คำฟ้องชายหนุ่มถูกหญิงสาวหลอกลวงว่าจะแต่งงานด้วย เสียเงินไปสองแสนบาทเศษ|คำฟ้องชายหนุ่มถูกหญิงสาวหลอกลวงว่าจะแต่งงานด้วย เสียเงินไปสองแสนบาทเศษ

คำฟ้องชายหนุ่มถูกหญิงสาวหลอกลวงว่าจะแต่งงานด้วย เสียเงินไปสองแสนบาทเศษ

  • ทนายคลายทุกข์ ปรึกษากฎหมาย โทร 02-9485700
  • Email: [email protected]
Header Background Image

งานเผยแพร่ความรู้ทางด้าน กฎหมาย การบริหารการจัดการหนี้สินในองค์กรภาครัฐและภาคเอกชน การฝึกอบรมสัมมนาพัฒนาบุคลากร ในการประกอบธุรกิจ หากหน่วยงานของรัฐ บริษัทห้างร้าน มีความสนใจ เชิญทีมงานไปฝึกอบรมสัมมนาหรือต้องการข้อมูลข่าวสาร ติดต่อได้ที่ 02-948-5700 อ่านต่อ

ท่านใดที่สนใจเกี่ยวกับหลักสูตรฝึกอบรมการติดตามหนี้ ทวงหนี้อย่างไรให้ได้ผล ได้เงิน รักษาภาพลักษณ์ รักษาลูกค้า/หลักสูตรการป้องกันและการปราบปรามการทุจริตภายในองค์กร/หลักสูตรกฎหมายแรงงาน สำหรับเจ้าหน้าที่ฝ่ายบุคคลหรือผู้บริหารบริษัท สนใจโทร.02-9485700 อ่านต่อ

สืบทุกเรื่องที่คุณอยากรู้ มีเรื่องคาใจอยากรู้ความจริง โทรมาคุยกับกุ้งได้ที่ 081-625-2161หรือ 089-669-5026 "อย่าปล่อยให้มีเรื่องคาใจ อะไรที่ไม่สบายใจ ต้องหาทางปลดปล่อย สืบให้รู้ความจริง จะได้จบสิ้นกันเสียที สำหรับความทุกข์ที่คาใจมาเป็นเวลานาน อย่าปล่อยให้คนนอกใจลอยนวล" อ่านต่อ

รับแปลเอกสารต่างๆ อ่านต่อ

คำฟ้องชายหนุ่มถูกหญิงสาวหลอกลวงว่าจะแต่งงานด้วย เสียเงินไปสองแสนบาทเศษ

บทความวันที่ 1 พ.ย. 2551, 00:00

มีผู้อ่านทั้งหมด 2795 ครั้ง


 

คำฟ้องชายหนุ่มถูกหญิงสาวหลอกลวงว่าจะแต่งงานด้วย เสียเงินไปสองแสนบาทเศษ

 

            ทนายคลายทุกข์ขอนำคดีที่เกิดขึ้นจริงและขอความช่วยเหลือมายังทนายคลายทุกข์เพื่อฟ้องหญิงจอมหลอกลวงเป็นคดีฉ้อโกง มีรายละเอียดของคำฟ้องดังนี้

 

            เมื่อวันเวลาใดไม่ปรากฏชัดตั้งแต่เดือนมกราคม 2551 เรื่อยมาจนถึงเดือนตุลาคม 2551 จำเลยในคดีนี้ซึ่งเป็นเพื่อนสนิทกับโจทก์ ได้บังอาจกระทำความผิดกฎหมายอาญา ต่างกรรมต่างวาระหลายครั้งหลายหน โดยได้วางแผนหลอกลวงโจทก์ด้วยการแสดงข้อความอันเป็นเท็จและปกปิดความจริงซึ่งควรบอกให้แจ้ ง      โดยแสดงข้อความเท็จหลายประการให้กับโจทก์ดังต่อไปนี้

 

                - หลอกลวงว่าเป็นโสด เลิกกับสามีเก่าแล้ว ซึ่งเป็นความเท็จ ความจริงจำเลยมีคนรักอยู่แล้ว และกำลังจะแต่งงานในเดือนตุลาคม 2551

 

                - หลอกลวงว่ารับผิดชอบค่าใช้จ่ายในการรักษาตา ซึ่งเป็นความเท็จ ความจริงตาของจำเลยมิได้ป่วยหนักและต้องเสียค่าใช้จ่ายในการรักษาในโรงพยาบาล

 

                - หลอกลวงว่ารับผิดชอบค่าจ่ายค่าเล่าเรียน และค่ากินใช้ของน้องสาวทุกเดือน ซึ่งเป็นความเท็จ ความจริงจำเลยไม่ได้รับผิดชอบค่าใช้จ่ายของน้องสาวของจำเลย

 

                - หลอกลวงว่ารับผิดชอบจ่ายค่าผ่อนคอนโดของบิดาทุกเดือน ซึ่งเป็นความเท็จ ความจริงจำเลยไม่ได้รับผิดชอบผ่อนชำระคอนโดของบิดา

 

                - หลอกลวงว่ารับผิดชอบจ่ายค่าผ่อนรถของบิดาทุกเดือน ซึ่งเป็นความเท็จ ความจริงจำเลยไม่ได้รับผิดชอบผ่อนชำระค่ารถของบิดา

 

                - หลอกลวงว่า โรงงานของแม่มีปัญหา ซึ่งเป็นความเท็จ ความจริงโรงงานของมารดาจำเลยไม่มีปัญหา จำเลยพูดตลอดว่า มารดาและบิดาของจำเลยมีฐานะทางการเงินดี

