กฎหมายแรงงานใหม่เข้าข้างลูกจ้างเต็มที่ | กฎหมายแรงงานใหม่เข้าข้างลูกจ้างเต็มที่

กฎหมายแรงงานใหม่เข้าข้างลูกจ้างเต็มที่

Header Background Image

งานเผยแพร่ความรู้ทางด้าน กฎหมาย การบริหารการจัดการหนี้สินในองค์กรภาครัฐและภาคเอกชน การฝึกอบรมสัมมนาพัฒนาบุคลากร ในการประกอบธุรกิจ หากหน่วยงานของรัฐ บริษัทห้างร้าน มีความสนใจ เชิญทีมงานไปฝึกอบรมสัมมนาหรือต้องการข้อมูลข่าวสาร ติดต่อได้ที่ 02-948-5700 อ่านต่อ

ท่านใดที่สนใจเกี่ยวกับหลักสูตรฝึกอบรมการติดตามหนี้ ทวงหนี้อย่างไรให้ได้ผล ได้เงิน รักษาภาพลักษณ์ รักษาลูกค้า/หลักสูตรการป้องกันและการปราบปรามการทุจริตภายในองค์กร/หลักสูตรกฎหมายแรงงาน สำหรับเจ้าหน้าที่ฝ่ายบุคคลหรือผู้บริหารบริษัท สนใจโทร.02-9485700 อ่านต่อ

สืบทุกเรื่องที่คุณอยากรู้ มีเรื่องคาใจอยากรู้ความจริง โทรมาคุยกับกุ้งได้ที่ 081-625-2161หรือ 089-669-5026 "อย่าปล่อยให้มีเรื่องคาใจ อะไรที่ไม่สบายใจ ต้องหาทางปลดปล่อย สืบให้รู้ความจริง จะได้จบสิ้นกันเสียที สำหรับความทุกข์ที่คาใจมาเป็นเวลานาน อย่าปล่อยให้คนนอกใจลอยนวล" อ่านต่อ

รับแปลเอกสารต่างๆ อ่านต่อ

กฎหมายแรงงานใหม่เข้าข้างลูกจ้างเต็มที่

  • Decha Image Slide

ทนายคลายทุกข์ขอนำกฎหมายแรงงาน พระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2551 ที่จะมีผลใช้บังคับเมื่อวันที่ 27 พฤษภาคม 25

บทความวันที่ 17 พ.ค. 2551, 00:00

มีผู้อ่านทั้งหมด 90534 ครั้ง


กฎหมายแรงงานใหม่เข้าข้างลูกจ้างเต็มที่

กฎหมายแรงงานใหม่เข้าข้างลูกจ้างเต็มที่

 

ทนายคลายทุกข์ขอนำกฎหมายแรงงาน พระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2551 ที่จะมีผลใช้บังคับเมื่อวันที่ 27 พฤษภาคม 2551 ซึ่งได้มีการกำหนดการคุ้มครองแรงงานที่น่าสนใจหลายประการและเป็นประโยชน์อย่างมากต่อลูกจ้าง สามารถนำกฎหมายนี้ไปอ้างกับนายจ้างในกรณีถูกเอารัดเอาเปรียบ ถูกบังคับให้ทำสัญญาหรือถูกคุกคามทางเพศ หรือยึดเงินประกัน หรือเรียกหลักประกัน รวมทั้งการขอใช้อำนาจศาลแรงงานในการบังคับให้มีการเปลี่ยนแปลงสัญญาการว่าจ้างที่ลูกจ้างทำกับนายจ้าง เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมและไม่ให้เอาเปรียบลูกจ้างเกินควร รวมทั้งได้มีการออกกฎหมายคุ้มครองในส่วนที่เกี่ยวกับพนักงานรับเหมาช่วงแรงงาน ให้มีสวัสดิการเท่าเทียมกับลูกจ้างทั่วไป โดยจะนำเสนอเป็นข้อ ๆ ดังนี้คือ

1.ดอกเบี้ยในระหว่างผิดนัด ไม่ชำระเงินค่าจ้างหรือหลักประกันตามที่กฎหมายกำหนด นายจ้างต้องถูกปรับโดยเสียดอกเบี้ยในระหว่างเวลาผิดนัดร้อยละ 15 ต่อปี ตามมาตรา 9

            มาตรา 9 ในกรณีที่นายจ้างไม่คืนหลักประกันที่เป็นเงินตามมาตรา 10 วรรคสอง หรือไม่จ่ายค่าจ้าง ค่าล่วงเวลา ค่าทำงานในวันหยุด และค่าล่วงเวลาในวันหยุดภายในเวลาที่กำหนดตามมาตรา 70 หรือค่าชดเชยตามมาตรา 118 ค่าชดเชยพิเศษแทนการบอกกล่าวล่วงหน้าหรือค่าชดเชยพิเศษตามมาตรา 120 มาตรา 121 และมาตรา 122 ให้นายจ้างเสียดอกเบี้ยให้แก่ลูกจ้างในระหว่างเวลาผิดนัดร้อยละสิบห้าต่อปี

            2. หลักประกันการทำงาน กำหนดไว้ในมาตรา 51 ห้ามมิให้นายจ้างเรียกหรือรับหลักประกันเพื่อการใด ๆ จากฝ่ายลูกจ้างที่เป็นเด็ก

            มาตรา 51 ห้ามมิให้นายจ้างเรียกหรือรับหลักประกันเพื่อการใด ๆ จากฝ่ายลูกจ้างซึ่งเป็นเด็ก ห้ามมิให้นายจ้างจ่ายค่าจ้างของลูกจ้างซึ่งเป็นเด็กให้แก่บุคคลอื่น

