แจ้งความเท็จเพื่อให้ตำรวจจับกุมผู้อื่น|แจ้งความเท็จเพื่อให้ตำรวจจับกุมผู้อื่น

แจ้งความเท็จเพื่อให้ตำรวจจับกุมผู้อื่น

  • ทนายคลายทุกข์ ปรึกษากฎหมาย โทร 02-9485700
  • Email: [email protected]
Header Background Image

งานเผยแพร่ความรู้ทางด้าน กฎหมาย การบริหารการจัดการหนี้สินในองค์กรภาครัฐและภาคเอกชน การฝึกอบรมสัมมนาพัฒนาบุคลากร ในการประกอบธุรกิจ หากหน่วยงานของรัฐ บริษัทห้างร้าน มีความสนใจ เชิญทีมงานไปฝึกอบรมสัมมนาหรือต้องการข้อมูลข่าวสาร ติดต่อได้ที่ 02-948-5700 อ่านต่อ

ท่านใดที่สนใจเกี่ยวกับหลักสูตรฝึกอบรมการติดตามหนี้ ทวงหนี้อย่างไรให้ได้ผล ได้เงิน รักษาภาพลักษณ์ รักษาลูกค้า/หลักสูตรการป้องกันและการปราบปรามการทุจริตภายในองค์กร/หลักสูตรกฎหมายแรงงาน สำหรับเจ้าหน้าที่ฝ่ายบุคคลหรือผู้บริหารบริษัท สนใจโทร.02-9485700 อ่านต่อ

สืบทุกเรื่องที่คุณอยากรู้ มีเรื่องคาใจอยากรู้ความจริง โทรมาคุยกับกุ้งได้ที่ 081-625-2161หรือ 089-669-5026 "อย่าปล่อยให้มีเรื่องคาใจ อะไรที่ไม่สบายใจ ต้องหาทางปลดปล่อย สืบให้รู้ความจริง จะได้จบสิ้นกันเสียที สำหรับความทุกข์ที่คาใจมาเป็นเวลานาน อย่าปล่อยให้คนนอกใจลอยนวล" อ่านต่อ

รับแปลเอกสารต่างๆ อ่านต่อ

แจ้งความเท็จเพื่อให้ตำรวจจับกุมผู้อื่น

  • Defalut Image

ปัจจุบันมีผู้เสียหายหลายคนที่ไม่ใช่ผู้เสียหายที่แท้จริง  แต่ไปแจ้งความกับตำรวจ

บทความวันที่ 25 พ.ย. 2561, 13:39

มีผู้อ่านทั้งหมด 783 ครั้ง


แจ้งความเท็จเพื่อให้ตำรวจจับกุมผู้อื่น

             ปัจจุบันมีผู้เสียหายหลายคนที่ไม่ใช่ผู้เสียหายที่แท้จริง  แต่ไปแจ้งความกับตำรวจว่าถูกข่มขืนหรือรู้อยู่แล้วว่าผู้ต้องหาไม่ได้กระทำความผิด แต่ไปยืนยันว่าผู้ต้องหากระทำความผิด ทำให้ตำรวจไม่มีเวลาในการสืบสวนก่อนจับ ทำให้ผู้ต้องหาถูกหน่วงเหนี่ยวกักขัง เพราะพนักงานสอบสวนก็ชื่อคนง่าย โดยเชื่อว่าผู้เสียหายแจ้งความตามความเป็นจริง จึงไปจับกุมตัวมาขังไว้ที่โรงพัก ศาลฎีกาเคยตัดสินแล้วว่า การกระทำดังกล่าวเป็นความผิดฐานหน่วงเหนี่ยวกักขัง ตาม ป.อ.มาตรา 310  ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสามปี หรือปรับไม่เกินหกหมื่นบาทหรือทั้งจำทั้งปรับ อ้างอิงคำพิพากษาฎีกาที่ 95/2487(ประชุมใหญ่)

คำพิพากษาฎีกาที่ 95/2487(ประชุมใหญ่)
              การร้องเรียนขอให้จับกุมผู้หนึ่งผู้ใดในทันทีทันใด โดยไม่ให้เจ้าพนักงานมีเวลาสืบสวนสอบสวนเสียก่อน ในทำนองใช้เจ้าพนักงานเป็นเครื่องมือซึ่งอาจทำได้ตาม ป.วิ.อ.มาตรา 78 นั้น ผู้ร้องขอให้จับ ย่อมมีความผิดตามมาตรา 310 แต่ถ้าเป็นการร้องเรียนเท็จขอให้จับกุมโดยเจ้าพนักงานมีเวลาสืบสวนหรือสอบสวนเสียก่อนแล้ว การจับกุมจึงเกิดขึ้นจากการวินิจฉัยของเจ้าพนักงาน หากเจ้าพนักงานจะจับกุมทันทีโดยไม่สืบสวนหรือสอบสวน ก็หาใช่เป็นความผิดของผู้ร้องเรียนไม่

