มือฆ่า 2 ครูสุดโหดใช้บีบีกัน-กระสุนจริงยิงใส่ ก่อนจ้วงซ้ำหวังชิงทรัพย์|มือฆ่า 2 ครูสุดโหดใช้บีบีกัน-กระสุนจริงยิงใส่ ก่อนจ้วงซ้ำหวังชิงทรัพย์

มือฆ่า 2 ครูสุดโหดใช้บีบีกัน-กระสุนจริงยิงใส่ ก่อนจ้วงซ้ำหวังชิงทรัพย์

  • ทนายคลายทุกข์ ปรึกษากฎหมาย โทร 02-9485700
  • Email: [email protected]
Header Background Image

งานเผยแพร่ความรู้ทางด้าน กฎหมาย การบริหารการจัดการหนี้สินในองค์กรภาครัฐและภาคเอกชน การฝึกอบรมสัมมนาพัฒนาบุคลากร ในการประกอบธุรกิจ หากหน่วยงานของรัฐ บริษัทห้างร้าน มีความสนใจ เชิญทีมงานไปฝึกอบรมสัมมนาหรือต้องการข้อมูลข่าวสาร ติดต่อได้ที่ 02-948-5700 อ่านต่อ

ท่านใดที่สนใจเกี่ยวกับหลักสูตรฝึกอบรมการติดตามหนี้ ทวงหนี้อย่างไรให้ได้ผล ได้เงิน รักษาภาพลักษณ์ รักษาลูกค้า/หลักสูตรการป้องกันและการปราบปรามการทุจริตภายในองค์กร/หลักสูตรกฎหมายแรงงาน สำหรับเจ้าหน้าที่ฝ่ายบุคคลหรือผู้บริหารบริษัท สนใจโทร.02-9485700 อ่านต่อ

สืบทุกเรื่องที่คุณอยากรู้ มีเรื่องคาใจอยากรู้ความจริง โทรมาคุยกับกุ้งได้ที่ 081-625-2161หรือ 089-669-5026 "อย่าปล่อยให้มีเรื่องคาใจ อะไรที่ไม่สบายใจ ต้องหาทางปลดปล่อย สืบให้รู้ความจริง จะได้จบสิ้นกันเสียที สำหรับความทุกข์ที่คาใจมาเป็นเวลานาน อย่าปล่อยให้คนนอกใจลอยนวล" อ่านต่อ

รับแปลเอกสารต่างๆ อ่านต่อ

มือฆ่า 2 ครูสุดโหดใช้บีบีกัน-กระสุนจริงยิงใส่ ก่อนจ้วงซ้ำหวังชิงทรัพย์

  • Defalut Image

คดีฆ่าครู 2 ผัวเมียที่ระยอง ตำรวจแจ้งข้อหาฆ่าโดยไตร่ตรองไว้ก่อน?

บทความวันที่ 2 ธ.ค. 2562, 11:07

มีผู้อ่านทั้งหมด 165 ครั้ง


มือฆ่า 2 ครูสุดโหดใช้บีบีกัน-กระสุนจริงยิงใส่ ก่อนจ้วงซ้ำหวังชิงทรัพย์

                 คดีฆ่าครู 2 ผัวเมียที่ระยอง ตำรวจแจ้งข้อหาฆ่าโดยไตร่ตรองไว้ก่อน? ฆ่าเพื่อปกปิดความผิดอื่นของตน ซึ่งถือเป็นการฆ่าคนตายโดยเหตุฉกรรจ์มีโทษประหารสถานเดียว และมีพฤติการณ์ร้ายแรงถึงแม้รับสารภาพก็ไม่มีเหตุอันควรปรานี เนื่องจากพนักงานสอบสวนมีพยานหลักฐานครบถ้วนแน่นหนาเพียงพอที่จะลงโทษผู้ต้องหาได้ คำรับสารภาพจึงไม่เป็นประโยชน์ต่อการพิจารณาคดี
ที่มา : หนังสือพิมพ์มติชนออนไลน์

ตัวบทกฎหมายอ้างอิง
ประมวลกฎหมายอาญา
มาตรา 288
ผู้ใดฆ่าผู้อื่น ต้องระวางโทษประหารชีวิต จําคุกตลอดชีวิต หรือจําคุกตั้งแต่สิบห้าปีถึงยี่สิบปี
มาตรา 289 ผู้ใด
(4) ฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน
(7) ฆ่าผู้อื่นเพื่อจะเอา หรือเอาไว้ซึ่งผลประโยชน์อันเกิดแต่การที่ตนได้กระทําความผิดอื่น เพื่อปกปิดความผิดอื่นของตน หรือเพื่อหลีกเลี่ยงให้พ้นอาญาในความผิดอื่นที่ตนได้กระทําไว้ต้องระวางโทษประหารชีวิต
- การฆ่าผู้อื่นกฏหมายบัญญัติความผิดไว้สองกรณี คือ 1.ฆ่าผู้อื่น (กรณีธรรมดา)ตามมาตรา 288 มีโทษประหารชีวิต จําคุกตลอดชีวิต หรือจําคุกตั้งแต่สิบห้าปีถึงยี่สิบปี  2.ฆ่าผู้อื่น (เหตุฉกรรจ์)ตามมาตรา 289 มีโทษประหารชีวิตสถานเดียว