            ในกรณีที่นายจ้างจ่ายเงินหรือประโยชน์ตอบแทนใด ๆ ให้แก่ลูกจ้างซึ่งเป็นเด็ก บิดามารดา ผู้ปกครอง หรือบุคคลอื่น เป็นการล่วงหน้าก่อนมีการจ้าง ขณะแรกจ้าง หรือก่อนถึงงวดการจ่ายค่าจ้างในแต่ละคราว มิให้ถือว่าเป็นการจ่ายหรือรับค่าจ้างสำหรับลูกจ้างซึ่งเป็นเด็กนั้น และห้ามมิให้นายจ้างนำเงินหรือประโยชน์ตอบแทนดังกล่าวมาหักจากค่าจ้างซึ่งต้องจ่ายให้แก่ลูกจ้างซึ่งเป็นเด็กตามกำหนดเวลา

            3. ให้ลูกจ้างหรือกรมสวัสดิการคุ้มครองแรงงาน มีบุริมสิทธิเหนือทรัพย์สินทั้งหมดของนายจ้างซึ่งเป็นลูกหนี้ในลำดับเดียวกับบุริมสิทธิในค่าภาษีอากร  ตามมาตรา 11

            มาตรา 11 หนี้ที่เกิดจากเงินที่นายจ้างต้องจ่ายตามพระราชบัญญัตินี้ หรือเงินที่ต้องชดใช้กองทุนสงเคราะห์ลูกจ้างตามมาตรา 135 ให้ลูกจ้างหรือกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน แล้วแต่กรณีมีบุริมสิทธิเหนือทรัพย์สินทั้งหมดของนายจ้างซึ่งเป็นลูกหนี้ในลำดับเดียวกับบุริมสิทธิในค่าภาษีอากรตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์

            4. การจ้างโดยวิธีเหมาค่าแรง ตามมาตรา 11/1

            มาตรา 11/1 ในกรณีที่ผู้ประกอบกิจการมอบหมายให้บุคคลหนึ่งบุคคลใดเป็นผู้จัดหาคนมาทำงานอันมิใช่การประกอบธุรกิจจัดหางาน โดยการทำงานนั้นเป็นส่วนหนึ่งส่วนใดในกระบวนการผลิตหรือธุรกิจในความรับผิดชอบของผู้ประกอบกิจการ และโดยบุคคลนั้นจะเป็นผู้ควบคุมดูแลการทำงานหรือรับผิดชอบในการจ่ายค่าจ้างให้แก่คนที่มาทำงานนั้นหรือไม่ก็ตาม ให้ถือว่าผู้ประกอบกิจการเป็นนายจ้างของคนที่มาทำงานดังกล่าว  ให้ผู้ประกอบกิจการดำเนินการให้ลูกจ้างรับเหมาค่าแรงที่ทำงานในลักษณะเดียวกันกับลูกจ้างตามสัญญาจ้างโดยตรง ได้รับสิทธิประโยชน์และสวัสดิการที่เป็นธรรมโดยไม่เลือกปฏิบัติ

          5. ให้ศาลแรงงานมีอำนาจสั่งให้สัญญาจ้าง ข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงาน ระเบียบหรือคำสั่งมีผลใช้บังคับเพียงเท่าที่เป็นธรรมและพอสมควรแก่กรณี ตามมาตรา 14/1

            มาตรา 14/1 สัญญาจ้างระหว่างนายจ้างกับลูกจ้าง ข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงาน ระเบียบหรือคำสั่งของนายจ้างที่ทำให้นายจ้างได้เปรียบลูกจ้างเกินสมควร ให้ศาลมีอำนาจสั่งให้สัญญาจ้าง ข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงาน ระเบียบ หรือคำสั่งนั้นมีผลใช้บังคับเพียงเท่าที่เป็นธรรมและพอสมควรแก่กรณี                   

            6. ห้ามกระทำการล่วงเกิน คุกคาม หรือก่อความเดือนร้อนรำคาญทางเพศ ตามมาตรา 16

            มาตรา 16 ห้ามมิให้นายจ้าง หัวหน้างาน ผู้ควบคุมงาน หรือผู้ตรวจงานกระทำการล่วงเกินคุกคาม หรือก่อความเดือดร้อนรำคาญทางเพศต่อลูกจ้าง

             7. การบอกกล่าวล่วงหน้า ตามมาตรา 17

            มาตรา 17 สัญญาจ้างย่อมสิ้นสุดลงเมื่อครบกำหนดระยะเวลาในสัญญาจ้างโดยมิต้องบอกกล่าวล่วงหน้า ในกรณีที่สัญญาจ้างไม่มีกำหนดระยะเวลา นายจ้างหรือลูกจ้างอาจบอกเลิกสัญญาจ้าง โดยบอกกล่าวล่วงหน้าเป็นหนังสือให้อีกฝ่ายหนึ่งทราบในเมื่อถึงหรือก่อนจะถึงกำหนดจ่ายค่าจ้างคราวหนึ่งคราวใด เพื่อให้เป็นผลเลิกสัญญากันเมื่อถึงกำหนดจ่ายค่าจ้างคราวถัดไปข้างหน้าก็ได้ แต่ไม่จำต้องบอกกล่าวล่วงหน้าเกินสามเดือน ทั้งนี้ให้ถือว่าสัญญาจ้างทดลองงานเป็นสัญญาจ้างที่ไม่มีกำหนดระยะเวลาด้วย การบอกเลิกสัญญาจ้างตามวรรคสอง นายจ้างอาจจ่ายค่าจ้างให้ตามจำนวนที่จะต้องจ่ายจนถึงเวลาเลิกสัญญาตามกำหนดที่บอกกล่าวและให้ลูกจ้างออกจากงานทันทีได้

