งานเผยแพร่ความรู้ทางด้าน กฎหมาย การบริหารการจัดการหนี้สินในองค์กรภาครัฐและภาคเอกชน การฝึกอบรมสัมมนาพัฒนาบุคลากร ในการประกอบธุรกิจ หากหน่วยงานของรัฐ บริษัทห้างร้าน มีความสนใจ เชิญทีมงานไปฝึกอบรมสัมมนาหรือต้องการข้อมูลข่าวสาร ติดต่อได้ที่ 02-948-5700 อ่านต่อ
ท่านใดที่สนใจเกี่ยวกับหลักสูตรฝึกอบรมการติดตามหนี้ ทวงหนี้อย่างไรให้ได้ผล ได้เงิน รักษาภาพลักษณ์ รักษาลูกค้า/หลักสูตรการป้องกันและการปราบปรามการทุจริตภายในองค์กร/หลักสูตรกฎหมายแรงงาน สำหรับเจ้าหน้าที่ฝ่ายบุคคลหรือผู้บริหารบริษัท สนใจโทร.02-9485700 อ่านต่อ
สืบทุกเรื่องที่คุณอยากรู้ มีเรื่องคาใจอยากรู้ความจริง โทรมาคุยกับกุ้งได้ที่ 081-625-2161หรือ 089-669-5026 "อย่าปล่อยให้มีเรื่องคาใจ อะไรที่ไม่สบายใจ ต้องหาทางปลดปล่อย สืบให้รู้ความจริง จะได้จบสิ้นกันเสียที สำหรับความทุกข์ที่คาใจมาเป็นเวลานาน อย่าปล่อยให้คนนอกใจลอยนวล" อ่านต่อ
รับแปลเอกสารต่างๆ อ่านต่อ
สารพันปัญหา SMEs
ภาวะเศรษฐกิจถดถอยในปัจจุบันนี้
ข้าวยากหมากแพง
ถ้าคอยแต่จะหารายได้เสริมจากการเสี่ยงโชค ท่านคงคิดผิด
ควรจะหาธุรกิจที่ทำเพื่อเป็นการส่งเสริมรายได้ วันนี้ทนายคลายทุกข์จึงนำรูปแบบการทำธุรกิจขนาดเล็ก ที่รู้จักกันในนาม SME มาแนะนำให้ปรับใช้ในการทำธุรกิจ
ถ้าคิดว่าปัญหาใหญ่ของการลงทุน คือเรื่องเงิน หรือเงินลงทุน
เรานำทางเลือกหรือช่องทางในการตัดสินใจมาให้ท่านได้ศึกษาเพิ่มเติม เพื่อเพิ่มอำนาจในการตัดสินใจ
ทนายคลายทุกข์นำปัญหาที่เจ้าของธุรกิจถามกันมามาก
ทนายคลายทุกข์จึงปัญหาที่ถามเข้ามา ใน www.cms.sme.go.th ว่าการทำธุรกิจควรทราบอะไรบ้าง และต้องเตรียมตัวอย่างไร
1. ทำธุรกิจแปรรูปผลิตภัณฑ์อาหาร มีคนพูดถึง
HACCP อยากทราบว่า
HACCP คืออะไร ?
HACCP (Hazard
Analysis Critical Control Point) คือ
ระบบวิเคราะห์อันตรายและจุดควบคุมอันตราย ที่มีโอกาส เกิดขึ้นในผลิตภัณฑ์อาหาร
ระบบนี้ได้รับการยอมรับ อย่างกว้างขวางจากนานาประเทศถึงประสิทธิภาพ การประกัน
ความปลอดภัย ของผลิตภัณฑ์อาหาร สำหรับผู้บริโภค เนื่องจากระบบ HACCP เป็นระบบที่ออกแบบมา เพื่อควบคุมอันตราย ณ จุดหรือขั้นตอน
การผลิตที่อันตรายเหล่านั้นมีโอกาสเกิดขึ้น จึงสามารถประกันความปลอดภัย
ของผลิตภัณฑ์ได้ดีกว่าการตรวจสอบ ผลิตภัณฑ์ สุดท้าย
หรือการควบคุมคุณภาพที่ใช้กันอยู่เดิม ซึ่งมีความจำกัดของขนาดตัวอย่างที่สุ่ม
นอกจากนั้นระบบ HACCP ยังมีศักยภาพ ในการระบุบริเวณ
หรือขั้นตอนการผลิตที่มีโอกาส เกิดความผิดพลาดขึ้นได้
แม้ว่าจุดหรือในขั้นตอนดังกล่าว จะยังไม่เคยเกิด อันตรายมาก่อน
ซึ่งจะเป็นประโยชน์อย่างยิ่งต่อการดำเนินงานใหม่
2. ถ้าต้องการทำธุรกิจเพื่อส่งออกจะเริ่มต้นหาลูกค้าต่างประเทศได้อย่างไร
?
