดได้

อู่รถยนต์นำรถประกันภัยไปซ่อม และจอดในที่ไม่มีรั้วรอบขอบชิด

บทความวันที่ 14 ก.ย. 2554, 00:00

มีผู้อ่านทั้งหมด 3653 ครั้ง


คำพิพากษาฎีกา/อู่ซ่อมทำรถยนต์หาย เรียกค่าเสียหายทางละเมิดได้

 

อู่รถยนต์นำรถประกันภัยไปซ่อม  และจอดในที่ไม่มีรั้วรอบขอบชิด ทำให้รถยนต์หาย อู่ซ่อมรถยนต์ต้องชดใช้ค่าเสียหายให้กับบริษัทประกันภัยรถยนต์

 

คำพิพากษาฎีกาที่ 555/2553

 

            โจทก์รับประกันภัยรถยนต์ไว้ต่อมารถยนต์ได้รับความเสียหาย  โจทก์นำเข้าซ่อมที่อู่ของจำเลยที่ 2  รถยนต์จึงอยู่ในความครอบครองของจำเลยที่ 2 จำเลยที่ 2 จะต้องเก็บรักษาไว้ในที่ปลอดภัย ทั้งต้องใช้ความระมัดระวังตามสมควรเพื่อมิให้สูญหาย   การที่จำเลยที่ 2 นำรถยนต์ไปจอดบริเวณที่ว่างหน้าอู่โดยไม่มีรั้วรอบขอบชิดและไม่ได้จัดให้มีผู้ดูแลรักษารถยนต์  นับได้ว่าเป็นการประมาทเลินเล่อของจำเลยที่ 2  ที่ไม่ใช้ความระมัดระวังตามสมควรเพื่อป้องกันมิให้รถยนต์สูญหาย  แม้จำเลยที่ 2  ได้ล็อคกุญแจไว้  อันเป็นการปฏิบัติเช่นเดียวกับลูกค้ารายอื่นที่นำรถยนต์มาซ่อม  และตั้งแต่เปิดอู้ซ่อมรถมาไม่เคยมีรถยนต์หายก็มิได้แสดงให้เห็นว่าจำเลยที่ 2  ได้ใช้ความระมัดระวังตามสมควรเพื่อป้องกันมิให้รถยนต์สูญหาย และการที่ไม่เคยมีรถยนต์หายก็มิได้เป็นหลักประกันว่า จำเลยที่ 2 ได้ใช้ความระมัดระวัง  เมื่อรถยนต์สูญหายและโจทก์ได้ชดใช้ค่าเสียหายแก่ผู้เอาประกันภัยไปแล้ว  จำเลยที่ 2 จึงต้องชดใช้ค่าเสียหายให้แก่โจทก์

 

ขอบคุณข้อมูลจากหนังสือคำพิพากษาฎีกา ปี 2553  ตอนที่ 5 หน้า 790  โดยเนติบัณฑิตยสภา

 

 

 

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 1

 แล้วถ้าไม่ใช่รถหายทั้งคัน แต่เป็นสิ่งของที่อยู่ภายในรถหล่ะคะ

โดยคุณ กานต์รวี 29 ม.ค. 2557, 10:23

แสดงความเห็น

ข่าวที่มีผู้อ่านมาก