            8. การแจ้งการดำเนินการตามพระราชบัญญัติ ตามมาตรา 18

มาตรา 18 ในกรณีที่พระราชบัญญัตินี้กำหนดให้นายจ้างต้องแจ้งการดำเนินการอย่างหนึ่งอย่างใดหรือส่งเอกสารต่ออธิบดีหรือผู้ซึ่งอธิบดีมอบหมายหรือพนักงานตรวจแรงงาน นายจ้างจะแจ้งหรือส่งด้วยตนเอง ทางไปรษณีย์ โทรศัพท์ โทรสาร สื่ออิเล็กทรอนิกส์หรือสื่อเทคโนโลยีสารสนเทศประเภทอื่นก็ได้ ทั้งนี้ ตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่อธิบดีประกาศกำหนด

            9. การกำหนดเวลาทำงานปกติ ตามมาตรา 23

            มาตรา 23 ให้นายจ้างประกาศเวลาทำงานปกติให้ลูกจ้างทราบ โดยกำหนดเวลาเริ่มต้นและเวลาสิ้นสุดของการทำงานแต่ละวันของลูกจ้างได้ไม่เกินเวลาทำงานของแต่ละประเภทงานตามที่กำหนดในกฎกระทรวง แต่วันหนึ่งต้องไม่เกินแปดชั่วโมง ในกรณีที่เวลาทำงานวันใดน้อยกว่าแปดชั่วโมง นายจ้างและลูกจ้างจะตกลงกันให้นำเวลาทำงานส่วนทีเหลือนั้นไปรวมกับเวลาทำงานในวันทำงานปกติอื่นก็ได้ แต่ต้องไม่เกินวันละเก้าชั่วโมงและเมื่อรวมเวลาทำงานทั้งสิ้นแล้ว สัปดาห์หนึ่งต้องไม่เกินสี่สิบแปดชั่วโมง เว้นแต่งานที่อาจเป็นอันตรายต่อสุขภาพและความปลอดภัยของลูกจ้างตามที่กำหนดในกฎกระทรวงต้องมีเวลาทำงานปกติวันหนึ่งไม่เกินเจ็ดชั่วโมง และเมื่อรวมเวลาทำงานทั้งสิ้นแล้วสัปดาห์หนึ่งต้องไม่เกินสี่สิบสองชั่วโมง

            ในกรณีที่นายจ้างและลูกจ้างตกลงกันให้นำเวลาทำงานส่วนที่เหลือไปรวมกับเวลาทำงานในวันทำงานปกติอื่นตามวรรคหนึ่งเกินกว่าวันละแปดชั่วโมงให้นายจ้างจ่ายค่าตอบแทนไม่น้อยกว่าหนึ่งเท่าครึ่งของอัตราค่าจ้างต่อชั่วโมงในวันทำงานตามจำนวนชั่วโมงที่ทำเกินสำหรับลูกจ้างรายวันและลูกจ้างรายชั่วโมงหรือไม่น้อยกว่าหนึ่งเท่าครึ่งของอัตราค่าจ้างต่อหน่วยในวันทำงานตามจำนวนผลงานที่ทำได้ในชั่วโมงที่ทำเกินสำหรับลูกจ้างซึ่งได้รับค่าจ้างผลงาน

            ในกรณีที่นายจ้างไม่อาจประกาศกำหนดเวลาเริ่มต้นและเวลาสิ้นสุดของการกระทำแต่ละวันได้ เนื่องจากลักษณะหรือสภาพของงาน ให้นายจ้างและลูกจ้างตกลงกันกำหนดชั่วโมงทำงานแต่ละวันไม่เกินแปดชั่วโมง และเมื่อรวมเวลาทำงานทั้งสิ้นแล้วสัปดาห์หนึ่งต้องไม่เกินสี่สิบแปดชั่วโมง

          10. การห้ามมิให้ลูกจ้างซึ่งเป็นหญิงทำงานบางประเภท ตามมาตรา 38

             มาตรา 38 ห้ามมิให้นายจ้างให้ลูกจ้างซึ่งเป็นหญิงทำงานอย่างหนึ่งอย่างใด ดังต่อไปนี้

            (1) งานเหมืองแร่หรืองานก่อสร้างที่ต้องทำใต้ดิน ใต้น้ำ ในถ้ำ ในอุโมงค์หรือปล่องในภูเขา เว้นแต่สภาพของการทำงานไม่เป็นอันตรายต่อสุขภาพหรือร่างกายของลูกจ้าง

             (2) งานที่ต้องทำบนนั่งร้านที่สูงกว่าพื้นดินตั้งแต่สิบเมตรขึ้นไป

            (3) งานผลิตหรือขนส่งวัตถุระเบิดหรือวัตถุไวไฟ เว้นแต่สภาพของการทำงานไม่เป็นอันตรายต่อสุขภาพหรือร่างกายของลูกจ้าง

            (4) งานอื่นตามที่กำหนดในกฎกระทรวง

           11. การห้ามมิให้ลูกจ้างซึ่งเป็นหญิงมีครรภ์ทำงาน ตามมาตรา 39 และมาตรา 39/1

 

 

