งานเผยแพร่ความรู้ทางด้าน กฎหมาย การบริหารการจัดการหนี้สินในองค์กรภาครัฐและภาคเอกชน การฝึกอบรมสัมมนาพัฒนาบุคลากร ในการประกอบธุรกิจ หากหน่วยงานของรัฐ บริษัทห้างร้าน มีความสนใจ เชิญทีมงานไปฝึกอบรมสัมมนาหรือต้องการข้อมูลข่าวสาร ติดต่อได้ที่ 02-948-5700 อ่านต่อ
ท่านใดที่สนใจเกี่ยวกับหลักสูตรฝึกอบรมการติดตามหนี้ ทวงหนี้อย่างไรให้ได้ผล ได้เงิน รักษาภาพลักษณ์ รักษาลูกค้า/หลักสูตรการป้องกันและการปราบปรามการทุจริตภายในองค์กร/หลักสูตรกฎหมายแรงงาน สำหรับเจ้าหน้าที่ฝ่ายบุคคลหรือผู้บริหารบริษัท สนใจโทร.02-9485700 อ่านต่อ
สืบทุกเรื่องที่คุณอยากรู้ มีเรื่องคาใจอยากรู้ความจริง โทรมาคุยกับกุ้งได้ที่ 081-625-2161หรือ 089-669-5026 "อย่าปล่อยให้มีเรื่องคาใจ อะไรที่ไม่สบายใจ ต้องหาทางปลดปล่อย สืบให้รู้ความจริง จะได้จบสิ้นกันเสียที สำหรับความทุกข์ที่คาใจมาเป็นเวลานาน อย่าปล่อยให้คนนอกใจลอยนวล" อ่านต่อ
รับแปลเอกสารต่างๆ อ่านต่อ
ซื้อบ้านแล้วมีปัญหาสร้างไม่ได้มาตรฐาน
คุณชวจรรย์ ขอคำปรึกษาทนายคลายทุกข์ว่า ดิฉันและสามีได้วางเงินจองบ้านในโครงการ
1.
โครงหลังคาเป็นสนิมทั้งหมด แม้จะขัดหรือเอาสีมาทาทับ
ก็ไม่มีประโยชน์เพราะสนิมกินเนื้อเหล็ก
2. ก่ออิฐหลุดแนวคาน ซึ่งช่างจงใจนำทรายไปกลบปิดไว้
3. พื้นกระเบื้องชั้นล่าง ปูไม่เสมอกัน
ทำให้มีมุมกระเบื้องโผล่ขึ้นมา คม และอาจเกิดอันตรายได้
4. พื้นปูนชั้นบน ไม่เรียบ มีเศษปูน
ซึ่งหากปูพื้นปาร์เก้ จะทำให้พื้นโก่ง ไม่เรียบ
5. ผนังรอบบ้านทั้งภายนอกและภายใน แตกลายงา หลุดร่อน ทั้งหลัง
6. เกิดรอยแตกร้าว จากมุมประตูทุกจุด
7. ติดตั้งบัวปูนไม่เรียบร้อย รอยต่อคด ร้าวเป็นแนวยาว
8. บัวมอบฝ้าไม่เป็นแนวตรง
9. บัวไม้ภายในบ้านไม่ได้ฉาก เสาร้าวทุกจุด
10. การติดตั้งกรอบหน้าต่างบานใหญ่ชั้นล่าง
เบี้ยวอย่างเห็นได้ชัด
11. ผนังเป็นคลื่น ฉาบไม่เรียบ
12. พื้นห้องน้ำชั้น 2 เท Sleeve ชักโครกไว้แต่ปิดอุดด้วยกระดาษ
เสี่ยงต่อการรั่วซึม
13. ช่างนำประตูรั้วไปวางไว้ในทราย
ทำให้ประตูรั้วเป็นสนิมกินเนื้อเหล็ก
14. ท่อน้ำหน้าบ้าน น้ำเอ่อล้นขึ้นมาส่งกลิ่นเหม็น น้ำเน่า
แต่ช่างกลับตักน้ำในท่อระบายน้ำไปใช้ผสมปูน
ซึ่งปัญหาทั้งหมด
แม้โครงการจะเสนอว่าจะแก้ไข แต่ปัญหาทั้งหมด เป็นปัญหาที่ตัววัสดุก่อสร้าง
และงานก่อสร้างที่ไม่ได้มาตรฐานแม้จะแก้ไข ก็ได้แต่กลบเกลื่อนจากภายนอก ซึ่งโครงการเสนอจะแก้ไขปัญหา
ดังนี้
