กฟผ.อ่วมแบกหนี้6มาตรการรัฐ|กฟผ.อ่วมแบกหนี้6มาตรการรัฐ

กฟผ.อ่วมแบกหนี้6มาตรการรัฐ

  • ทนายคลายทุกข์ ปรึกษากฎหมาย โทร 02-9485700
  • Email: [email protected]
Header Background Image

งานเผยแพร่ความรู้ทางด้าน กฎหมาย การบริหารการจัดการหนี้สินในองค์กรภาครัฐและภาคเอกชน การฝึกอบรมสัมมนาพัฒนาบุคลากร ในการประกอบธุรกิจ หากหน่วยงานของรัฐ บริษัทห้างร้าน มีความสนใจ เชิญทีมงานไปฝึกอบรมสัมมนาหรือต้องการข้อมูลข่าวสาร ติดต่อได้ที่ 02-948-5700 อ่านต่อ

ท่านใดที่สนใจเกี่ยวกับหลักสูตรฝึกอบรมการติดตามหนี้ ทวงหนี้อย่างไรให้ได้ผล ได้เงิน รักษาภาพลักษณ์ รักษาลูกค้า/หลักสูตรการป้องกันและการปราบปรามการทุจริตภายในองค์กร/หลักสูตรกฎหมายแรงงาน สำหรับเจ้าหน้าที่ฝ่ายบุคคลหรือผู้บริหารบริษัท สนใจโทร.02-9485700 อ่านต่อ

สืบทุกเรื่องที่คุณอยากรู้ มีเรื่องคาใจอยากรู้ความจริง โทรมาคุยกับกุ้งได้ที่ 081-625-2161หรือ 089-669-5026 "อย่าปล่อยให้มีเรื่องคาใจ อะไรที่ไม่สบายใจ ต้องหาทางปลดปล่อย สืบให้รู้ความจริง จะได้จบสิ้นกันเสียที สำหรับความทุกข์ที่คาใจมาเป็นเวลานาน อย่าปล่อยให้คนนอกใจลอยนวล" อ่านต่อ

รับแปลเอกสารต่างๆ อ่านต่อ

กฟผ.อ่วมแบกหนี้6มาตรการรัฐ

การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) ยื่นเรื่องขอกู้เงินเพิ่มเติม 2 หมื่นล้านบาท

บทความวันที่ 17 พ.ย. 2551, 00:00

มีผู้อ่านทั้งหมด 433 ครั้ง


กฟผ

กฟผ.อ่วมแบกหนี้6มาตรการรัฐ

 

การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) ยื่นเรื่องขอกู้เงินเพิ่มเติม 2 หมื่นล้านบาท  โดยให้เหตุผลว่าหน่วยงานประสบปัญหาสภาพคล่อง  เพราะต้องสูญเสียรายได้บางส่วนเนื่องจากสนับสนุน 6 มาตรการ 6 เดือน  จึงทำให้ขาดสภาพคล่อง    หากไม่ได้รับการอนุมัติ  จะทำให้ กฟผ.ขาดสภาพคล่องตึงตัวได้   ซึ่งรายละเอียดรายงานข่าวอ่านเพิ่มเติมได้จากด้านล่างนี้

 

รายงานข่าวจากหนังสือพิมพ์มติชน

อ้อนกู้คลังเพิ่ม2หมื่นล้านบาท เสริมสภาพคล่องหลังไม่มีเงินส่งรัฐ

 

นายพงษ์ภาณุ เศวตรุนทร์ ผู้อำนวยการสำนักงานบริหารหนี้สาธารณะ (สบน.) เปิดเผยว่า สบน.อยู่ระหว่างเตรียมเรื่องเสนอต่อที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เพื่อพิจารณาอนุมัติขยายวงเงินก่อหนี้สาธารณะปีงบประมาณ 2552 เพิ่มเติมจากเดิมที่ ครม.อนุมัติวงเงินตามแผน 1.087 ล้านล้านบาท และวงเงินสำรอง 1.12 แสนล้านบาท รวมเป็นวงเงินก่อหนี้สาธารณะ 1.2 ล้านล้านบาท เนื่องจากรัฐบาลมีโครงการรับจำนำพืชผลทางการเกษตรวงเงินรวม 1.1 แสนล้านบาท เข้ามาเพิ่มเติม ทำให้วงเงินเต็มจำนวนที่ สบน.ตั้งไว้แล้ว

