ชายชรา..|ชายชรา..

ชายชรา..

  • ทนายคลายทุกข์ ปรึกษากฎหมาย โทร 02-9485700
  • Email: [email protected]
Header Background Image

งานเผยแพร่ความรู้ทางด้าน กฎหมาย การบริหารการจัดการหนี้สินในองค์กรภาครัฐและภาคเอกชน การฝึกอบรมสัมมนาพัฒนาบุคลากร ในการประกอบธุรกิจ หากหน่วยงานของรัฐ บริษัทห้างร้าน มีความสนใจ เชิญทีมงานไปฝึกอบรมสัมมนาหรือต้องการข้อมูลข่าวสาร ติดต่อได้ที่ 02-948-5700 อ่านต่อ

ท่านใดที่สนใจเกี่ยวกับหลักสูตรฝึกอบรมการติดตามหนี้ ทวงหนี้อย่างไรให้ได้ผล ได้เงิน รักษาภาพลักษณ์ รักษาลูกค้า/หลักสูตรการป้องกันและการปราบปรามการทุจริตภายในองค์กร/หลักสูตรกฎหมายแรงงาน สำหรับเจ้าหน้าที่ฝ่ายบุคคลหรือผู้บริหารบริษัท สนใจโทร.02-9485700 อ่านต่อ

สืบทุกเรื่องที่คุณอยากรู้ มีเรื่องคาใจอยากรู้ความจริง โทรมาคุยกับกุ้งได้ที่ 081-625-2161หรือ 089-669-5026 "อย่าปล่อยให้มีเรื่องคาใจ อะไรที่ไม่สบายใจ ต้องหาทางปลดปล่อย สืบให้รู้ความจริง จะได้จบสิ้นกันเสียที สำหรับความทุกข์ที่คาใจมาเป็นเวลานาน อย่าปล่อยให้คนนอกใจลอยนวล" อ่านต่อ

รับแปลเอกสารต่างๆ อ่านต่อ

ชายชรา..

  • Defalut Image

ฮัลโลๆ  “พี่กุ้งใช่มั้ยคะ” “ค่ะ”  “จากไหนคะ”

บทความวันที่ 27 พ.ย. 2561, 15:57

มีผู้อ่านทั้งหมด 58 ครั้ง


ชายชรา..