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 619

ขอคำปรึกษาหน่อยค่ะ คือดิฉันทำงานด้านบริการ  เป็นแม่บ้าน ทำงานอยู่ในวิลล่า มีนายจ้างเป็นนายจ้างฝรั่ง และมี  manager  ดูแลพวกเรา ทำงาน เป็นคนไทย มีพนักงานทั้งหมด 6 คน รับผิดชอบดูแลวิลล่าทั้งหมด 8 หลัง ทุกคนทำงานคนละ 28-29 วัน ต่อ 1 เดือน วันหยุดนักขัตฤกษ์ไม่ได้หยุด ส่วนวันหยุดประจำอาทิตย์ถ้ามีแขกก็ไม่ได้หยุด แต่นายจ้างไม่ได้จ่ายค่า ทำงานวันหยุด ค่าล่วงเวลานายจ้างก็ไม่ได้จ่าย เพราะเวลาเข้าออกของแขก ไม่เป็นเวลา ฉะนั้นพนักงานเลย ต้องทำงานล่วงเวลาเป็นส่วนมาก ที่ทำงานของเรา จะต้องดูแลแขก ทั้งทำอาหารเช้า อาหารเที่ยง ทำความสะอาดขอบรูปแบบ และถ้ามีอาหารเย็น แขกจะต้องรับหน้าที่จ่าย ค่าล่วงเวลาของพวกเรา เพราะนายจ้างไม่รับผิดชอบ ให้ตกลงกับแขกเอง แต่ส่วนมาก พนักงานปฏิเสธอาหารเย็นของแข็งไม่ได้ เพราะจะมีปัญหากับนายจ้าง หากมีแขก เข้าพัก เริ่มงาน 8 โมง 15 นาที 5 โมงเย็น แต่ถ้าแขก ไม่ต้องการอะไร เราก็แค่ทำความสะอาด และกลับบ้าน แต่สิ่งที่ดีฉันจะถาม คือ เรามีแขกเกือบทั้งเดือน วันหยุดนักขัตฤกษ์ไม่ได้หยุด หยุดประจำสัปดาห์ ไม่ได้หยุด เมื่อถึงเวลาที่แขกทิ้งช่วง เราก็จะรีบเคลียร์งานของตัวเอง และขอลา แต่ส่วนมาก ไม่ได้ลากัน เพราะเจ้ามีงานมาได้เรื่อยๆ สรุป  แต่ด้วย ช่วงที่แขกทิ้งระยะ เราสามารถไปสายได้ และเมื่องานเสร็จ เราจะกลับก่อนเวลา ซึ่งนายจ้างไม่ ว่าอะไร แต่ที่ดิฉันไม่เข้าใจ หากช่วงเวลาที่ เราไม่มีแขก ช่วงเวลานั้น ติดวันหยุดนักขัตฤกษ์ และวันหยุดประจำสัปดาห์ และเมื่อนายจ้างต้องการให้เราทำงาน ในช่วงนั้น เราบอกปฏิเสธนายจ้างไป แล้วเขาให้ใบวอนนิ่งมา เราสมควรเซ็นรับหรือไม่ แต่เดือนทั้งเดือนที่เราทำงาน 1 เดือนมี 30 วัน หรือ 31 วันแล้วแต่ เราทำงานเกือบเต็มเดือนทั้งเดือน โดยอันที่จริงมีวันหยุดเพียงแค่ 2-3 วันต่อ 1 เดือน หรือบางเดือนไม่ได้หยุดเลย หาก ทะเลาะกับนายจ้าง แล้วโดนไล่ออก สรุปพนักงานผิดใช่ไหมคะ เพราะนายจ้างไม่ชอบให้ลูกน้องเถียง เรามีสิทธิ์ทำอะไรได้ไหม เพราะยังไง เวลาที่เหลือของแต่ละวันเราก็มาทำงานชดเชยให้เสมอ ถึงเขาไม่ให้เราลา ไม่ให้หยุด ไม่ได้ลงเวลาทำงานแบบปกติ แต่ลูกจ้างก็ไม่เคยขอ ค่าล่วงเวลา ค่าทำงานวันหยุด หรือจะเชื่อใดๆทั้งสิ้น เพราะนายจ้างเคยพูดไว้ว่า ทนทำงานที่นี่ไม่ไหว ก็ให้หางานใหม่ได้เลย ช่วยไขข้อข้องใจหน่อยนะคะ เพราะเคยถามกับกรมแรงงานไปแล้ว แต่ไม่เป็นผลอะไรเลย เขาบอกว่า ถ้าแค่หนึ่งหรือสองเสียง ไม่สามารถที่จะทำอะไรนายจ้างได้ เคยมีกรณีที่ลูกจ้างโดน  ออก แต่เรียกร้องอะไรไม่ได้ เพราะพวกเรามีเงินเดือน 12500 บาท จำนวนเงิน 500 บาทนั้น เขาได้จ่ายชดเชยให้ทุกเดือน รวมมาในเงินเดือน เพราะฉะนั้นถ้าพนักงานออกไป เขาไม่จำเป็นที่ต้องมาเสียใจทีหลัง ไม่ได้เรียกร้องอะไรค่ะ เพียงอยากได้การศึกษาว่าควรทำยังไง พวกเรายังรับเงินเดือน ทุกวันที่ 5 เป็นซองขาวไม่ได้ผ่านบัญชี เลยทำให้พวกเรา ทำธุรกรรมทางการเงินลำบากมาก ส่วนมากพนักงานที่นี่ เป็นหนี้ นอกระบบ จึงยังทนทำงานอยู่ที่นี่เรื่อยมา

โดยคุณ กาญจนา เนาว์ไพร (171.5.xxx.xxx) 7 ก.ค. 2560, 09:21

ความคิดเห็นที่ 618

อยากจะถามเกียวกับกฎของบริษัทที่ผมอยู่หน่อยคับว่าเป็นธรรมหรือป่าว

คือ...เราทำผิด..โดนใบเตือน...และโดนหักเงินเบี้ยขยัน....

