ออกหมายจับผิดตัว |ออกหมายจับผิดตัว

ออกหมายจับผิดตัว

  • ทนายคลายทุกข์ ปรึกษากฎหมาย โทร 02-9485700
  • Email: [email protected]
Header Background Image

งานเผยแพร่ความรู้ทางด้าน กฎหมาย การบริหารการจัดการหนี้สินในองค์กรภาครัฐและภาคเอกชน การฝึกอบรมสัมมนาพัฒนาบุคลากร ในการประกอบธุรกิจ หากหน่วยงานของรัฐ บริษัทห้างร้าน มีความสนใจ เชิญทีมงานไปฝึกอบรมสัมมนาหรือต้องการข้อมูลข่าวสาร ติดต่อได้ที่ 02-948-5700 อ่านต่อ

ท่านใดที่สนใจเกี่ยวกับหลักสูตรฝึกอบรมการติดตามหนี้ ทวงหนี้อย่างไรให้ได้ผล ได้เงิน รักษาภาพลักษณ์ รักษาลูกค้า/หลักสูตรการป้องกันและการปราบปรามการทุจริตภายในองค์กร/หลักสูตรกฎหมายแรงงาน สำหรับเจ้าหน้าที่ฝ่ายบุคคลหรือผู้บริหารบริษัท สนใจโทร.02-9485700 อ่านต่อ

สืบทุกเรื่องที่คุณอยากรู้ มีเรื่องคาใจอยากรู้ความจริง โทรมาคุยกับกุ้งได้ที่ 081-625-2161หรือ 089-669-5026 "อย่าปล่อยให้มีเรื่องคาใจ อะไรที่ไม่สบายใจ ต้องหาทางปลดปล่อย สืบให้รู้ความจริง จะได้จบสิ้นกันเสียที สำหรับความทุกข์ที่คาใจมาเป็นเวลานาน อย่าปล่อยให้คนนอกใจลอยนวล" อ่านต่อ

รับแปลเอกสารต่างๆ อ่านต่อ

ออกหมายจับผิดตัว

กรณีสถานีตำรวจภูธรบุรีรัมย์ ยื่นคำร้องต่อศาลจังหวัดบุรีรัมย์ขอออกหมายจับ

บทความวันที่ 25 มี.ค. 2556, 00:00

มีผู้อ่านทั้งหมด 1297 ครั้ง


ออกหมายจับผิดตัว

            กรณีสถานีตำรวจภูธรบุรีรัมย์ ยื่นคำร้องต่อศาลจังหวัดบุรีรัมย์ขอออกหมายจับ พนักงานนวด สปาที่กรุงเทพ เนื่องจากอ้างว่า เป็นคนร้ายตามกล้องวงจรปิดคดีมอมยา ต่อมาภายหลังนำภาพออกสื่อทางโทรทัศน์ บุคคลตามภาพปรากฎตัวและคัดค้านว่า ไม่ใช่คนร้าย ทำให้ได้รับความเสียหายและไปแจ้งความที่สถานีตำรวจในกรุงเทพ แต่ไม่รับคำร้องทุกข์โดยให้ไปเคลียร์กับทางจังหวัดบุรีรัมย์เอาเอง  ทำให้ผู้เสียหายหมดที่พึ่ง ตาม ป.วิ.อ.มาตรา 123,124 การร้องทุกข์จะร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวนท้องที่ใดก็ได้ทั่วราชอาณาจักร  ตาม ป.วิ.อ.มาตรา 18 หรือเป็นกรณีความผิดเกี่ยวพันหลายท้องที่ ตาม ป.วิ.อ.มาตรา 19 ก็ให้พนักงานสอบสวนที่รับคำร้องทุกข์แจ้งไปยังพนักงานสอบสวนที่รับผิดชอบ เช่น ในกรณีนี้ก็ให้แจ้งไปที่สถานีตำรวจ จ.บุรีรัมย์ ซึ่งเป็นท้องที่ที่ความผิดเกิดและดำเนินการสอบสวนต่อไป ในกรณีที่ผู้เสียหายคือคุณศศิธร ที่ได้รับความเสียหายจากการออกหมายจับโดยไม่รอบคอบของพนักงานสอบสวนที่ จ.บุรีรัมย์ ก็ต้องดำเนินการมาสอบสวนผู้เสียหายที่กรุงเทพ ไม่ใช่ให้ผู้เสียหายเดินทางจากกรุงเทพไปให้ปากคำที่ จ.บุรีรัมย์ เพราะเขาเป็นผู้เสียหาย เขาไม่ใช่ผู้ต้องหา และความเสียหายที่เกิดขึ้น ก็เกิดขึ้นจากการกระทำของเจ้าหน้าที่ของรัฐที่ประมาทเลินเล่อหรือบางคนเรียกว่า มักง่าย  จะต้องรับผิดชอบ เพียงคำขอโทษไม่น่าจะพอเพราะเขาเสียหายเสียชื่อเสียงไปแล้ว  สำนักงานตำรวจแห่งชาติต้องหาทางเยียวยาต่อไป หากปล่อยเช่นนี้ ก็จะกระทบต่อความน่าเชื่อถือของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ รวมทั้งกระบวนการในการออกหมายจับของศาล