              ฮัลโลๆ  “พี่กุ้งใช่มั้ยคะ” “ค่ะ”  “จากไหนคะ”  “หนูมีเรื่องจะปรึกษาพี่กุ้งค่ะ แต่หนูอยู่ต่างจังหวัดนะ”  เข้ากรุงเทพมาพบที่สำนักงานได้เลยค่ะ พี่อยู่ทั้งวัน  ช่วงเวลาบ่ายสองโมง มีหญิงสาววัย 30 ปีเศษเดินเข้ามาที่สำนักงานถามหานักสืบกุ้ง บอกว่าได้คุยกันทางโทรศัพท์แล้ว  เจ้าหน้าที่ของสำนักงานพาขึ้นมาดิฉันที่ห้องประชุมชั้นสอง  เธอหน้าตาดีแต่รูปร่างสมบูรณ์ไปหน่อยดูท่าทางน้ำหนักเธอจะเกือบ 80 กิโล คุยกันครั้งแรกเข้าใจว่าเธอให้ติดตามสามี คุยไปคุยมาทำไมเป้าหมายอายุ 70 ปีเศษ หรือว่าเธอจะมีผัวแก่และรวย ราคาไม่เกี่ยง  เธอเล่าพฤติกรรมให้ฟัง ไม่บอกว่าเป็นใครในครั้งแรก ดิฉันอดไม่ได้เลยถามไป “ขอโทษนะคะเป้าหมาย..เป็นอะไรกันคะ”  “คุณพ่อค่ะ”  อ๋อ! ถึงบางอ้อทันทีเลย  เธอให้ข้อมูล ครอบครัวทำธุกิจเปิดร้านทอง  ในอำเภอเมืองจังหวัดสระบุรี ร้านอยู่ใกล้กับขนส่งจังหวัด  เป็นอาคารพาณิชย์สองคูหา 4 ชั้น  ชั้น 3 และ 4 เป็นที่พักของครอบครัว ที่ร้านพี่ๆน้องๆจะช่วยกันดูแลร้าน รวมทั้งคุณพ่อ แต่คุณพ่อจะนั่งเฉยๆ  คอยดูแลเก็บสตางค์ ไม่ต้องดูแลลูกค้า  คุณพ่อเป็นคนเงียบๆ ไม่ค่อยพูดคุยกับลูกๆเท่าไหร่ คุณแม่เสียไปนานแล้ว ปกติร้านเปิดตั้งแต่ 8 โมง ปิดหกโมงเย็น  พฤติกรรมทั่วไปของคุณลุง เราให้ฉายาเป้าหมาย ว่า “ลุง”  ลุงจะออกจากร้านทองช่วงเวลาประมาณบ่ายสาม กลับเข้าร้านหกโมงเย็นของวันจันทร์-ศุกร์ ส่วนวันเสาร์ อาทิตย์ จะออกตั้งแต่ 10 โมงกลับเข้าบ้านเที่ยง และอีกทีช่วงเย็น  ลุงจะขี่มอเตอร์ไซค์ไปจอดที่วัดห่างจากบ้านไปประมาณ 4-5  กิโลเมตร เท่าที่ลูกๆทราบคือไปออกกำลังกายที่สวนสาธารณะข้างวัด  แต่ไม่เคยตามไปดูเลย ทุกคนทำงาน ที่ผ่านมาไม่มีอะไรผิดสังเกตุ  ที่ต้องการให้นักสืบกุ้งช่วยคือ    “ปกติคุณพ่อจะไม่ใช้โทรศัพท์มือถือเลย  แต่ตอนนี้คุณพ่อมีโทรศัทพ์มือถือใช้ ที่สำคัญไม่บอกลูกๆ ก่อนหน้านี้ลูกเคยซื้อให้ แต่ไม่เอา..บอกว่ายุ่งยากใช้ไม่เป็น”  แต่ตอนนี้มีโทรศัพท์มือถือแล้วจะเก็บไว้ใกล้ตัวตลอด  ลูกๆไม่มีใครกล้าถาม ลูกๆเลยลงความเห็นว่ามันแปลกและเปลี่ยนไป สิ่งที่ลูกๆกังวลคือ แอบไปมีกิ๊กมั้ย เป็นใคร...กลัวหล่อนจะมาหลอกคุณพ่อเพราะแก่มาแล้ว  เล่นโทรศัพท์บ่อยมั้ย ออกไปข้างนอกเจอใครบ้าง นี่คือสิ่งที่เธอต้องการ ถ้าคุณพ่อไปมีหญิงจริงๆ  จะปล่อยไว้ได้อย่างไร  เดี๋ยวก็ถูกหลอกหมดตัว นี่คือภารกิจของนักสืบกุ้ง ดิฉันได้มอบหมายให้นักสืบโจ้ ทีมงานเดินทางไปปฎิบัติภารกิจนี้ เพราะอยู่ต่างจังหวัดใช้ชายหนุ่ม น่าจะดีกว่า  