จริงๆการได้เงินจากเบี้ยขยันมาจากการทำงานตรงเวลาทั้งเดือน...

แต่มีกกฎออกมาว่า...โดนใบเตือนจะต้องหักเบี้ยขยัน...ก็เลยอยากจะถามว่า...แล้วคนที่ไม่ได้เบี้ยขยันก็ไม่โดนหัก...แต่คนที่ได้เบี้ยขยันจะต้องโดนหัก...มันไม่สมเหตุสมผลเลยคับ...

  • ผมสามารร้องเรียนได้หรือป่าว...

โดยคุณ Coke Za (49.229.xxx.xxx) 26 มิ.ย. 2560, 14:03

ความคิดเห็นที่ 617

ผมทางร้านเป็นเซลล์ขายเฟอร์นิเจอร์แล้วทางร้านได้ไปเปิดสาขาใหม่เพิ่มแล้วให้คนย้ายไปอยู่ที่ร้านใหม่ทั้งหมดโดยยกเว้นผมคนเดียว แล้วทางร้านได้เอาป้าย ปรับปรุงร้านให้ไปติดต่อซื้อที่ใหม่แทน ทำให้ผมขาดรายได้จากค่าคอมในการขายของ เท่ากับตอนนี้ผมเหมือนเป็น รปภ เฝ้าร้านผมสามารถทำอย่างไรได้บ้างครับ

โดยคุณ รณชัย (182.232.xxx.xxx) 19 มิ.ย. 2560, 14:52

ความคิดเห็นที่ 616

ขอสอบถามครับ

    กรณีของเพือนน่ะครับ...พอดีเพื่อนเป็นเซลขายเสื้อผ้าให้กับบริษัทนึงที่เปิดร้านอยู่เซ็นทรัล แล้วพอดีเพื่อนได้ลาคลอดไปเป็นเวลาเกือบ 3 เดือนได้แล้วตอนนี้พร้อใที่จะกลับไปทำงานต่อ แต่ทางบริษัทแจ้งมาว่าไม่ต้องไปทำงานแล้วเพราะร้านจะทำการปิดปรับปรุงเป็นเวลา 4-5 เดือนซึ่งผมคิดว่าแบบนี้มันนานไปหรือเปล่าเป็นการไล่ออกทางอ้อมรึไม่และไม่มีการจ่ายเงินเดือนให้ หรือเค้าไม่อยากที่จะเสียเงินจ้างออกเลยใช้วิธีกดดันแบบนี้  เพราะเพื่อนอีกคนที่ทำด้วยกันเค้ามีพื้นที่ให้ลงแต่สำหรับคนนี้ไม่มี แบบนี้เราสามารถทำอะไรได้ย้างครับ

โดยคุณ อธิพงศ์ (115.87.xxx.xxx) 16 มิ.ย. 2560, 00:24

ตอบความคิดเห็นที่ 616

กรณีตามปัญหา  หากถูกเลิกจ้างโดยไม่เป็นธรรม และลูกจ้างไม่ได้กระทำความผิดตามพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงานฯ มาตรา 119 ลูกจ้างสามารถร้องเรียนได้ที่กรมแรงงาน หรือไปฟ้องคดีต่อศาลแรงงานกลางได้ โดยติดต่อที่ฝ่ายนิติการ  หรือหากมีข้อสงสัยให้โทรปรึกษาทนายคลายทุกข์เบอร์ 02-9485700

โดยคุณ ทีมงานทนายคลายทุกข์ (14.207.xxx.xxx) 20 ก.ค. 2560, 16:06

ความคิดเห็นที่ 615

มีเรื่องจะปรึกษาครับ เนื่องจากผมเซ็นสัญญาเข้าทำงานกับทางบริษัท ในสัญญาหลักไม่ได้มีการระบุเกี่ยวกับการชดใช้ค่าเสียหายกรณีพนักงานลาออกครับ เเต่เมื่อเริ่มทำงานไปพบว่าทางบริษัทได้มีการจัดให้พนักงานอบรม ทั้งในประเทศเเละต่างประเทศ เเต่เมื่ออบรมเรียบร้อย ทางบริษัทจัดทำสัญญาการฝึกอบรมให้พนักงานเซ็นว่าต้องอยู่ทำงานหลังอบรมทุกหลักสูตร 3 ปี หากลาออกให้ชดใช้เงินครับ


ผมเองได้ทำงานมาประมาณ 2 ปี เเต่บริษัทส่งไปอบรมต่างประเทศในปีที่ 1ของการทำงาน เมื่อไปยื่นความจำนงขอลาออก ทางฝ่ายบุคคลไม่พอใจเเละยืนยันขอเงินคืนครับ (เเต่ตัวสัญญาการอบรมทางบริษัทเซนมาเเค่ฝั่งเดียว ยังไม่ได้ทำการเซนรับสัญญาจากฝั่งพนักงานซึ่งคือผมครับ) เเต่เหตุผลที่ผมลาออกเนื่องจากสุขภาพไม่ดีเนื่องจากทำงานหนักต่อเนื่องหมอลงความเห็นให้หยุดงานหรือเปลี่ยนงานครับ