การที่จะหาลูกค้าต่างประเทศผู้ส่งออกควรมีความรู้ในเรื่องต่าง ๆ
ดังนี้
1. ควรทราบความต้องการของลูกค้าหรือผู้บริโภคของตลาดที่ต้องการส่งสินค้าไปขาย
2. ควรทราบขนาดของตลาดที่ต้องส่งสินค้าไปขาย
โดยพิจารณาจาก Population และ Purchasing Power
3. พิจารณาด้านความมั่นคงทางเศรษฐกิจ
และการเมือง ของประเทศที่จะส่งสินค้าไปขายว่ามีความมั่นคงมากน้อยเพียงใด
4. เป็นการพิจารณาด้านแนวโน้มการขยายตัวของการนำเข้า
โดยศึกษาได้จากข้อมูลทางสถิติต่าง ๆ ย้อนหลังประมาณ 3 - 5 ปี
5. การศึกษาลู่ทางการจัดจำหน่าย
จะทำให้สามารถเลือกติดต่อกับลูกค้าได้ถูกต้อง และเป็นประโยชน์ในการตั้งราคา
อีกด้วย
6. ต้องมีความเข้าใจในกฎระเบียบการนำเข้าว่ามีขั้นตอนหรือข้อจำกัดอะไรบ้าง
7. ผู้ส่งออกจะต้องมีความรู้ในด้านเหล่านี้เพื่อจะได้เตรียมพร้อมที่จะส่งออกไปตลาดนั้น
ๆ ได้อย่างถูกต้อง
8 . ผู้ส่งออกจะต้องศึกษาถึงขั้นตอนและวิธีการส่งออกตลอดจนค่าระวาง
และระยะเวลาในการขนส่งเพื่อ จะได้กำหนดวันส่งมอบ สินค้าได้อย่างถูกต้อง
9. ผู้ส่งออกจะต้องมีความเข้าใจว่าประเทศนั้น
มีข้อกำหนดอะไรบ้าง เพื่อจะได้เตรียมพร้อมในการแก้ไขปัญหาล่วงหน้า
3. ทราบว่าการที่จะส่งสินค้าประเภทอาหารสำเร็จรูปไปต่างประเทศจะต้องผ่านมาตรฐานที่
ต่างประเทศกำหนด อยากทราบว่ามีมาตรฐานอะไรบ้าง รายละเอียดเป็นอย่างไร ?
การที่จะส่งสินค้าประเภทอาหารสำเร็จรูปไปต่างประเทศจะต้องผ่านการตรวจสอบตามมาตรฐานที่แตกต่างกัน
ซึ่งจะต้องหาข้อมูลจากกรมการค้าต่างประเทศ สำนักมาตรการนำเข้าส่งออกสินค้าทั่วไป
ชั้น 10 กรมการค้าต่างประเทศ 44/100 ถ. สนามบินน้ำ - นนทบุรี ต.บางกระสอ อ.เมือง
จ.นนทบุรี 11000 โทรศัพท์ 0-2547-5123 โทรสาร 0-2547-5123
4 . ถ้าต้องการที่จะส่งออกสินค้าไปต่างประเทศ
จะมีขั้นตอนอย่างไรบ้าง?
ธุรกิจการส่งออก
นับว่าเป็นธุรกิจอีกแขนงหนึ่งที่มีความสำคัญต่อผู้ประกอบการและเราเป็นจำนวนมากในปีหนึ่ง
ๆ และรายได้
เหล่านี้ก็เป็นส่วนหนึ่งที่ถูกนำมาใช้พัฒนาและแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจที่เกิดขึ้น
ดังนั้นเพื่อให้ธุรกิจการส่งสินค้าออก ของไทยประสบความสำเร็จ และมีมูลค่าการส่งออกเพิ่มมากขึ้น
ผู้ประกอบการที่จะเข้ามาในธุรกิจนี้ จำเป็นที่จะต้องเรียนรู้ขั้นตอน
และกระบวนการปฏิบัติต่าง ๆ ในการส่งออกสินค้าให้ดีเสียก่อน
เนื่องจากขั้นตอนการส่งออกสินค้า
เป็นสิ่งสำคัญที่ผู้ประกอบการส่งออกจะต้องทำความเข้าใจและศึกษาข้อปฏิบัติให้ถูกต้อง
เพื่อให้การประกอบธุรกิจส่งออกเป็นไปอย่างสะดวกและได้รับผลสำเร็จคุ้มค่ากับความตั้งใจในการลงทุน
1. การจดทะเบียนธุรกิจ
2. การจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม
และการขอมีเลขและบัตรประจำตัวผู้เสียภาษีอากร
3. เสนอขายและรับการสั่งซื้อ
4. การเตรียมสินค้า
5. ติดต่อขนส่ง
6 . จัดเตรียมเอกสารเพื่อการส่งออก
7. ติดต่อผ่านพิธีการศุลกากร
-
พิธีการตรวจเอกสาร
-
พิธีการตรวจสินค้า
1.
