ข้าราชการคุกคามทางเพศและศาลยกฟ้องคดีอาญา แต่ถือว่าประพฤติชั่วร้ายแรงต้องไล่ออกจากราชการ|ข้าราชการคุกคามทางเพศและศาลยกฟ้องคดีอาญา แต่ถือว่าประพฤติชั่วร้ายแรงต้องไล่ออกจากราชการ

ข้าราชการคุกคามทางเพศและศาลยกฟ้องคดีอาญา แต่ถือว่าประพฤติชั่วร้ายแรงต้องไล่ออกจากราชการ

  • ทนายคลายทุกข์ ปรึกษากฎหมาย โทร 02-9485700
  • Email: [email protected]
Header Background Image

งานเผยแพร่ความรู้ทางด้าน กฎหมาย การบริหารการจัดการหนี้สินในองค์กรภาครัฐและภาคเอกชน การฝึกอบรมสัมมนาพัฒนาบุคลากร ในการประกอบธุรกิจ หากหน่วยงานของรัฐ บริษัทห้างร้าน มีความสนใจ เชิญทีมงานไปฝึกอบรมสัมมนาหรือต้องการข้อมูลข่าวสาร ติดต่อได้ที่ 02-948-5700 อ่านต่อ

ท่านใดที่สนใจเกี่ยวกับหลักสูตรฝึกอบรมการติดตามหนี้ ทวงหนี้อย่างไรให้ได้ผล ได้เงิน รักษาภาพลักษณ์ รักษาลูกค้า/หลักสูตรการป้องกันและการปราบปรามการทุจริตภายในองค์กร/หลักสูตรกฎหมายแรงงาน สำหรับเจ้าหน้าที่ฝ่ายบุคคลหรือผู้บริหารบริษัท สนใจโทร.02-9485700 อ่านต่อ

สืบทุกเรื่องที่คุณอยากรู้ มีเรื่องคาใจอยากรู้ความจริง โทรมาคุยกับกุ้งได้ที่ 081-625-2161หรือ 089-669-5026 "อย่าปล่อยให้มีเรื่องคาใจ อะไรที่ไม่สบายใจ ต้องหาทางปลดปล่อย สืบให้รู้ความจริง จะได้จบสิ้นกันเสียที สำหรับความทุกข์ที่คาใจมาเป็นเวลานาน อย่าปล่อยให้คนนอกใจลอยนวล" อ่านต่อ

รับแปลเอกสารต่างๆ อ่านต่อ

ข้าราชการคุกคามทางเพศและศาลยกฟ้องคดีอาญา แต่ถือว่าประพฤติชั่วร้ายแรงต้องไล่ออกจากราชการ

  • Defalut Image

คำพิพากษาศาลปกครองสูงสุด คดีหมายเลขแดงที่ อ.1999/2559

บทความวันที่ 4 ก.ค. 2562, 17:02

มีผู้อ่านทั้งหมด 330 ครั้ง


ข้าราชการคุกคามทางเพศและศาลยกฟ้องคดีอาญา แต่ถือว่าประพฤติชั่วร้ายแรงต้องไล่ออกจากราชการ

คำพิพากษาศาลปกครองสูงสุด คดีหมายเลขแดงที่ อ.1999/2559
            การพิพากษาลงโทษจำเลยในคดีอาญา  จะต้องรับฟังพยานหลักฐานโดยปราศจากข้อสงสัยจนแน่ใจว่ามีการกระทำความผิดจริง และจำเลยเป็นผู้กระทำความผิดนั้น  ซึ่งแตกต่างจากการรับฟังข้อเท็จจริงเกี่ยวกับการกระทำความผิดเพื่อลงโทษทางวินัยข้าราชการที่ไม่จำต้องรับฟังพยานหลักฐานจนปราศจากข้อสงสัยว่าผู้ถูกกล่าวหาได้กระทำความผิดเช่นในคดีอาญา  แม้ข้อเท็จจริงในคดีนี้จะได้ความว่าศาลอุทธรณ์ภาค 3 พิพากษายกฟ้องผู้ฟ้องคดีซึ่งเป็นจำเลยในความผิดฐานกระทำอนาจารและกระทำชำเราผู้เสียหายและคดีถึงที่สุดไปแล้วก็ตาม แต่ก็เป็นการยกฟ้องด้วยเหตุยกประโยชน์แห่งความสงสัย ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา  มาตรา 227 วรรคสอง มิใช่เป็นการยกฟ้องโดยรับฟังเป็นเด็ดขาดว่าผู้ฟ้องคดีมิได้กระทำความผิด เมื่อต่อมาศาลปกครองสูงสุดแสวงหาข้อเท็จจริงเพิ่มเติมจากการไต่สวนผู้เสียหายและมารดาผู้เสียหาย รวมถึงพิจารณาเอกสารทั้งหมดในสำนวนคดีแล้วรับฟังได้ว่า  ผู้ฟ้องคดีได้กระทำความผิดโดยกระทำอนาจารและกระทำชำเราผู้เสียหาย การกระทำของผู้ฟ้องคดี จึงถือว่าได้ว่าเป็นการประพฤติชั่วอย่างร้ายแรงอันเป็นความผิดทางวินัยอย่างร้ายแรงตามพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการพลเรือน พ.ศ.2535  มาตรา 98 วรรคสอง  ดังนั้น การที่ผู้ถูกฟ้องคดีที่ 2 ยกอุทธรณ์และเพิ่มโทษผู้ฟ้องคดีจากปลดออกเป็นไล่ออกจากราชการและคำสั่งของผู้ถูกฟ้องคดีที่ 1 ที่ลงโทษไล่ผู้ฟ้องคดีออกจากราชการ  จึงชอบด้วยกฎหมาย

แสดงความเห็น

ข่าวที่มีผู้อ่านมาก