รบกวนขอคำปรึกษาจากท่านทนายครับว่า กรณีนี้ผมยื่นใบลาออกเเต่บริษัทจะยืนยันให้ผมจ่ายค่าชดเชยการอบรม หากผมไม่ประสงค์จะชดใช้เพราะผมยังไม่ได้เซนรับสัญญา ได้หรือไม่ครับ 


หมายเหตุ การเซนสัญญาการอบรมนั้น ฝ่ายบุคคลเลือกปฏิบัติกับพนักงานเเต่ละคนไม่เท่าเทียมกันด้วยครับ ในหลักสูตรเดียวกันบางคนไม่ต้องเซน บางคนบังคับให้เซนสัญญาครับ


ช่วยเเนะนำผมด้วยนะครับ ทุกข์ใจมากครับ 

โดยคุณ คุณมาสเตอร์ (61.90.xxx.xxx) 31 พ.ค. 2560, 10:41

ความคิดเห็นที่ 614

ขอคำปรึกษาค่ะ เดิมทำงานที่บริษัท A กทม และมีคำสั่งย้ายให้ไปทำงานบริษัท B บริษัทในเครือ ที่ต่างจังหวัด ซึ่ง A ทำงาน 8.30-17.30 จันทร์-ศุกร์ ส่วน B ทำงาน 8.30-18.10 จันทร์-ศุกร์ และบางเสาร์ นอกจากนี้ยังต่างกันในส่วนของจำนวนวันหยุดพักผ่อนประจำปี ค่ารักษาพยาล และอื่นๆ ที่ B ไม่มีให้ 

กรณีแบบนี้ หนูสามารถ ทำยังไงได้บ้างค่ะ รู้สึกลำบากใจมาก

โดยคุณ มันนี่ (223.204.xxx.xxx) 26 พ.ค. 2560, 20:00

ตอบความคิดเห็นที่ 614

หนูไปปรึกษาแรงงานมาแล้วค่ะ แต่คำตอบที่ได้มา เราไม่สามารถทำอะไรได้ 


1)นายจ้างมีสิทธิให้เราย้ายได้ ถึงจะเป็นคนละนิติบุคคล แต่เป็นนายจ้างคนเดียวกัน (อันนี้งง ไม่เข้าใจ)


2)วันเวลาทำงานที่เพิ่มขึ้นวันละ 40นาที จากเดิม ทำงานวันละ 8ชม (สัปดาห์ละ40 ชม) แต่เพิ่มมาเป็น 8ชม 40นาที (สัปดาห์ละ 43ชม 20นาที) และเพิ่มวันเสาร์ อีก 1วัน (ในสัปดาห์ที่มีวันเสาร์ 52ชม) 

หนูมีคำถาม 

- สำหรับการเพิ่มชม การทำงาน จากเดิม 40ชม เป็น 43 ชม 20นาที ถือเป็นการเปลี่ยนแปลงสภาพการจ้างงานมั้ยค่ะ โดยไม่มีการชดเชยส่วนที่เพิ่มเข้ามานี้ให้ด้วย

-สำหรับสัปดาห์ที่ทำวันเสาร์ 52ชม ซึ่งเวลาทำงานเกินกว่า 48ชม โดยไม่มีโอที หรือชดเชยอะไร ไม่ผิดกฎหมายแรงงานหรือค่ะ


รบกวนอีกครั้งค่ะ


โดยคุณ มันนี่ (223.204.xxx.xxx) 8 ก.ค. 2560, 08:46

ตอบความคิดเห็นที่ 614

กรณีตามปัญหา  หากท่านไม่ได้รับความเป็นธรรมจากนายจ้าง สามารถนำเรื่องร้องเรียนได้ที่กรมแรงงานโดยตรง

โดยคุณ ทีมงานทนายคลายทุกข์ (14.207.xxx.xxx) 18 มิ.ย. 2560, 16:23

ความคิดเห็นที่ 613

 รบกวนถามนิดนึงครับ คือเราเข้าเป็นพนักงานในตำแหน่งพนักงานสัญญาจ้าง ปีต่อปี ไม่มีสวัสดิการผลตอบแทนและการขึ้นเงินเดือนและบรรจุเป็นพนักงาน ตอนนี้อยู่มาจะครบ4ปีแล้ว ต่อสัญญามาเรื่อยๆทุกปี เนื่องจากทางบริษัทฯมีผลประดอบการดีมากมีการจ่ายโบนัสให้พนักงานประจำหลายเดือนอยุ่ แต่พนักงานสัญญาจ้างรายปีต่อปีไม่มีเวินเดือนขึ้นไม่มีค่ารักษาพยาบาลหรือรับโบนัสเหมือนพนักงานประจำแต่ทำงานทุกอย่างเหมือนพนักงานประจำในตำแหน่งที่ทำอยู่ อย่างนี้ทางกฎหมายแรงงานมีความคิดเห็นหรือทางออกอย่างไรบ้างครับ ทุกคนก็อยากมีความมั่นคงในชีวิตกันทั้งนั้น

โดยคุณ แดช (1.47.xxx.xxx) 15 พ.ค. 2560, 10:45

ตอบความคิดเห็นที่ 613

กรณีตามปัญหา  แนะนำให้ท่านโทรปรึกษาทนายคลายทุกข์โดยตรงที่เบอร์ 02-9485700

โดยคุณ ทีมงานทนายคลายทุกข์ (180.183.xxx.xxx) 15 มิ.ย. 2560, 16:13

ความคิดเห็นที่ 612

บริษัทตัองมีหน้าที่ออกslipเงินเดือนให้ลูกจ้างไหมครับ เพราะเราต้องตรวจสอบดูหลายอย่างเช่นOT, ค่าแรงพิเศษในวันหยุด, เปอร์เซ็นภาษีทึ่หัก เป็นต้น ถ้าเขาไม่ออกให้เราจะรัองเรียนหน่วยงานไหนได้บ้าง