การส่งมอบสินค้า
2.
การเรียกเก็บเงินค่าสินค้า
3.
ขอรับสิทธิประโยชน์
5. ไม่เคยทำธุรกิจมาก่อน สนใจอยากทำธุรกิจ
อยากถามว่าจะต้องทำอย่างไร ?
ถ้ายังไม่เคยทำธุรกิจมาก่อนและต้องการทำธุรกิจ
หรือต้องการเริ่มต้นสำหรับการเป็นผู้ประกอบการ สิ่งที่ควรพิจารณาก่อนเป็นเบื้องต้น
คือเรื่องของความพร้อมของตนเอง ไม่ว่าจะเป็นความรู้ ความสามารถ เวลา ความชอบ
ทุนในการทำธุรกิจ เพราะธุรกิจมีจำนวนมากมายหลากหลาย
ซึ่งธุรกิจประเภทหนึ่งอาจเหมาะกับคนประเภทหนึ่งที่จะทำแล้วประสบความสำเร็จ
ดังนั้นในเบื้องต้นจึงควรเริ่มต้นศึกษา
เกี่ยวกับธุรกิจที่ตนเองอยากจะทำให้ลึกซึ่งก่อนเป็นเบื้องต้น
เพราะในปัจจุบันก็มีแหล่งความรู้เกี่ยวกับการเริ่มต้นธุรกิจอยู่หลากหลายช่องทาง
ไม่ว่าจะเป็นจากหนังสือ วารสาร นิตยสาร Website ที่มีข้อมูลและรายละเอียดเกี่ยวกับการเป็นผู้ประกอบการโดยเฉพาะ
Website ของกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม www.dip.go.th ซึ่งมีรายละเอียดเกี่ยวกับการเริ่มต้นในการทำธุรกิจ
หรือของ สสว. www.sme.go.th นอกจากนี้ศูนย์ประสานและบริการ SMEs ของ สสว. ซึ่งจะมีที่ปรึกษาด้านการจัดการ
เข้ามาให้คำปรึกษาโดยไม่คิดค่าใช้จ่ายให้กับผู้ประกอบการ
สัปดาห์ละหนึ่งครั้งคือทุกวันศุกร์ ระหว่างเวลา 9.00 ? 16.00
น. โดยสามารถติดต่อนัดหมายล่วงหน้าก่อนที่ศูนย์ประสานและบริการ SMEs ของ สสว. หมายเลขโทรศัพท์ 0 -2278-8800 ต่อ 400
6. ได้ยินว่า
ในการติดต่อขอสินเชื่อจากธนาคาร จะต้องมีการเขียนแผนธุรกิจประกอบการขอสินเชื่อ
ขอถามว่า แผนธุรกิจคืออะไร ? และทำไมจะต้องเขียนแผนธุรกิจประกอบการขอสินเชื่อ ?