             โจ้เริ่มงานวันแรก สตาร์ทบ่าย 3 โมง  เห็นคุณลุงขี่มอเตอร์ไซด์ฮ่างประจำกาย  ขับออกจากร้านทองไปที่วัด  จอดรถแล้วเดินแวะทักทายพระในวัด ...เดินออกกำลังกายแกว่งแขนไปมา ตามประสาคนแก่ ในสนามกีฬาเล็กๆของชุมชนใกล้วัด  เดินวนๆรอบสระน้ำ แวะทักทายเล่นกับหมาแมวบ้าง เก็บใบไม้โยนให้ปลาในสระ   เหงื่อออกได้ที่นั่งพักนวดขา ยืดเส้นยืดสายได้เวลาพอควร เดินกลับเข้าวัด ไปนั่งสนทนาธรรมกับพระ  เสร็จกิจแล้วคว้ามอเตอร์ไซด์คู่ใจ ขับไปในชุมชนใกล้ๆ โจ้..เห็นกลุ่มคนสูงวัย รวมอายุกันไม่ต่ำกว่า 1,000 ปี นั่งตั้งวงกัน ลุงจอดมอเตอร์ไซค์คู่ใจแล้วก็เดินเข้าไปในวงนั้น  ไม่มีการส่งเสียง ไม่รู้ว่าเขาทำอะไรกัน เล่นไพ่กันโล่งแจ้งเลยหรือ?  อะไรกันแน่ !   โจ้ ทำทีเดินเรียบๆเคียงๆเข้าไปใกล้ๆ  ทุกคนหันมามอง คิดว่าโจ้เป็นตำรวจ  เพราะโจ้รูปร่างสูงใหญ่ชอบแต่งตัวคล้ายคนในเครื่องแบบ.... จังหวะดีมีรถเข็นผ่านมาจอดขายลูกชิ้นใกล้ๆ โจ้เข้าไปยืนซื้อลูกชั้น  อ๋อ ! เล่นหมากรุกกัน  ลุงยืนดูเขาเล่นกันสักพัก ก็เล่นบ้างได้สักกระดานเดียวก็หยุด ลุงคงเล่นพอหอมปากหอมคอ หลังจากนั้นขับมอเตอร์ไซค์คู่ใจกลับบ้าน  หมดภารกิจวันแรก  วันต่อมาคุณลุงมีพฤติกรรมไม่ต่างจากเมื่อวาน  ได้เวลาขี่มอเตอร์ไซค์ฮ่างคู่ใจไปจอดที่วัด นั่งสนทนากับพระ ลูกศิษย์วัด ญาติโยมที่มานั่งเล่นสนทนาธรรมกันในวัด  พักเหนื่อยแป๊บก็ไปเดินออกกำลังกาย รอบๆสระน้ำที่เดิม เก็บใบไม้โยนให้ปลากิน  โจ้เดินตามลุง  เหนื่อยและบ่นปวดขา ลุงเข็งแรงมากเดิน 10 รอบยังไหว   “พี่ผมเดินตามลุงไม่ไหวขอนั่งรออีกฝั่งตรงข้าม” โจ้โทรมาบอกดิฉัน “อ้าว!  จะคลาดสายตามั้ย” “ไม่ครับ สระไม่ใหญ่มากสามารถมองเห็นได้รอบๆ”  “โอเค ดูที่เหมาะสม”  โจ้จะรายงานดิฉันและผู้ว่าจ้างตลอดเวลาที่ทำงาน  ออกกำลังกายแสร็จลุงก็ขับมอเตอร์ไซค์คู่ใจไปที่ชุมชน เดินไปวงหมากรุก  เล่นได้หนึ่งกระดาน ก็ขับรถกลับบ้าน  สองวันก็ยังไม่มีอะไรผิดปกติ โทรศัพท์มือถือก็ใช้น้อยมาก นานๆจะหยิบขึ้นมาดูสักที  คงไม่ใช้คุยและแชทลูกๆแน่ ลูกๆไม่มีใครรู้เบอร์  และไม่กล้าถามเพราะตอนที่ซื้อโทรศัพท์คุณพ่อก็แอบไปคนเดียว แต่คนในบ้านสังเกตุเห็นว่าพ่อมีโทรศัพท์มือถือแล้ว 