ตัวบทกฎหมายอ้างอิง
ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา
มาตรา 18
ในจังหวัดอื่นนอกจากจังหวัดพระนครและจังหวัดธนบุรี พนักงานฝ่ายปกครองหรือตำรวจชั้นผู้ใหญ่ ปลัดอำเภอ และข้าราชการตำรวจซึ่งมียศตั้งแต่ชั้นนายร้อยตำรวจตรีหรือเทียบเท่านายร้อยตำรวจตรีขึ้นไป มีอำนาจสอบสวนความผิดอาญาซึ่งได้เกิด หรืออ้าง หรือเชื่อว่าได้เกิดภายในเขตอำนาจของตน หรือผู้ต้องหามีที่อยู่ หรือถูกจับภายในเขตอำนาจของตนได้
           สำหรับในจังหวัดพระนครและจังหวัดธนบุรี ให้ข้าราชการตำรวจซึ่งมียศตั้งแต่ชั้นนายร้อยตำรวจตรีหรือเทียบเท่านายร้อยตำรวจตรีขึ้นไป  มีอำนาจสอบสวนความผิดอาญาซึ่งได้เกิดหรืออ้าง  หรือเชื่อว่าได้เกิดภายในเขตอำนาจของตน  หรือผู้ต้องหามีที่อยู่  หรือถูกจับภายในเขตอำนาจของตนได้
          ภายใต้บังคับแห่งบทบัญญัติในมาตรา 19 มาตรา 20 และมาตรา 21 ความผิดอาญาได้เกิดในเขตอำนาจพนักงานสอบสวนคนใด โดยปกติให้เป็นหน้าที่พนักงานสอบสวนผู้นั้นเป็นผู้รับผิดชอบในการสอบสวนความผิดนั้นๆ เพื่อดำเนินคดี เว้นแต่เมื่อมีเหตุจำเป็นหรือเพื่อความสะดวก จึงให้พนักงานสอบสวนแห่งท้องที่ที่ผู้ต้องหามีที่อยู่ หรือถูกจับเป็นผู้รับผิดชอบดำเนินการสอบสวน
            ในเขตท้องที่ใดมีพนักงานสอบสวนหลายคน การดำเนินการสอบสวนให้อยู่ในความรับผิดชอบของพนักงานสอบสวนผู้เป็นหัวหน้าในท้องที่นั้น หรือผู้รักษาการแทน

มาตรา 19  ในกรณีดั่งต่อไปนี้
(1) เป็นการไม่แน่ว่าการกระทำผิดอาญาได้กระทำในท้องที่ใดในระหว่างหลายท้องที่
(2) เมื่อความผิดส่วนหนึ่งกระทำในท้องที่หนึ่ง แต่อีกส่วนหนึ่งในอีกท้องที่หนึ่ง
(3) เมื่อความผิดนั้นเป็นความผิดต่อเนื่องและกระทำต่อเนื่องกันในท้องที่ต่างๆ เกินกว่าท้องที่หนึ่งขึ้นไป
(4) เมื่อเป็นความผิดซึ่งมีหลายกรรม กระทำลงในท้องที่ต่างๆ กัน
(5) เมื่อความผิดเกิดขึ้นขณะผู้ต้องหากำลังเดินทาง
(6) เมื่อความผิดเกิดขึ้นขณะผู้เสียหายกำลังเดินทาง
พนักงานสอบสวนในท้องที่หนึ่งท้องที่ใดที่เกี่ยวข้องมีอำนาจสอบสวนได้
ในกรณีข้างต้นพนักงานสอบสวนต่อไปนี้ เป็นผู้รับผิดชอบในการสอบสวน
(ก) ถ้าจับผู้ต้องหาได้แล้ว คือพนักงานสอบสวนซึ่งท้องที่ที่จับได้อยู่ในเขตอำนาจ
(ข) ถ้าจับผู้ต้องหายังไม่ได้ คือพนักงานสอบสวนซึ่งท้องที่ที่พบการกระทำผิดก่อนอยู่ในเขตอำนาจ

มาตรา 123  ผู้เสียหายอาจร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวนได้
           คำร้องทุกข์นั้นต้องปรากฏชื่อและที่อยู่ของผู้ร้องทุกข์ ลักษณะแห่งความผิดพฤติการณ์ต่างๆ ที่ความผิดนั้นได้กระทำลง ความเสียหายที่ได้รับและชื่อหรือรูปพรรณของผู้กระทำผิดเท่าที่จะบอกได้
          คำร้องทุกข์นี้จะทำเป็นหนังสือหรือร้องด้วยปากก็ได้ ถ้าเป็นหนังสือต้องมีวันเดือนปี และลายมือชื่อของผู้ร้องทุกข์ ถ้าร้องด้วยปาก ให้พนักงานสอบสวนบันทึกไว้ ลงวันเดือนปีและลงลายมือชื่อผู้บันทึกกับผู้ร้องทุกข์ในบันทึกนั้น

มาตรา 124 ผู้เสียหายจะร้องทุกข์ต่อพนักงานฝ่ายปกครองหรือตำรวจ ซึ่งมีตำแหน่งหน้าที่รองหรือเหนือพนักงานสอบสวน และเป็นผู้ซึ่งมีหน้าที่รักษาความสงบเรียบร้อยตามกฎหมายก็ได้
          เมื่อมีหนังสือร้องทุกข์ยื่นต่อเจ้าพนักงานเช่นกล่าวแล้ว ให้รีบจัดการส่งไปยังพนักงานสอบสวน และจะจดหมายเหตุอะไรไปบ้างเพื่อประโยชน์ของพนักงานสอบสวนก็ได้
           เมื่อมีคำร้องทุกข์ด้วยปาก ให้รีบจัดการให้ผู้เสียหายไปพบกับพนักงานสอบสวนเพื่อจดบันทึกคำร้องทุกข์นั้นดั่งบัญญัติในมาตราก่อน ในกรณีเร่งร้อนเจ้าพนักงานนั้นจะจดบันทึกเสียเองก็ได้ แต่แล้วให้รีบส่งไปยังพนักงานสอบสวน และจะจดหมายเหตุอะไรไปบ้างเพื่อประโยชน์ของพนักงานสอบสวนก็ได้
 

แสดงความเห็น

ข่าวที่มีผู้อ่านมาก