1. จะทาสีโครงหลังคาให้เข้มขึ้น
เพื่อไม่ให้เห็นสนิม ซึ่งสนิมกินเนื้อเหล็กไปแล้ว ทาสีทับก็แค่ช่วยให้ลูกค้าไม่เห็นเท่านั้น
2. รอยแตกลายงา ก็จะทาสีทับให้
ทั้งที่ปัญหาเกิดจากเนื้อปูน และการฉาบปูน
3. รอยร้าวตามที่ต่างๆ
ก็จะฉาบปูนปิดไม่ให้ลูกค้าเห็น ทั้งที่ปัญหาเกิดจากการสร้างที่ไม่ได้มาตรฐาน
4. อิฐหลุดแนวคาน
บ้านเป็นโพรงก็จะเอาปูนไปอุดให้ ทั้งที่ควรจะเสริมแนวคาน
การแก้ปัญหาทั้งหมดของโครงการเป็นเพียงแค่การเก็บงาน
ไม่ได้แก้ที่สาเหตุโดยตรง ทั้งที่บ้านหลังนี้ไม่อยู่ในสภาพที่จะเข้าไปอยู่อาศัยได้ วันที่ 19 มี.ค. 52 ดิฉันและสามี
จึงยื่นเอกสารร้องเรียนกับทางสำนักงานใหญ่ โดยระบุสาเหตุทั้ง 14 ข้อ รวมถึงแนบรูปปัญหาทุกจุดไปให้สำนักงานใหญ่ดูด้วย และขอให้ทางโครงการ คืนเงินจำนวน 80,000 บาท คืนให้กับเรา เพราะปัญหามิได้เกิดจากการที่ลูกค้าผิดค้างชำระ หรือกู้ไม่ผ่านแต่อย่างใด
ในสัญญาเองก็ไม่ได้ระบุไว้ ว่าจะไม่คืนเงินจอง ในเมื่อสภาพบ้านมีปัญหามากขนาดนี้ โครงการก็ควรจะคืนเงินให้กับลูกค้า
วันจันทร์ที่ 23 มี.ค
พนักงานขายโทรมาแจ้งว่า โครงการจะไม่คืนเงินให้ ไม่ว่ากรณีใดๆ
โดยเสนอว่าให้เราเปลี่ยนไปอยู่บ้านอีกแปลงหนึ่งแทน
ซึ่งดิฉันและสามีได้เคยดูบ้านที่อยู่ระหว่างสร้างของโครงการนี้แล้ว พบว่า
บ้านทุกหลังมีปัญหาจากการก่อสร้างทั้งสิ้น เช่น บางหลัง เสาเบี้ยว เอียง บางหลัง
เทปูนบันได แต่เทไม่หมด เหลือพื้นที่ระหว่างบันได กับผนังเป็นแนวยาว ซึ่งแต่ละหลัง
งานก่อสร้าง ไม่เรียบร้อย และไม่พร้อมที่จะเป็นที่อยู่อาศัยได้เลย ทางเราจึงปฏิเสธ
และยืนยัน ว่าเราจะขอเงินคืน ถ้าไม่คืน
เราก็คงต้องฟ้อง พนักงานขายตอบกลับมาว่า อยากฟ้องก็เชิญ
ถ้าทำแล้วสบายใจก็เชิญ
ดิฉันจึงโทรไปที่สำนักงานใหญ่
โดยได้สนทนากับพนักงาน ชื่อ ภาสกร ซึ่งพนักงานคนนี้ นอกจากจะยืนยันว่ายังไง
โครงการจะไม่คืนเงินให้แล้ว ยังต่อว่าดิฉัน และแก้ตัวกับปัญหาทั้ง 14 อย่าง อาทิ
1. คุณภาสกรอ้างว่า
ทางเราผิดเองที่เข้าไปดูบ้านทั้งที่ยังสร้างไม่เสร็จ ซึ่งถ้าเป็นโครงการอื่น
จะไม่อนุญาตให้ลูกค้าเข้าไปดูบ้านที่กำลังก่อสร้าง
2. คุณภาสกรอ้างว่า
ทางเรายังไม่ได้รับมอบบ้าน ไม่มีสิทธิมาขอทวงเงินคืน
บ้านที่โครงการไหนก็ทำแบบนี้ทั้งนั้น
3. คุณภาสกรยกทุกข้อที่เราร้องเรียนมาพูด
และหาข้อแก้ตัว เช่น
ทุกโครงการก็ใช้โครงหลังคาแบบนี้ทั้งนั้น ก็เป็นสนิมกันหมดหรือ
บ้านของโครงการ K.C ได้รับมาตรฐานจาก สคบ.
