ปิดโรงงาน ลดกำลังผลิต วิกฤตค่ายรถที่รอปากิหาริย์|ปิดโรงงาน ลดกำลังผลิต วิกฤตค่ายรถที่รอปากิหาริย์

ปิดโรงงาน ลดกำลังผลิต วิกฤตค่ายรถที่รอปากิหาริย์

  • ทนายคลายทุกข์ ปรึกษากฎหมาย โทร 02-9485700
  • Email: [email protected]
Header Background Image

งานเผยแพร่ความรู้ทางด้าน กฎหมาย การบริหารการจัดการหนี้สินในองค์กรภาครัฐและภาคเอกชน การฝึกอบรมสัมมนาพัฒนาบุคลากร ในการประกอบธุรกิจ หากหน่วยงานของรัฐ บริษัทห้างร้าน มีความสนใจ เชิญทีมงานไปฝึกอบรมสัมมนาหรือต้องการข้อมูลข่าวสาร ติดต่อได้ที่ 02-948-5700 อ่านต่อ

ท่านใดที่สนใจเกี่ยวกับหลักสูตรฝึกอบรมการติดตามหนี้ ทวงหนี้อย่างไรให้ได้ผล ได้เงิน รักษาภาพลักษณ์ รักษาลูกค้า/หลักสูตรการป้องกันและการปราบปรามการทุจริตภายในองค์กร/หลักสูตรกฎหมายแรงงาน สำหรับเจ้าหน้าที่ฝ่ายบุคคลหรือผู้บริหารบริษัท สนใจโทร.02-9485700 อ่านต่อ

สืบทุกเรื่องที่คุณอยากรู้ มีเรื่องคาใจอยากรู้ความจริง โทรมาคุยกับกุ้งได้ที่ 081-625-2161หรือ 089-669-5026 "อย่าปล่อยให้มีเรื่องคาใจ อะไรที่ไม่สบายใจ ต้องหาทางปลดปล่อย สืบให้รู้ความจริง จะได้จบสิ้นกันเสียที สำหรับความทุกข์ที่คาใจมาเป็นเวลานาน อย่าปล่อยให้คนนอกใจลอยนวล" อ่านต่อ

รับแปลเอกสารต่างๆ อ่านต่อ

ปิดโรงงาน ลดกำลังผลิต วิกฤตค่ายรถที่รอปากิหาริย์

ผลกระทบของเศรษฐกิจโลกที่ซบเซา อย่างหนัก ทำให้ทุกอุตสาหกรรมได้รับ ผลกระทบอย่างรุนแรง

บทความวันที่ 21 พ.ย. 2551, 00:00

มีผู้อ่านทั้งหมด 469 ครั้ง


ปิดโรงงาน ลดกำลังผลิต วิกฤตค่ายรถที่รอปากิหาริย์

ปิดโรงงาน ลดกำลังผลิต วิกฤตค่ายรถที่รอปากิหาริย์

 

ผลกระทบของเศรษฐกิจโลกที่ซบเซา อย่างหนัก ทำให้ทุกอุตสาหกรรมได้รับ ผลกระทบอย่างรุนแรง อย่างเช่น อุตสาหกรรมรถยนต์ ที่ถือว่าเป็นหนึ่งในอุตสาหกรรมหลักของโลก ก็ได้รับผลกระทบเช่นกัน

 

บิ๊กทรี 3 บริษัทรถยนต์ยักษ์ใหญ่ของโลก อย่าง ฟอร์ด จีเอ็ม และไครสเลอร์ ที่เป็น สัญชาติอเมริกัน ต่าง บาดเจ็บจากวิกฤตเศรษฐกิจครั้งนี้ ถึงขนาดที่เรียกร้องให้รัฐบาลสหรัฐเข้ามาช่วยเหลือด้วยจำนวนเงินนับแสนล้านบาท เพื่อพยุงให้ธุรกิจสามารถดำเนินงานต่อไปได้

 

ทั้งนี้ เพราะยอดจำหน่ายทั้งในประเทศ และต่างประเทศของ บิ๊กทรีต่างตกต่ำลงอย่างหนัก ทำให้สภาพคล่องของทั้ง 3 บริษัทขาดแคลนอย่างมาก  

 

ในขณะที่ประเทศไทยเอง อุตสาหกรรมยานยนต์ก็ได้รับผลกระทบแล้วเช่นกัน ทั้งนี้เนื่องจากตลาดต่างประเทศที่เคยเป็น ความหวังของค่ายรถยนต์ทั้งหลาย ต่างกลายเป็นความหวังแบบลมๆ แล้งๆ ไปอย่างช่วยไม่ได้

 

