ถ่ายเอกสารหนังสือฟรีให้ความรู้ โดนจับคดีละเมิดลิขสิทธิ์|ถ่ายเอกสารหนังสือฟรีให้ความรู้ โดนจับคดีละเมิดลิขสิทธิ์

ถ่ายเอกสารหนังสือฟรีให้ความรู้ โดนจับคดีละเมิดลิขสิทธิ์

  • ทนายคลายทุกข์ ปรึกษากฎหมาย โทร 02-9485700
  • Email: [email protected]
Header Background Image

งานเผยแพร่ความรู้ทางด้าน กฎหมาย การบริหารการจัดการหนี้สินในองค์กรภาครัฐและภาคเอกชน การฝึกอบรมสัมมนาพัฒนาบุคลากร ในการประกอบธุรกิจ หากหน่วยงานของรัฐ บริษัทห้างร้าน มีความสนใจ เชิญทีมงานไปฝึกอบรมสัมมนาหรือต้องการข้อมูลข่าวสาร ติดต่อได้ที่ 02-948-5700 อ่านต่อ

ท่านใดที่สนใจเกี่ยวกับหลักสูตรฝึกอบรมการติดตามหนี้ ทวงหนี้อย่างไรให้ได้ผล ได้เงิน รักษาภาพลักษณ์ รักษาลูกค้า/หลักสูตรการป้องกันและการปราบปรามการทุจริตภายในองค์กร/หลักสูตรกฎหมายแรงงาน สำหรับเจ้าหน้าที่ฝ่ายบุคคลหรือผู้บริหารบริษัท สนใจโทร.02-9485700 อ่านต่อ

สืบทุกเรื่องที่คุณอยากรู้ มีเรื่องคาใจอยากรู้ความจริง โทรมาคุยกับกุ้งได้ที่ 081-625-2161หรือ 089-669-5026 "อย่าปล่อยให้มีเรื่องคาใจ อะไรที่ไม่สบายใจ ต้องหาทางปลดปล่อย สืบให้รู้ความจริง จะได้จบสิ้นกันเสียที สำหรับความทุกข์ที่คาใจมาเป็นเวลานาน อย่าปล่อยให้คนนอกใจลอยนวล" อ่านต่อ

รับแปลเอกสารต่างๆ อ่านต่อ

ถ่ายเอกสารหนังสือฟรีให้ความรู้ โดนจับคดีละเมิดลิขสิทธิ์

ถ่ายเอกสารหนังสือ เพื่อแจกจ่ายฟรีให้กับผู้ที่สนใจ แต่โดนเจ้าของฟ้องละเมิด จะต้องทำอย่างไรครับ

บทความวันที่ 30 ก.ค. 2553, 00:00

มีผู้อ่านทั้งหมด 5059 ครั้ง


ถ่ายเอกสารหนังสือฟรีให้ความรู้ โดนจับคดีละเมิดลิขสิทธิ์

           ถ่ายเอกสารหนังสือ เพื่อแจกจ่ายฟรีให้กับผู้ที่สนใจ แต่โดนเจ้าของฟ้องละเมิด จะต้องทำอย่างไรครับ ผมเป็นพนักงานขายเครื่องใช้ไฟฟ้า โดยได้รวบรวมเอกสารข้อมูลการวิจัยจากหนังสือเล่มหนึ่ง เพื่อให้ลูกค้าเป็นข้อมูลอ้างอิงที่เป็นประโยชน์แก่ลูกค้า โดยไม่ได้คิดมูลค่าใด เพราะเจตนาเราต้องการให้ลูกค้ามีข้อมูลเครื่องกรองน้ำและข้อมูลวิจัยเกี่ยวกับน้ำในร่างกายมนุษย์ โดยถ้าลูกค้าอยากได้ข้อมูลเพิ่มก็จะถ่ายเอกสารจากหนังสือนี้ให้ แต่ปรากฏว่าเจ้าของหนังสือฟ้องละเมิดลิขวิทธิ์วรรณกรรม ต้องทำอย่างไรครับ ได้ลงบันทึกประจำวันไปแล้ว เราไม่ได้ตั้งใจคิดว่าหนังสือถ่ายเอกสารมาเพียง 2 เล่มและมี ของเขาจริงประมาณ 20 หน้าเท่านั้น ขอคำแนะนำด้วยครับ
        *โดยจับเป็นหลักฐาน 2 เล่มครับ แต่ก่อนหน้านั้นก็แจกตามที่มีผู้ที่สนใจขอมา ผมโดนจับและลงบันทึกเป็นผู้ต้องหาไว้ เขาจับเป็นหลักฐานเพียง 2 เล่มครับ ก็คงต้องรอศาลเพราะโจทย์ไม่อยากคุยครับ เขาว่าให้ไปชั้นศาลเลย ต้องทำอย่างไรดีครับ
         **หนังสือต้นฉบับเล่มนี้ทางเจ้าของเขามีไว้แจกฟรีเท่านั้นครับ ไม่ได้มีออกจำหน่าย
        ***หนังสือต้นฉบับเล่มนี้มีให้ดาวน์โหลดฟรีทางเว็บไชต์ด้วย
        ****ผมชื้อประกันอิสระภาพออกมาก 70000 บาทครับ โดยเขาคิดเบี้ยที่ 15% คือ 10500 บาทครับ จ่ายที่ สน.ไปแล้ว