เพราะฉะนั้น บ้านหลังนี้มันอยู่ได้
ปลอดภัย ไม่ถล่มแน่นอน
4.
คุณภาสกร เปรียบเปรยว่า ลูกค้าเคยกินน้ำตาลไหม เวลากินน้ำตาล
เคยต้องไปดูโรงงานการผลิตไหม ไม่มีลูกค้าที่ไหน เค้าเข้าไปดูการผลิตหรอก เค้าก็กินแต่น้ำตาลสำเร็จรูปทั้งนั้น
บ้านก็เหมือนกัน ไม่มีเค้าเค้าเค้าไปดูการสร้างหรอก ใครเค้าก็เข้าไปอยู่ตอนบ้านเสร็จทั้งนั้น
5. คุณภาสกรต่อว่าทางเราว่า
จะเอามาตรฐานบ้าน 4 ล้านไปเทียบกับบ้าน 10 ล้านมันเป็นไปไม่ได้หรอก ซึ้อ 4 ล้านมันก็ได้เท่านี้ ซึ่งเราไม่เคยเอาบ้านหลังนี้ไปเปรียบกับโครงการไหนเลย
แม้จะบ้านราคาไม่ถึงล้านก็ตาม ไม่ต้องบ้านราคา 10
ล้านอย่างที่คุณภาสกรเหน็บแนม
6. คุณภาสกรสรุปว่าเราจะไม่ได้เงินคืน
เพราะโครงการมองว่า ลูกค้าเจตนาจะไม่ซื้อบ้าน ทั้งที่โครงการรับว่าจะซ่อมบ้านให้
ในความเป็นจริง
ดิฉันและสามีในฐานะลูกค้า และผู้บริโภค ย่อมมีสิทธิที่เลือกซื้อของที่ดีที่สุด
หรือมีตำหนิน้อยที่สุด ตามสิทธิของผู้บริโภค
ซึ่งระบุในพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภคพ.ศ.2522 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภค(ฉบับที่
2) พ.ศ. 2541 มาตรา 4 ได้บัญญัติสิทธิ ของผู้บริโภคที่จะได้รับการคุ้มครอง 5 ประการ ได้แก่
- สิทธิที่จะได้รับข่าวสารรวมทั้งคำพรรณาคุณภาพที่ถูกต้องและเพียงพอเกี่ยวกับสินค้าหรือบริการ
- สิทธิที่จะมีอิสระในการเลือกหาสินค้าหรือบริการ
- สิทธิที่จะได้รับความปลอดภัยจากการใช้สินค้าหรือบริการ
- สิทธิที่จะได้รับความเป็นธรรมในการทำสัญญา
- สิทธิที่จะได้รับการพิจารณาและชดเชยความเสียหาย
ซึ่งในกรณีนี้ บ้านของโครงการ
เราจึงขอร้องเรียนกับทาง สคบ. เพื่อให้ สคบ.พิจารณาและให้ความเป็นธรรมกับดิฉันและสามี
ในการขอรับเงินจองคืนจากโครงการ และ
ขอให้ดำเนินการเอาผิดกับทางโครงการที่มุ่งเน้นจะขายบ้านที่ไม่มีคุณภาพให้กับลูกค้า
ทั้งนี้ ดิฉันได้แนบรูปถ่ายจุดที่มีปัญหาส่วนหนึ่งมาพร้อมกันนี้แล้ว และยังมีรูปถ่ายอีกจำนวนมากที่พร้อมจะนำมาเป็นหลักฐาน