ปัจจุบันการติดต่อขอสินเชื่อจากธนาคารสำหรับสินเชื่อธุรกิจ
ทุกๆธนาคารจะต้องมีการให้ผู้ประกอบการหรือผู้กู้
ทำการจัดทำแผนธุรกิจประกอบการพิจารณาในการให้วงเงินสินเชื่อ
โดยความหมายในภาพรวมของแผนธุรกิจคือ
เอกสารที่แสดงถึงกระบวนการในการวางแผนในการดำเนินธุรกิจของผู้กู้
ว่ามีกระบวนการในการวางแผนและการดำเนินการอย่างไรและมีประสิทธิภาพหรือไม่
ทั้งในด้านการบริหารจัดการ ด้านการตลาด ด้านการผลิตหรือการบริการ ด้านการเงิน
รวมถึงผลการดำเนินการที่เกิดขึ้น และข้อมูลอื่นๆที่เกี่ยวข้องกับธูรกิจ
ซึ่งอาจพิจารณาได้จากการเติบโตของธุรกิจ หรือผลกำไร เป็นต้น โดยเหตุผลที่ทางธนาคารต้องให้มีการจัดทำแผนธุรกิจก็เพื่อเป็นการช่วยลดความเสี่ยงในการอนุมัติวงเงิน
เพราะผู้กู้ที่มีการวางแผนในการดำเนินธุรกิจที่ดี
มีการคิดอย่างเป็นระบบและมีประสิทธิภาพ
ก็จะทำให้ธุรกิจดำเนินการไปได้ด้วยดีและไม่เกิดปัญหาขึ้นในอนาคต
นอกจากนี้ประมาณการทางการเงินในแผนธุรกิจธุรกิจ
ยังช่วยเป็นข้อมูลในการพิจารณาเกี่ยวกับแหล่งที่มาและใช้ไปของกระแสเงินสดจากการดำเนินธุรกิจ
ว่าเพียงพอที่จะชำระคืนหนี้เงินกู้ยืมตามเงื่อนไขของทางธนาคารได้หรือไม่อีกด้วย
โดยสำหรับท่านที่ยังไม่มีความเข้าใจเกี่ยวกับรูปแบบและการจัดทำแผนธุรกิจ สามารถ Download คู่มือการเขียนแผนธุรกิจได้จาก
Website ของ สสว. www.sme.go.th ครับ
7. วางแผนจะผลิตสินค้าใหม่ชนิดหนึ่ง
ซึ่งยังไม่มีวางขายในตลาด โดยจากการศึกษาข้อมูลต่าง ๆ
พบว่ามีโอกาสเป็นที่ยอมรับในตลาดได้ แต่มีข้อกังวลว่า
หากสินค้าของผมวางขายในตลาดแล้ว จะเกิดสินค้าเลียนแบบเข้ามาแข่งขัน ขอถามว่า
ผมควรทำอย่างไร ?
คงต้องตอบว่าเป็นการยากสำหรับประเทศไทยที่จะป้องกันการเกิดสินค้าเลียนแบบขึ้น
แต่อย่างไรก็ตามข้อเท็จจริงอย่างหนึ่งก็คือ
สินค้าที่ถูกเลียนแบบนั้นต้องเป็นสินค้าที่ขายได้ดีในตลาดหรือเป็นที่นิยมของลูกค้า
จึงจะเกิดมีผู้เข้ามาผลิตสินค้าเลียนแบบขึ้น
เพราะบ่อยครั้งที่พบว่าสินค้าใหม่ที่ออกมาวางขายในตลาดแต่ไม่เกิดสินค้าเลียนแบบขึ้นเลย
เพราะสินค้าตัวนั้นไม่เป็นที่นิยม
หรือไม่คุ้มค่าในการผลิตเลียนแบบหรือเข้ามาแข่งขัน เพราะมีลูกค้าจำนวนน้อยราย
แต่ในเบื้องต้นถ้าคุณตั้งใจจะผลิตสินค้าใหม่ขึ้นมา
สิ่งที่ควรจะทำก่อนคือการจดทะเบียนเพื่อคุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญาในตัวสินค้าของคุณ
โดยหน่วยงานที่ดูแลรับผิดชอบในส่วนนี้คือ กรมทรัพย์สินทางปัญญา กระทรวงพาณิชย์
หมายเลขโทรศัพท์ 0-2547-4631 หรือดูรายละเอียดและขั้นตอนต่างๆ จาก Website ของกรมทรัพย์สินทางปัญญา
www.ipthailand.org ก็จะช่วยให้เข้าใจในรายละเอียดขึ้นครับ
ส่วนแนวทางในการดำเนินการตลาดเพื่อป้องกันสินค้าเลียนแบบมีอยู่หลายวิธี เช่น
ใช้การสร้าง Brand ใช้การกระจายสินค้าให้ครอบคลุมลูกค้าเป้าหมายให้มากที่สุด
ใช้การทำสินค้าออกมาหลายๆแบบ เป็นต้น ซึ่งค่อนข้างมีวิธีการที่หลากหลาย
และขึ้นอยู่กับลักษณะของตัวสินค้าและกลุ่มลูกค้าด้วย
โดยต้องพิจารณาเป็นกรณีเฉพาะไป ซึ่งคงไม่สามารถระบุได้ในที่นี้
เพราะคุณก็ไม่ได้ระบุว่าเป็นสินค้าอะไร
ขอขอบคุณ www.cms.sme.go.th ที่เอื้อเฟื้อข้อมูล