โดยคุณ อภิวัฒน์ (223.24.xxx.xxx) 10 พ.ค. 2560, 13:02

ตอบความคิดเห็นที่ 612

ไม่มีกฎหมายกำหนดให้นายจ้างออกสลิปเงินเดือนให้ลูกจ้างเมื่อจ่ายเงินเดือน ท่านจึงไม่สามารถร้องเรียนเรื่องดังกล่าวกับหน่วยงานใดๆได้ ส่วนถ้าหากท่านต้องการสลิปเงินเดือนเพื่อนำไปใช้กระทำการต่างๆ ก็ควรขอให้นายจ้างออกสลิปเงินเดือนให้

โดยคุณ ทีมงานทนายคลายทุกข์ (180.183.xxx.xxx) 1 มิ.ย. 2560, 11:56

ความคิดเห็นที่ 611

 บ.ที่ผมทำงานอยู่ทุกวันนี้ 

ออกกฎมาแต่ละข้อ เข้าข้างตัวเองทั้งนั้น สรุปคือมันไม่สนใจเลยว่าใครทำให้มันเดินหน้าไปใด้อยู่ทุกวันนี้

หักเงินเดือนบ้าง หักจนไม่รู้จะหักค่าอะไร

ก็ออกกฎมาใหม่ว่ามาสายหรือลากิจลาป่วย จะจ่ายเงินเดือนช้าไปตามวันเวลาที่หายไป โถ่... แล้วเราจะใช้จ่ายค่าบ้านค่ารถ ใหนจะกินอีก แบบนี้มันน่าฟ้องใหมล่ะ

โดยคุณ (125.25.xxx.xxx) 31 มี.ค. 2560, 14:14

ความคิดเห็นที่ 610

 ทำงานมานานมาก27ปี ไม่เคยขาดสายลาเกินมาเช้า ประวัติดี มีเมื่อวันที่31 ธันวาคม 2559 พ่อเสียชีวิต  ปี พักร้อน พอดี ต้องนำพ่อกลับตจว.ทำพิธี บริษัทปิดวันที่ 1-2 มกราคม 2560   ลาพักร้อนวันที่3และลากิจ4-5  ทำบุญสวดและฌาปณกิจและรอเก็บอัฐิ ทำงานวันที่ 6  ซึ่งใช้เวลาน้อยมาก แค่3 วัน วันที่3 ใช้วันพักร้อนของปี 59 ปีนี้พึ่งจะลา กิจ2 วัน เท่านั้น  พอวันที่ 10 ลากิจทำบุญ100 วัน พอดี และต้องไปทำที่ตจว. จ.ชัยภูมิ ใช้เวลาเดินทาง จึงลาเพิ่ม 11-12 เมษายน ซึ่งตรง วันหยุดเทศกาลสงกรานต์

บริษัท ปิด 13-15 ติดเสาร์อาทิตย์วันหยุดประจำสัปดาห์   หัวหน้างานต่อว่าและอ้างว่าตามกฎกติกา

ให้หยุดติดเทศกาลได้แค่1 เทศกาลต่อปี ซึ่งอ้างว่าเราหยุดไปต่อปีใหม่ แล้ว มาเขียนโน๊ตใส่ใบลาของเราว่าปีใหม่ปี 61 ห้ามหยุดต่อเนื่อง ตามกติกาหยุดได้แต่1 เทศกาล  เหตุผลเราต้องกลับไปทำบุญ100วันให้พ่อ 

ซึ่ง มันสามารถห้ามหยุดได้ข้ามปีกันเลยหรือ ปี59ที่เราหยุดตอนปีใหม่ ข้ามมาปี61 ซึ่งปี 60 ยังไม่จบเลย  ไม่ทราบตามกฎหมายแรงงาน มันบังคับกันให้ทำงานไม่ให้หยุดตามคำสั่งหัวหน้าขนาดนั้นเลยหรือ วันพักร้อนมีสิทธิ์ลาได้ 14 วันทั้งปี ลากิจได้ 4 วัน ลาป่วยไม่เคยได้ใช้หรือลา   มันตัดปีต่อปี มาห้ามหยุดข้ามปี หรือห้ามไม่ให้พ่อแม่ตายได้ด้วยหรือไม่  ทำให้รู้สึกเสียใจทำร้ายจิตใจกันเกินไปทั้งที่ทุ่มเททำงานไม่เคยมีปัญหาเรื่องการมาทำงานเลย   อยากทราบความคิดเห็น คะ

โดยคุณ คัทธาริทร์ ไชยจันดี (27.131.xxx.xxx) 27 มี.ค. 2560, 10:54

ตอบความคิดเห็นที่ 610

ตามกฎหมายแรงงาน วันหยุดประจำสัปดาห์ต้องไม่น้อยกว่าสัปดาห์ละ 1 วัน โดยมีระยะห่างกันไม่เกิน 6 วัน  วันหยุดตามประเพณีต้อง ไม่น้อยกว่าปีละ 13 วัน โดยรวมวันแรงงานแห่งชาติด้วย วันหยุดพักผ่อนประจำปีลูกจ้างซึ่งทำงานติดต่อกันมาครบ 1 ปี มีสิทธิหยุดพักผ่อนประจำปีไม่น้อยกว่าปีละ 6 วันทำงานครับ ลูกจ้างมีสิทธิหยุดได้ 