ตัวบทกฎหมายอ้างอิง
ประมวลกฎหมายอาญา
มาตรา 310
 ผู้ใดหน่วงเหนี่ยวหรือกักขังผู้อื่น หรือกระทำด้วยประการใดให้ผู้อื่นปราศจากเสรีภาพในร่างกาย ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสามปี หรือปรับไม่เกินหกหมื่นบาทหรือทั้งจำทั้งปรับ
             ถ้าการกระทำความผิดตามวรรคแรก เป็นเหตุให้ผู้ถูกหน่วงเหนี่ยวถูกกักขังหรือต้องปราศจากเสรีภาพในร่างกายนั้นถึงแก่ความตาย หรือรับอันตรายสาหัส ผู้กระทำต้องระวางโทษดังที่บัญญัติไว้ในมาตรา 290 มาตรา 297 หรือมาตรา 298 นั้น

มีข้อสงสัยสอบถามข้อกฎหมายเพิ่มเติมได้ที่ ทีมงานทนายความทนายคลายทุกข์ โทร.02-9485700

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 1

สวัสดีค่ะ ขอความช่วยเหลือจากทนายด้วยนะค่ะ


มีเรื่องที่เป็นทุกข์ต้องการคำแนะนำค่ะ


เรื่องคือถ้าผุ้เเจ้ง แจ้งความเท้จคดีร่วมกันทำร้ายร่างกายผู้อื่น แล้วออกหมายเรียกจนไปถึงการนัดขึ้นศาลแล้ว


หลังจากนี้ถ้าเราสามารถนำหลักฐานไปหักล้างกับสิ่งที่ถุกกล่าวหาในคดีนี้ เพื่อยืนยันว่าเราไม่ได้เข้าร่วมในการทำร้ายร่างกายแน่นอนเป็นเพียงคนที่ยืนดูและเป็นคนที่คอยช่วยเข้าไปแยกในเหตุการณ์นั้นตามความจริง ตามหลักฐานที่มีทั้งหมด


ตรงนี้เราสามารถสู้คดีและแจ้งความกลับกับคนที่แจ้งเท็จเราให้ได้รับโทษความผิดคดีอาญาได้แน่นอนหรือไม่ค่ะ?


ขอคำแนะนำและความเข้าใจในเรื่องกฎหมายด้วยนะค่ะ เพราะเรามั่นใจเต็มร้อยค่ะว่าเราไม่ผิดแน่นอน แต่ที่เริ่มมีข้อสงสัยขึ้นมาว่า เรื่องราวที่เกิดขึ้นจริงความจริงมันสามารถจะเปลี่ยนกันได้ขนาดนั้นเลยหรอค่ะ? เปลี่ยนได้และสามารถเอนไปทางคำพุดของโจทย์ ตามอคติของโจทย์ ที่มีต่อเรา ให้เราได้รับผิดร่วมกันไปได้ด้วยหรอค่ะ?? คือฟังแล้ว งง แล้วแอบหวั่นใจนิดนึงค่ะ ว่าเกี่ยวมั้ยที่เป็นญาติ เกี่ยวกันมั้ยที่ก่อนหน้านี้คนๆนี้เราไม่ได้คุยกับเค้าไปแล้ว แล้วเค้าก้อคิดโกรธเกลียดเรา คิดว่าเราก้อคิดเป้นเช่นกันกับเค้า และที่เรายืนดุ มันคือการมีส่วนร่วม กล่าวหาไปอีกว่าเราเป้นคนบงการในเหตุการณ์นั้นๆ ทั้งหมดคือคำพุดของ พนักงานสอบสวนที่บอกว่าผุ้เสียหายเป็นคนแจ้งความประสงค์เอาผิดกับเราไปด้วยอีกคน



หลักฐานของเราคือคลิปวงจรปิดที่เราไม่ได้มีส่วนร่วมกระทำ แน่นอนค่ะ ภาพชัดทุกอย่าง และเป็นคนห้ามเหตุการณ์ปะทะกันตรงนั้นทั้ง2ครั้ง ด้วยค่ะ พยานที่เกิดเหตุก้อไปเป้นพยานที่ สน. เรียบร้อยแล้วด้วยค่ะ


ทั้งหมดที่เล่าไปตรงนี้เกิดจากความจริงทั้งหมดค้ะ ไม่มีปิดบังความจริงแน่นอนค่ะ


รบกวนขอคำแนะนำเรื่องกฎหมายและความมั่นใจในการต่อสู้และมีโอกาสที่จะสามารถฟ้องกลับคุกรณีได้ทันทีด้วยนะค่ะ

 

โดยคุณ Yellie Sivamoke 13 ธ.ค. 2561, 19:56

แสดงความเห็น

ข่าวที่มีผู้อ่านมาก