คำพิพากษาศาลฎีกาที่อ้างอิง
-ฆ่าผู้อื่นโดยไตรตรองไว้ก่อน
คำพิพากษาฎีกาที่ 763/2556

           ฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อนตามมาตรา 289(4) หมายถึงผู้กระทำได้คิดไตร่ตรองและทบทวนแล้วจึงตกลงใจที่จะซื้อผู้อื่น

-ฆ่าผู้อื่นเพื่อความสะดวกในการกระทำผิดอื่นของตน
คำพิพากษาฎีกาที่ 975/2508

            จำเลยกับพวกร่วมกันฉุดคร่าผู้เสียหายเพื่อประโยชน์ของจำเลยที่จะทำอนาจารและข่มขืนกระทำชำเรา ขณะที่การกระทำผิดฐานฉุดคร่ายังไม่สำเร็จ บิดาของผู้เสียหายวิ่งติดตามไปเพื่อขัดขวาง จำเลยสั่งให้พวกของจำเลยใช้อาวุธปืนยิงบิดาผู้เสียหายถึงแก่ความตาย ดังนี้ จำเลยผิดฐานร่วมเป็นตัวการฆ่าเพื่อให้เป็นความสะดวกในการที่จำเลยกับพวกจะทำการฉุดคร่าผู้เสียหายเพื่อจำเลยจะได้ตัวผู้เสียหายไว้เพื่อทำอนาจารและข่มขืนกระทำชำเราอันเป็นประโยชน์อันเกิดแก่การกระทำผิดตามมาตรา 289(6) และ(7)

-ฆ่าผู้อื่นเพื่อปกปิดความผิดของตน
คำพิพากษาฎีกาที่ 8775/2548

         จำเลยข่มขืนกระทำชำเราผู้ตายในขณะที่ผู้ตายยังมีชีวิตอยู่ และหลังจากที่ข่มขืนกระทำชำเราแล้วจำเลยกลัวความผิดจึงนำผู้ตายไปซ่อนในท่อน้ำ การที่จำเลยนำผู้ตายไปซุกซ่อนไว้ในท่อน้ำซึ่งอยู่ห่างไปจากที่เกิดเหตุจนผู้ตายถึงแก่ความตายเพราะสำลักน้ำโคลน การกระทำของจำเลยจึงเป็นความผิดฐานข่มขืนกระทำชำเราและฆ่าผู้ตายเพื่อปกปิดความผิดของตน อันเป็นความผิดสองกรรมศาลอุทธรณ์ภาค 3 แผนกคดีเยาวชนและครอบครัว ไม่อาจนำเอาโทษจำคุก 4 ปี ในความผิดฐานข่มขืนกระทำชำเรา ซึ่งศาลชั้นต้นได้เปลี่ยนโทษจำคุกดังกล่าวเป็นให้ส่งไปฝึกและอบรมแล้ว มารวมกับโทษจำคุกในความผิดฐานฆ่าผู้ตายเพื่อปกปิดความผิดของตน โดยโจทก์ไม่ได้อุทธรณ์ขอให้เพิ่มโทษในความผิดฐานดังกล่าว ปัญหาดังกล่าวเป็นข้อกฎหมายเกี่ยวกับความสงบเรียบร้อยของประชาชน แม้ไม่มีคู่ความฝ่ายใดฎีกาขึ้นมา ศาลฎีกาก็มีอำนาจหยิบยกขึ้นมาวินิจฉัยแก้ไขให้ถูกต้องได้ในความผิดฐานข่มขืนกระทำชำเรา จำเลยได้ถูกควบคุมตัวและฝึกอบรมตามคำพิพากษาของศาลชั้นต้นมาระยะเวลาหนึ่งแล้ว เมื่อคิดหักระยะเวลาการควบคุมตัวและฝึกอบรมของจำเลยดังกล่าวแล้ว คงเหลือระยะเวลาที่จะต้องฝึกและอบรมอีกระยะหนึ่งถึงจะครบกำหนดระยะเวลาตามที่ศาลชั้นต้นกำหนด แต่ปรากฏว่าระหว่างการพิจารณาของศาลฎีกาจำเลยถูกจำคุกอยู่ในเรือนจำตามคำพิพากษาของศาลอุทธรณ์ภาค 3 แผนกคดีเยาวชนและครอบครัว การที่จะให้จำเลยเข้ารับการฝึกและอบรมต่อในระยะเวลาที่เหลืออยู่ตามคำพิพากษาของศาลชั้นต้นนั้น จึงไม่เหมาะสม ศาลฎีกาเห็นสมควรแก้ไขกำหนดระยะเวลาฝึกและอบรมดังกล่าวเสียให้เหมาะสม โดยให้งดการฝึกและอบรมจำเลยในส่วนระยะเวลาที่เหลืออยู่

แสดงความเห็น

ข่าวที่มีผู้อ่านมาก