คำถาม
        1. ตอนนี้ยังไม่มีโจทย์หรือเจ้าของหนังสือหรือทนายความ โทรมาบอกผมว่าให้เอาอย่างไรต่อไป ผมโดนจับวันที่ 04/06/2553 ครับ
        2. ตอนโดนจับทนายโจทย์บอกว่าให้ผมเลิกขายสินค้าตัวนี้ และเลิกแจกจ่ายถ่ายเอกสาร พร้อมทั้งเอาข้อมูลออกจากเว็บไซต์ ซึ่งผมก็ทำหมดแล้ว เพราะตอนนี้ผมได้เลิกขายสินค้าตัวนั้นแล้ว และไม่ได้กี่ยวข้องใดๆ กับสินค้าตัวนั้นอีก
        3. ผมทำงานบริษัทเอกชนครับ แต่หาอาชีพเสริมโดยการเปิดร้านค้าออนไลน์ทางอินเตอร์เน็ต โดยที่บ้านภรรยาเป็นแม่บ้านไม่มีรายได้ และมีลูกต้องดูแล 2 คนครับ ตรงนี้ถ้าบอกศาลท่านจะกรุราลดโทษหรือค่าปรับได้ไหมครับ
        4. ทนายโจทย์บอกว่าเขาจะเรียกค่าปรับสูงสุด คือ 100000 บาทตามกฏหมาย แต่ผมมีดูหลักฐานของกลางที่เป้นหนังสือถ่ายเอกสารมาเพียง 2 เล่มตรงนี้เขาเรียกค่าปรับเกินหรือไม่ อย่างไรครับ
        5. เงินประกันอิสระภาพที่ผมจ่ายไป 10500 บาท จะได้คืนหรือไม่ ถ้าได้ได้เท่าไรครับ ใบประกันจะคุ้มครองกี่เดือนครับ
         6. ถ้าทางโจทย์ไม่ยอม จะมีหมายศาลมาที่บ้านผมให้ไปขึ้นศาลใช่หรือไม่ครับ
         7. ถ้าศาลตัดสินแล้วเราไม่มีเงินค่าปรับ สมมุติเขาเรียก 100000 บาท บอกตรงๆ ว่าผมทำงานประจำไม่ได้เงินเก็บถึงหนึ่งแสนบาทหรอกครับตอนนี้ ผมจะของลดค่าปรับ หรือว่าทะยอยจ่ายให้โจทย์ได้หรือไม่ครับ ผมเคยอ่านเจอว่าเราทำงานเพื่อสังคมมดแทนค่าปรับได้หรือไม่ครับ
         8. ผมไม่มีเงินไปจ้างทนายครับ ตรงนี้ผมต้องทำอย่างไร ทางออก
         9. ถ้าผมไปศาลแล้ว ผมควรยอมรับ หรือสู้คดีครับ

คำแนะนำทนายคลายทุกข์
          1.  หากเจ้าของลิขสิทธิ์หนังสือได้ฟ้องคดีละเมิดลิขสิทธิ์  ศาลทรัพย์สินทางปัญญา จะมีหมายเรียกให้ท่านซึ่งเป็นจำเลยยื่นคำให้การต่อไป
          2.  หากท่านถูกฟ้องคดีละเมิดลิขสิทธิ์ดังกล่าว  เมื่อท่านเป็นเสาหลักแห่งครอบครัวในการดูแลบุตร 2 คน  และภรรยา   ท่านก็สามารถเสนอต่อศาลได้
         3.  ความผิดการกระทำละเมิดลิขสิทธิ์ดังกล่าว  ระวางโทษปรับตั้งแต่สองหมื่นบาทถึงสองแสนบาท  ตาม พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 มาตรา 69  ย่อมเป็นดุลยพินิจของศาลที่จะพิจารณาลงโทษ  หากท่านเห็นว่าท่านได้กระทำละเมิดลิขสิทธิ์จริง
          4. เงินประกันที่ท่านจ่ายไปเพื่อเป็นประกันอิสรภาพ ท่านจะได้รับคืนเมื่อศาลมีคำพิพากษาในศาลชั้นต้นนั้นแล้ว  หากท่านไม่ผิดสัญญาประกันไปศาลตามกำหนดนัด  โดยใบประกันจะมีอายุคุ้มครองจนศาลชั้นต้นมีคำพิพากษา
          5.  หากศาลมีคำพิพากษาลงโทษท่านเป็นค่าปรับ  โดยท่านไม่มีเงินจ่ายค่าปรับนั้นได้ภายใน 30 วันนับแต่วันที่ศาลพิพากษา  ศาลจะมีคำสั่งยึดทรัพย์สินของท่านใช้ค่าปรับ  หรือมิฉะนั้น  จะต้องถูกกักขังแทนค่าปรับ  โดยถืออัตรา 200 บาท ต่อ 1 วัน  แต่ห้ามกักขังเกินกว่ากำหนด 1 ปี  เว้นแต่กรณีที่ศาลพิพากษาให้ปรับตั้งแต่ 80,000 บาท  ขึ้นไป  ศาลจะสั่งให้กักขังแทนค่าปรับเป็นระยะเวลาเกินกว่า 1 ปี แต่ไม่เกิน 2 ปี ก็ได้  ตาม ป.อ. มาตรา 29,30
          6.  หากท่านเห็นว่า  ตนไม่ได้กระทำละเมิดลิขสิทธิ์ของเจ้าของลิขสิทธิ์  ก็ควรจัดหาทายาทเข้าต่อสู้คดีต่อไป