             วันต่อมาสเต็ปเดิม แต่มีหญิงนางหนึ่งปรากฎตัว ไม่เห็นหน้าตาเพราะหล่อนสวมเสื้อแขนยาวมีฮู้ดสวมหัว ปิดมิดขนาดนั้น ร้อนจะตาย ท่าทางประเมินได้ว่าอายุสัก 50 ปีเศษ เดินสวนกับลุงในขณะออกกำลังกายรอบสระน้ำ เข้ามาทักทายกันนิดหน่อย   ต่างคนก็ต่างกันไปห่างๆ  นักสืบโจ้เก็บความสงสัยไว้  หล่อนคือใคร ? สนิทกันแค่ไหน? ทำไมทักทายกันแป๊บเดียว? โจ้ บอกต้องรู้ให้ได้   ออกกำลังกายเสร็จ หล่อนเดินไปที่มอเตอร์ไซค์สีแดงจอดในบริเวณวัดขับออกไป โจ้ถ่ายภาพหล่อนไว้   ส่วนลุงไปโขกหมากรุก 1 กระดาน ก่อนกลับเข้าบ้าน ด้วยความสงสัยว่าหญิงคนที่คุณลุงพูดคุยด้วยเป็นใคร คืนนั้น โจ้ออกหาข่าว หล่อนมีบ้านอยู่ใกล้ ๆ วัดนี่เอง  ไม่มีอาชีพ ลูกหลานดูแล  ช่วงเย็นจะไปออกกำลังกายเดินรอบสระน้ำ  เจอลุงก็พูดคุยตามประสาคนรู้จักกัน ไม่มีอะไรพิเศษ แล้วไป โล่งอก!  คนนี้ไม่ใช่กิ๊กลุง   โทรศัพท์ลุงไม่ค่อยได้ใช้นานๆจะหยิบออกจากระเป๋ากางเกงขึ้นมาดูสักที   โจ้..เฝ้าสังเกตุลุงประมาณหนึ่งสัปดาห์ พอประเมินได้  คงจะมีเพื่อนในกลุ่มหมากรุก แนะนำให้ลุงใช้ไว้สื่อสารกับเพื่อนฝูงบ้าง  ไว้ใช้ดูข่าวสารบ้าง อะไรบ้าง  บางทีลุงอาจจะเหงา อยู่บ้านก็ไม่ค่อยได้พูดคุยกับใคร  ไปวัดพระก็มีมือถือ เพื่อนๆในวงหมากรุกก็มีมือถือกันทุกตน  ลุงคงเห็นถึงความจำเป็นที่ต้องสื่อสารกับคนอื่นๆ แต่นานๆลุงจะหยิบใช้ เพราะอาจจะยังไม่คล่อง เริ่มหัดเล่น  ที่ลูกๆเป็นห่วงคือกลัวจะมีสาวๆมาหลอกเพราะเป็นถึงเจ้าของร้านทอง ด้วยความเหงาเกรงว่าไปเจอคนที่พูดจาดีอาจถูกหลอกได้   ที่ผ่านมาลุงไม่มีอะไรพิเศษตามพฤติกรรมที่เห็น เคสนี้เป็นอุทาหรณ์ สำหรับลูกหลานทั้งหลาย ที่ปล่อยให้คนแก่ในบ้านเหงา  พูดคุยกับท่านบ้าง มีกิจกกรรมด้วยกันบ้าง  ไปเที่ยว เดินเล่น ถ้าท่านชอบทำบุญเข้าวัดก็อย่าไปขัดใจ และพาไปไหนตามที่เขาชอบ ถ้าเป็นแบบนี้ช่องว่างระหว่าง พ่อแม่ ปู่ย่า ตายาย กับลูกๆหลาน ก็จะมีแต่สัมพันธ์ที่ดี   สอนท่านให้ใช้โทรศัพท์มือถือ อย่าไปห้าม  มือถือสมัยนี้มีทุกอย่าง ในโลกโซเชียล ดูหนัง ฟังเพลง เล่นเกมส์แก้เหงา  ฟังธรรมะ       ก็ต้องคิด!  คุณพ่อคุณแม่ที่แก่แล้ว ลูกๆหลานก็มีสังคมเป็นของตัวเอง คือสังคมก้มหน้า ต่างคนต่างอยู่ อยู่บ้านเดียวแต่ไม่เคยคุยกันเลย พอคุณพ่อมีมือถือบ้างก็คิดว่าเป็นเรื่องแปลก คิดว่ามีกิ๊กพวกหล่อนจะมาหลอกให้หมดตัว จินตนาไปไกลเลย   อย่าปล่อยให้ผู้สูงอายุอยู่แบบเหงา ๆ เอาใจใส่ท่านบ้างดูแลอย่างใกล้ชิด พูดคุยกันโดยตรง อย่าเจอกันแต่ในหน้าจอมือถือนะค่ะ  ควรให้เวลากับคนในบ้านเรา อย่ามองเป็นเรื่องน่าเบื่อหน่าย มีปัญหาปรึกษานักสืบกุ้งค่ะ

แสดงความเห็น

ข่าวที่มีผู้อ่านมาก