 

                - หลอกลวงว่า จะไปลงทุนเปิดบริษัทกับเพื่อนสนิท ซึ่งเป็นความเท็จ ความจริง จำเลยไม่ได้นำเงินไปลงทุนเปิดบริษัทกับเพื่อนสนิท

 

                - หลอกลวงว่า ตาป่วยไม่สบายอาการหนักนอนอยู่โรงพยาบาล ซึ่งเป็นความเท็จ ความจริงตาของจำเลยไม่ได้ป่วยหนักและนอนรักษาตัวอยู่โรงพยาบาล

 

                - หลอกลวงว่าได้ไป ๆ มา เพื่อพักอาศัยหลับนอนอยู่ที่บ้าน และคอนโดของพ่อมาโดย

                  ตลอด ซึ่งเป็นความเท็จ ความจริง จำเลยไม่ได้ไปพักอาศัยและหลับนอนที่คอนโดของบิดา แต่เป็นคอนโดของสามีจำเลย

 

                โจทก์หลงเชื่อคำหลอกลวงของจำเลยว่าเป็นความจริง จึงได้ส่งมอบเงินให้กับจำเลยไปหลายครั้งหลายหน ต่างกรรมต่างวาระ โดยวิธีการโอนเงินจากบัญชีของโจทก์ไปยังบัญชีของจำเลย รายละเอียดการโอนเงินเข้าบัญชีของจำเลย จำนวน 6 ครั้ง มีดังต่อไปนี้

 

                - ครั้งที่ 1 เมื่อวันที่ 11 มิถุนายน 2551 จำนวนเงิน 22,000 บาท

                - ครั้งที่ 2 เมื่อวันที่ 19 มิถุนายน 2551 จำนวนเงิน 18,000 บาท

                - ครั้งที่ 3 เมื่อวันที่ 26 มิถุนายน 2551 จำนวนเงิน 8,000 บาท

                - ครั้งที่ 4 เมื่อวันที่ 9 กรกฎาคม 2551 จำนวนเงิน 150,000 บาท

                - ครั้งที่ 5 เมื่อวันที่ 18 กรกฎาคม 2551 จำนวนเงิน 21,000 บาท

                - ครั้งที่ 6 เมื่อวันที่ 1 สิงหาคม 2551      จำนวนเงิน  3,000 บาท

 

                รวมเป็นเงินทั้งสิ้น 222,000 บาท (สองแสนสองหมื่นสองพันบาทถ้วน)  รายละเอียดปรากฎตามเอกสารท้ายคำฟ้องหมายเลข 1-6 ตามลำดับ ซึ่งความจริงแล้วจำเลยไม่มีเจตนาที่จะนำเงินดังกล่าวไปกระทำการตามวัตถุประสงค์ที่หลอกลวงแต่อย่างใด โดยจำเลยมีเจตนาทุจริตมาตั้งแต่แรกแล้วที่จะหลอกลวงเงินโจทก์จำนวนเงิน 222,000 บาท (สองแสนสองหมื่นสองพันบาทถ้วน) เพื่อนำไปใช้เป็นประโยชน์ส่วนตัวของจำเลยและสามีจำเลยโดยทุจริต การกระทำดังกล่าวของจำเลยจึงมีความผิดฐานฉ้อโกง

 

                คดีนี้เหตุเกิดหลายท้องที่เกี่ยวเนื่องกันต่างกรรมต่างวาระ สถานที่เกิดเหตุมีดังต่อไปนี้คือ

                -   ซอยคู้บอน ถนนรามอินทรา แขวง         เขต           กรุงเทพมหานคร

                - อาคารเอสซีบีปาร์ค ถนนพหลโยธิน แขวง          เขตจตุจักร กรุงเทพมหานคร , 

                - แฟชั่นไอซ์แลนด์ แขวงคันนายาว เขตคันนายาว กรุงเทพมหานคร

                - ห้างสรรพสินค้าฟอร์จูน ถนนรัชดาภิเษก แขวงดินแดง เขตดินแดง กรุงเทพมหานคร , 

                - ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) สาขาถนนจันทน์

                - ซอยจันทน์ 31 ถนนจันทน์  แขวง   เขต  กรุงเทพมหานคร

                - ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) สาขาสำนักรัชโยธิน  แขวง            เขตจตุจักร

                  กรุงเทพมหานคร

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 2

พวกที่หลอกลวงคนอื่นมันไม่ยอมรับความจริง หรอกจนกว่าเราจะฟ้องเอาเรื่องมัน

เรื่องนี้ไม่ใช่ว่าจะมีแต่ผู้ชาย ผู้หญิงก็เจอแบบนี้เหมือนกัน

โดยคุณ วิมลรัตน์ 13 มี.ค. 2559, 20:43

ความคิดเห็นที่ 1

เมื่อมนุษย์มีความอยาก สิ่งท่ตามมาก็คือความสมหวังและความผิดหวังบ้างเป็นธรรมดา ถ้าคิดให้ดี ไตร่ตรองอีกสักนิดก็คงไม่เป็นอย่างนี้ คนที่รักเราแทบไม่อยากได้อะไรจากเรานอกจากสิ่งท่เขาเรียกว่า " ความรัก " เท่านั้น
โดยคุณ นายหลง 30 พ.ย. 542, 00:00

แสดงความเห็น

ข่าวที่มีผู้อ่านมาก