ที่ผ่านมาอุตสาหกรรมรถยนต์ในประเทศไทยมีตลาดหลัก ได้แก่ ตลาดในประเทศ และตลาดต่างประเทศ ซึ่งอันที่จริงแล้วตั้งแต่ช่วงต้นปีที่ผ่านมา อุตสาหกรรมรถยนต์ของไทยเริ่มได้กลิ่นความวิกฤตจากราคาน้ำมันในตลาดโลกที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างมาก ทำให้ ยอดจำหน่ายรถยนต์ในประเทศตกลงอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ช่วงต้นปี และแม้ว่าในขณะนี้ราคาน้ำมันได้ปรับลดลงมาสู่ภาวะปกติ แต่ด้วยสภาพเศรษฐกิจโดยรวมที่ยังไม่ดีขึ้น ก็ทำให้ยอดจำหน่ายรถยนต์ในประเทศไม่กระเตื้องขึ้นแต่อย่างใด

 

โดยยอดจำหน่ายรถยนต์ 10 เดือนที่ผ่านมา ยังมียอดจำหน่ายลดลงกว่า 10% เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน

 

ซึ่งหากเป็นภาวการณ์ปกติ เศรษฐกิจโลก ไม่ได้ตกต่ำเหมือนอย่างที่เป็นอยู่ อุตสาหกรรมรถยนต์ทั้งหลายในประเทศไทยจะหันไปให้ความสำคัญกับตลาดส่งออกเพื่อ ทดแทนตลาดในประเทศทันที

 

แต่สถานการณ์ในปัจจุบัน สภาพเศรษฐกิจในประเทศยังไม่มีวี่แววสดใสแต่อย่างใด ขณะที่ตลาดส่งออกทั้งหลายต่างได้รับผลกระทบอย่างหนักจากวิกฤตการเงินระดับโลก ทำให้ยอดคำสั่งซื้อรถยนต์จากต่างประเทศชะลอตัวอย่างหนัก ส่งผลให้ขาหลักทั้ง 2 ขา ของอุตสาหกรรมรถยนต์เมืองไทยเดี้ยงไปตามๆ กัน เมื่อเป็น เช่นนั้น ค่ายรถทั้งหลายต่างต้อง ดิ้นเพื่อความอยู่รอด

 

ล่าสุด จีเอ็ม ประกาศปิดโรงงานชั่วคราวเป็นเวลา 2 เดือน โดยให้เงินเดือนพนักงาน 75% ของเงินเดือนเดิม เพื่อรักษาสิทธิการ จ้างงาน ทั้งนี้ เพราะสต๊อกรถที่ผลิตไว้นั้น ล้นตลาด หากปล่อยให้มีการผลิตเพิ่มสต๊อกก็ยิ่งล้นมากกว่าเดิม และนั่นหมายความว่า เงินจะต้องจมลงไปอีกมหาศาล

 

นอกจากจีเอ็มแล้ว ค่ายรถยนต์แทบทุกค่ายต่างลดกำลังการผลิต ลดโอที ลดการทำงาน ทุกอย่างที่เป็นต้นทุน เพื่อให้ธุรกิจสามารถอยู่รอดได้ รวมถึงการเปิดโครงการเออร์ลีรีไทร์ให้กับพนักงานที่ต้องการจะลาออก เพื่อลดขนาดขององค์กรให้เล็กมากที่สุด

 

อย่างไรก็ตาม เหตุการณ์ในลักษณะนี้จะเกิดขึ้นตลอดปี 2552 อย่างแน่นอน เพราะตลาดในประเทศและตลาดต่างประเทศยังไม่มีแนวโน้มว่าจะดีขึ้น

 

ค่ายรถยนต์ทั้งหลายจะต้อง วิ่งหาตลาดใหม่ ที่ไม่ได้รับผลกระทบจากวิกฤตการเงิน ครั้งนี้ อย่างเช่นตลาดในภูมิภาคตะวันออกกลาง แต่ก็ไม่ใช่เรื่องง่าย เนื่องจากสินค้าที่ จะส่งไปจำหน่ายยังประเทศดังกล่าวต้องมีลักษณะเฉพาะ สามารถเข้ากับสภาพอากาศ และลักษณะการใช้งานของประเทศเหล่านั้นได้ ซึ่งหมายความว่าค่ายรถยนต์ต้องใช้เวลาในการพัฒนารถยนต์ให้ตรงกับตลาดเหล่านั้น

 

แต่สิ่งที่จะสร้างปาฏิหาริย์ให้กับอุตสาหกรรมรถยนต์เมืองไทยได้ก็คือ รถยนต์ที่มีความคุ้มค่า อย่างเช่นรถในโครงการอีโคคาร์ ที่มีทั้งความประหยัดและราคาถูก ซึ่งจะสามารถกระตุ้นให้ตลาดกลับมาคึกคักได้อีกครั้งหนึ่งเท่านั้นเอง!!

ขอขอบคุณรายงานข่าวจากหนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

แสดงความเห็น

ข่าวที่มีผู้อ่านมาก