 

นางพงษ์ภาณุกล่าวต่อว่า ยังมีหน่วยงานหลายแห่งมีความจำเป็นต้องการกู้เงินเพิ่มหลายรายการ เช่น กระทรวงการคลังจะต้องเตรียมกู้เงิน เพื่อมาใช้สนับสนุนการปล่อยสินเชื่อดอกเบี้ยผ่อนปรน (ซอฟต์โลน) ให้กับผู้ประกอบการธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (เอสเอ็มอี) เพื่อชดเชยกรณีที่ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ไม่สามารถสนับสนุนซอฟต์โลนได้ เพราะมีข้อติดขัดทางกฎหมาย โดยคาดว่าจะใช้เม็ดเงินประมาณ 3 หมื่นล้านบาท และยังมีการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) ทำเรื่องขอกู้เงินเพิ่มเติมจากแผนการลงทุนเดิมที่วางไว้ 1 หมื่นล้านบาท เข้ามาอีกจำนวนหนึ่ง

 

"เงินกู้ที่ กฟผ.ขอกู้มาเพิ่มเติมอีกกว่า 1 หมื่นล้านบาท ทาง สบน.ขอพิจารณาในรายละเอียดก่อน แต่ยอมรับว่ามีแนวโน้มที่ สบน.จะอนุมัติการขอกู้เพิ่มเติมให้ เพราะเกรงว่าหากไม่อนุมัติ จะทำให้ กฟผ.ประสบปัญหาสภาพคล่องตึงตัวได้ แต่ผมยังไม่เห็นรายละเอียดการขอกู้ดังกล่าว คงต้องพิจารณาความเหมาะสมอีกครั้ง" นายพงษ์ภาณุกล่าว

 

แหล่งข่าวจากกระทรวงการคลังกล่าวว่า กฟผ.ได้ทำหนังสือขอกู้เงินเพิ่มเติมในวงเงิน 2 หมื่นล้านบาท โดยให้เหตุผลว่าหน่วยงานประสบปัญหาสภาพคล่อง เพราะต้องสูญเสียรายได้บางส่วนให้กับการดำเนินการตาม 6 มาตรการ 6 เดือน ฝ่าวิกฤตเพื่อคนไทยทุกคน ในเรื่องการยกเว้นค่าไฟให้กับผู้ที่ใช้ไฟฟ้าต่ำกว่าเกณฑ์ที่รัฐกำหนดไว้ประมาณ 1.2 หมื่นล้านบาท ซึ่งเป็นนโยบายของรัฐบาลต่อเนื่องมาจากรัฐบาลนายสมัคร สุนทรเวช เป็นนายกรัฐมนตรี ซึ่งช่วงที่ออกมาตรการ รัฐบาลมีนโยบายให้ กฟผ.สามารถขอชดเชยการสูญเสียรายได้ โดยหักจากรายได้นำส่งรัฐ แต่หลังจากนั้น ครม.ได้มีมติให้ใช้งบฯกลางจ่ายแทน

 

"กฟผ.ได้หารือร่วมกับสำนักงบประมาณ เพื่อขอเบิกงบฯกลางมาอุดหนุนในโครงการรัฐบาล แต่ทางสำนักงบประมาณแจ้งว่าไม่สามารถจัดสรรงบฯกลางในปีงบประมาณ 2552 ได้ เพราะไม่มีเงินงบประมาณให้ ซึ่งคาดว่าอาจจะตั้งงบประมาณชดเชยให้ในปีงบประมาณ 2553 เพื่อชดเชยการสูญเสียรายได้จากโครงการที่ดำเนินตามนโยบายรัฐบาลแทน นอกจากนั้นในการนำส่งรายได้เข้ารัฐในแต่ละปี กฟผ.จะนำส่ง 2 ครั้ง คือตุลาคมและเมษายน แต่ตุลาคมที่ผ่านมา กฟผ.ไม่สามารถนำส่งรายได้ 7 พันล้านบาท ตามแผนจัดส่งได้ เพราะไม่มีเม็ดเงินพอ"

ขอขอบคุณรายงานข่าวจากหนังสือพิมพ์มติชน

แสดงความเห็น

ข่าวที่มีผู้อ่านมาก