โดยคุณ ทีมงานทนายคลายทุกข์ (14.207.xxx.xxx) 25 เม.ย. 2560, 12:01

ความคิดเห็นที่ 609

 หากเด็กๆ จบ ม.3 อายุ 15 แล้วไม่ได้เรียนต่อจะมาทำงานด้วยแต่ว่าเด็กๆก็เป็นลูกๆหลานๆทั้งนั้น จะโดนกฎหมายใช้แรงงานเด็กมั้ยคะ ขอข้อมูลด้วยค่ะ แต่เรื่องค่าจ้างเราจ่ายแบบคนทำงานปกติเลยค่ะ ไม่มีหักหรือเอาเปรียบ

โดยคุณ (49.49.xxx.xxx) 12 มี.ค. 2560, 08:52

ความคิดเห็นที่ 608

 ขอความรู้จากทุกท่านคับ

สมมุติว่านายจ้างเปลี่ยนตำแหน่งงานโดยกล่าวว่ารายได้ของท่านจะได้เทากับตำแหน่งเดิมแต่สุดท้ายก็ไม่ได้ตามที่กล่าวมาแสดงว่านายจ้างเป็นแบบไหนคับ

โดยคุณ (182.232.xxx.xxx) 8 มี.ค. 2560, 14:15

ความคิดเห็นที่ 607

 สวัสดีคะมีเรื่องอยากรบกวนถามสามีทำงานบริษัทมา10แล้วโอนมาเป็นนิติบุคคลทำต่ออีก3ปีรวมเป็น13ปีโดยหักเงินประกันไว้6000บาทแล้ววันหนึ่งสามีก็ถูกกรรมการนิติบุคคลเข้าไปด่าด้วยถ่อยคำที่ดูถูกเหยีดหยามจนน้ำตาไหลโดยไม่ตอบโต้สักคำแล้วสามีก็ตัดสินใจลาออกงานในวันต่อมา(ตามกฎของบริษัทต้องลาออกล้วงหน้า1เดือนก่อนถึงจะได้เงินประกันคืน)ผ่านมา24วันมีการประชุมคณะกรรมการถึงเรื่องการขอคืนเงินประกันของสามีทางนิติบุคคลบอกว่าสามีทำผิดกฎไม่ลาออกล่วงหน้า1เดือนจึงไม่ยอมคืนเงินประกันดังกล่าวให้อยากทราบว่าพอจะมีหนทางเอาเงินประกันคืนได้ไหมคะเพราะสามีโดนกดดันให้ออกจึงไม่สามารถทำต่อได้พอจะมีทางไหมคะ???

โดยคุณ (114.109.xxx.xxx) 19 ก.พ. 2560, 18:51

ตอบความคิดเห็นที่ 607

 หากลูกจ้างลาออกนายจ้างต้องคืนเงินประกันการทำงานให้แก่ลูกจ้างพร้อมดอกเบี้ยภายใน 7 วันนับแต่วันที่ลูกจ้างลาออก ทั้งนี้เป็นไปตามพ.ร.บ.คุ้มครองแรงงานฯ มาตรา 10 วรรคสอง

โดยคุณ ทีมงานทนายคลายทุกข์ (สมาชิก) (183.89.xxx.xxx) 16 มี.ค. 2560, 12:12

ความคิดเห็นที่ 606

 หากลูกจ้างลาออกนายจ้างต้องคืนเงินประกันการทำงานให้แก่ลูกจ้างพร้อมดอกเบี้ยภายใน 7 วันนับแต่วันที่ลูกจ้างลาออก ทั้งนี้เป็นไปตามพ.ร.บ.คุ้มครองแรงงานฯ มาตรา 10 วรรคสอง

โดยคุณ ทีมงานทนายคลายทุกข์ (สมาชิก) (183.89.xxx.xxx) 16 มี.ค. 2560, 12:12

ความคิดเห็นที่ 605

 อยากรบกวนคุณทนายความหน่อยค่ะ. คือว่าถ้าพนักงานที่เพิ่งเข้ามาทำงานได้ไม่กี่วัน แต่มีความรู้สึกว่างานที่นี่หนักเกินไปสำหรับเราและหัวหน้าก็ไม่ค่อยโอเคกับเรา จนมาวันหนึ่งที่เราไม่ไหวแล้วเราก็บอกกับหัวหน้างานว่าเราไม่ไหวคงต้องลาออก และก็ไม่อยากให้งานเค้าเสียเพราะเรา แต่ก็ตั้งใจว่าจะทำวันนี้ให้เสร็จงานก่อน แต่หัวหน้าใส่อารมณ์กับเราด้วยการปิดประตูปึงปัง วางของกระแทกพื้นโครมๆ เราก็เลยถอดใจเดินออกจากมี่ทำงานเลย ทางบริษัทก็ต้องการให้เราเอาชุดฟอร์มมาคืนแต่ไม่ยอมจ่ายค่าแรงที่เราได้ทำไป เพราะเค้าว่าเราหนีหน้างาน อย่างนี้เราจะสามารถเรียกร้องค่าแรงที่เราทำไปได้ไหมคะ...รบกวนตอบให้ทราบหน่อยนะคะ...ขอบพระคุณล่วงหน้าค่ะ

โดยคุณ สุจิตรา (36.255.xxx.xxx) 16 ก.พ. 2560, 19:36

แสดงความเห็น

ข่าวที่มีผู้อ่านมาก