ตัวบทกฎหมายอ้างอิง
พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537

มาตรา 69 

ผู้ใดกระทำการละเมิดลิขสิทธิ์หรือสิทธิของนักแสดงตามมาตรา 27 มาตรา 28 มาตรา 29 มาตรา 30 หรือมาตรา 52 ต้องระวางโทษปรับตั้งแต่สองหมื่นบาทถึงสองแสนบาท
ถ้าการกระทำความผิดตามวรรคหนึ่งเป็นการกระทำเพื่อการค้า ผู้กระทำต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่หกเดือนถึงสี่ปี หรือปรับตั้งแต่หนึ่งแสนบาทถึงแปดแสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

ประมวลกฎหมายอาญา
มาตรา 29 

ผู้ใดต้องโทษปรับและไม่ชำระค่าปรับภายในสามสิบวันนับแต่วันที่ศาลพิพากษา ผู้นั้นจะต้องถูกยึดทรัพย์สินใช้ค่าปรับ หรือมิฉะนั้นจะต้องถูกกักขังแทนค่าปรับ แต่ถ้าศาลเห็นเหตุอันควรสงสัยว่าผู้นั้นจะหลีกเลี่ยงไม่ชำระค่าปรับ ศาลจะสั่งเรียกประกันหรือจะสั่งให้กักขังผู้นั้นแทนค่าปรับไปพลางก่อนก็ได้
ความในวรรคสองของมาตรา 24 มิให้นำมาใช้บังคับแก่การกักขังแทนค่าปรับ

มาตรา 30

ในการกักขังแทนค่าปรับ ให้ถืออัตราสองร้อยบาทต่อหนึ่งวัน และไม่ว่าในกรณีความผิดกระทงเดียวหรือหลายกระทง ห้ามกักขังเกินกำหนดหนึ่งปี เว้นแต่ในกรณีที่ศาลพิพากษาให้ปรับตั้งแต่แปดหมื่นบาทขึ้นไป ศาลจะสั่งให้กักขังแทนค่าปรับเป็นระยะเวลาเกินกว่าหนึ่งปีแต่ไม่เกินสองปีก็ได้


          ในการคำนวณระยะเวลานั้น ให้นับวันเริ่มกักขังแทนค่าปรับรวมเข้าด้วย และให้นับเป็นหนึ่งวันเต็มโดยไม่ต้องคำนึงถึงจำนวนชั่วโมง
           ในกรณีที่ผู้ต้องโทษปรับถูกคุมขังก่อนศาลพิพากษา ให้หักจำนวนวันที่ถูกคุมขังนั้นออกจากจำนวนเงินค่าปรับ โดยถืออัตราสองร้อยบาทต่อหนึ่งวัน เว้นแต่ผู้นั้นต้องคำพิพากษาให้ลงโทษทั้งจำคุกและปรับ ในกรณีเช่นว่านี้ ถ้าจะต้องหักจำนวนวันที่ถูกคุมขังออกจากเวลาจำคุกตาม มาตรา 22 ก็ให้หักออกเสียก่อน เหลือเท่าใดจึงให้หักออกจากเงินค่าปรับ
เมื่อผู้ต้องโทษปรับถูกกักขังแทนค่าปรับครบกำหนดแล้ว ให้ปล่อยตัวในวันถัดจากวันที่ครบกำหนด ถ้านำเงินค่าปรับมาชำระครบแล้วให้ปล่อยตัวไปทันที

แสดงความเห็น

ข่าวที่มีผู้อ่านมาก