งานเผยแพร่ความรู้ทางด้าน กฎหมาย การบริหารการจัดการหนี้สินในองค์กรภาครัฐและภาคเอกชน การฝึกอบรมสัมมนาพัฒนาบุคลากร ในการประกอบธุรกิจ หากหน่วยงานของรัฐ บริษัทห้างร้าน มีความสนใจ เชิญทีมงานไปฝึกอบรมสัมมนาหรือต้องการข้อมูลข่าวสาร ติดต่อได้ที่ 02-948-5700 อ่านต่อ
ท่านใดที่สนใจเกี่ยวกับหลักสูตรฝึกอบรมการติดตามหนี้ ทวงหนี้อย่างไรให้ได้ผล ได้เงิน รักษาภาพลักษณ์ รักษาลูกค้า/หลักสูตรการป้องกันและการปราบปรามการทุจริตภายในองค์กร/หลักสูตรกฎหมายแรงงาน สำหรับเจ้าหน้าที่ฝ่ายบุคคลหรือผู้บริหารบริษัท สนใจโทร.02-9485700 อ่านต่อ
สืบทุกเรื่องที่คุณอยากรู้ มีเรื่องคาใจอยากรู้ความจริง โทรมาคุยกับกุ้งได้ที่ 081-625-2161หรือ 089-669-5026 "อย่าปล่อยให้มีเรื่องคาใจ อะไรที่ไม่สบายใจ ต้องหาทางปลดปล่อย สืบให้รู้ความจริง จะได้จบสิ้นกันเสียที สำหรับความทุกข์ที่คาใจมาเป็นเวลานาน อย่าปล่อยให้คนนอกใจลอยนวล" อ่านต่อ
รับแปลเอกสารต่างๆ อ่านต่อ
เล็งเก็บภาษีเอสเอ็มเอส
นาย
นอกจากนี้
ก่อนการประชุม ครม.ครั้งหน้า กระทรวงการคลังจะเสนอให้นาย
ทั้งนี้
การปรับลดอัตราภาษีข้างต้นจะควบคุมไม่ให้การขาดดุลงบประมาณสูงเกินกว่าเพดานที่กฎหมายกำหนดไว้
400,000 ล้านบาท หรือหากจะเกินโดยความจำเป็น ก็จะไม่มากเกินไป อย่างไร ก็ตาม
นายสุชาติกล่าวว่า ภาวะการขาดดุลในงบ ประมาณปีหน้า
อาจจะมีสูงมาก
เพราะรายได้จากการจัดเก็บภาษีไม่เข้าเป้าหลายรายการด้วยเหตุที่ภาวะเศรษฐกิจเริ่มชะลอตัวลงตามลำดับ
กระทรวงการคลังจึงต้องพิจารณาให้รอบคอบว่า การปรับลดอัตราภาษีจะคุ้มค่า
และให้ผลตอบแทนทางเศรษฐกิจกลับมามากพอหรือไม่
สำหรับบริษัทที่จดทะเบียนในตลาดหลัก
ทรัพย์แห่งประเทศไทย กระทรวงการคลังกำลังพิจารณาว่าอาจจะต้องปรับลดภาษีเงินได้นิติบุคคลที่จัดเก็บอยู่ในปัจจุบันลงอีก
2.5% จากปัจจุบันที่จัดเก็บอยู่ในอัตรา 25%
ต่ำกว่าบริษัทที่อยู่นอกตลาดที่ถูกจัดเก็บอยู่ 30% และได้รับการขยายระยะเวลาการลดหย่อนออกไปอีก
1
ปี จนถึงเดือน มี.ค.ปี 2553
เพื่อสนับสนุนให้บริษัทต่างๆเข้าไปจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์เพิ่มขึ้น
นอกเหนือจากการสร้างความสามารถในการทำกำไรให้แก่บริษัทต่างๆ โดยเชื่อว่าไม่เกิน 2-3 ปี รายได้ที่เกิดขึ้นกับประเทศจะปรับตัวสูงขึ้นมาก
ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า
กระทรวงการคลังยังมีแผนปรับโครงสร้างภาษีเพื่ออุดช่องว่าง
และทดแทนรายได้การจัดเก็บภาษีที่หายไปจากการปรับลดภาษีเงินได้นิติบุคคล
และบุคคลธรรมดาราว 50,000 ล้านบาท โดยการปรับขึ้นอัตราภาษีสรรพสามิตกับสินค้า
และบริการประเภทต่างๆเกือบ 10 รายการด้วย เช่น ภาษีสรรพสามิตรถยนต์
ซึ่งจะเสนอให้ ครม.กลับไปจัดเก็บในอัตราเดิม และปรับขึ้นไปอีกลิตรละ 1 บาทในปีหน้า ส่วนสินค้า
และบริการอื่นๆที่จะอยู่ในบัญชีเดียวกันกับการขอปรับขึ้นอัตราภาษี ได้แก่ กาแฟ
ชาเขียว น้ำมัน เครื่องอุปกรณ์ตกแต่งรถยนต์ เกมออนไลน์ โรงภาพยนตร์ ผับ-ดิสโกเธค
การจัดคอนเสิร์ตต่างๆ และธุรกิจให้บริการส่ง/ฝากข้อความสั้นผ่านโทรศัพท์ มือถือ (เอสเอ็มเอส) ซึ่งมีรายได้ปีละมากกว่า 10,000 ล้านบาท เป็นต้น
ด้านนาย
สำหรับรายชื่อคณะที่ปรึกษาชุดนี้
ประกอบไปด้วย นาย
ในการหารือครั้งนี้
ได้พิจารณาถึงภาวะเศรษฐกิจไทย และรับฟังความคืบหน้าใน 6 มาตรการรองรับปัญหาวิกฤติการเงินโลกของรัฐบาลเพื่อพิจารณาว่ายังมีข้อติดขัดหรือปัญหาส่วนใด
โดยเชื่อว่ายังรองรับปัญหาได้ แม้ว่าผลขาดทุนของสถาบันการ เงินต่างประเทศในสหรัฐฯ
ยุโรป และเอเชียจะขยายตัวเพิ่มขึ้นจาก 600,000 ล้านเหรียญสหรัฐฯ เป็น 960,000 ล้านเหรียญฯ หรือประมาณ 33.12 ล้านล้านบาท (34.50 บาทต่อดอลลาร์) แล้วก็ตาม.
ขอขอบคุณรายงานข่าวจากหนังสือพิมพ์ไทยรัฐ