ฆ่าเอาประกัน|ฆ่าเอาประกัน

ฆ่าเอาประกัน

  • ทนายคลายทุกข์ ปรึกษากฎหมาย โทร 02-9485700
  • Email: [email protected]
Header Background Image

งานเผยแพร่ความรู้ทางด้าน กฎหมาย การบริหารการจัดการหนี้สินในองค์กรภาครัฐและภาคเอกชน การฝึกอบรมสัมมนาพัฒนาบุคลากร ในการประกอบธุรกิจ หากหน่วยงานของรัฐ บริษัทห้างร้าน มีความสนใจ เชิญทีมงานไปฝึกอบรมสัมมนาหรือต้องการข้อมูลข่าวสาร ติดต่อได้ที่ 02-948-5700 อ่านต่อ

ท่านใดที่สนใจเกี่ยวกับหลักสูตรฝึกอบรมการติดตามหนี้ ทวงหนี้อย่างไรให้ได้ผล ได้เงิน รักษาภาพลักษณ์ รักษาลูกค้า/หลักสูตรการป้องกันและการปราบปรามการทุจริตภายในองค์กร/หลักสูตรกฎหมายแรงงาน สำหรับเจ้าหน้าที่ฝ่ายบุคคลหรือผู้บริหารบริษัท สนใจโทร.02-9485700 อ่านต่อ

สืบทุกเรื่องที่คุณอยากรู้ มีเรื่องคาใจอยากรู้ความจริง โทรมาคุยกับกุ้งได้ที่ 081-625-2161หรือ 089-669-5026 "อย่าปล่อยให้มีเรื่องคาใจ อะไรที่ไม่สบายใจ ต้องหาทางปลดปล่อย สืบให้รู้ความจริง จะได้จบสิ้นกันเสียที สำหรับความทุกข์ที่คาใจมาเป็นเวลานาน อย่าปล่อยให้คนนอกใจลอยนวล" อ่านต่อ

รับแปลเอกสารต่างๆ อ่านต่อ

ฆ่าเอาประกัน

ฆ่าเอาประกัน รายงานข่าวเกี่ยวกับการฆ่าผู้เอาประชีวิตโดยผู้รับประโยชน์ เป็นคดีสะเทือนขวัญ ซึ่งเป็นข้อยกเว้นให้บริษัทประกันภัย ปฎิเสธการจ่ายเงินค่าสินไหมได้ตามกฎหมาย และผู้วางแผนฆ่ายังมีความผิดฐานฆ่าคนตายโดยไตร่ตรองไว้ก่อน ซึ่งมีโทษถึงขั้นประหารชีวิต

บทความวันที่ 12 ม.ค. 2551, 00:00

มีผู้อ่านทั้งหมด 3193 ครั้ง


ฆ่าเอาประกัน

ฆ่าเอาประกัน

       รายงานข่าวเกี่ยวกับการฆ่าผู้เอาประชีวิตโดยผู้รับประโยชน์ เป็นคดีสะเทือนขวัญ ซึ่งเป็นข้อยกเว้นให้บริษัทประกันภัย ปฎิเสธการจ่ายเงินค่าสินไหมได้ตามกฎหมาย และผู้วางแผนฆ่ายังมีความผิดฐานฆ่าคนตายโดยไตร่ตรองไว้ก่อน ซึ่งมีโทษถึงขั้นประหารชีวิต

ข้อยกเว้นความรับผิดของบริษัทประกัน

มาตรา 895 เมื่อใดจะต้องใช้จำนวนเงินในเหตุมรณะของบุคคล คนหนึ่งคนใดท่านว่าผู้รับประกันภัยจำต้องใช้เงินนั้นในเมื่อมรณภัย อันนั้นเกิดขึ้น เว้นแต่
(1) บุคคลผู้นั้นได้กระทำอัตวินิบาตด้วยใจสมัครภายในปีหนึ่ง นับแต่วันทำสัญญา หรือ
(2) บุคคลผู้นั้นถูกผู้รับประโยชน์ฆ่าตายโดยเจตนาในกรณีที่ 2 นี้ท่านว่าผู้รับประกันภัยจำต้องใช้เงินค่าไถ่ถอน
กรมธรรม์ให้แก่ผู้เอาประกันภัยหรือให้แก่ทายาทของผู้นั้น

ทายาทยังมีสิทธิเรียกค่าสินไหมทดแทนจากบุคคลที่ฆ่าผู้เอาประกันตาย

มาตรา 896 มรณภัยเกิดขึ้นเพราะความผิดของบุคคลภายนอก ผู้รับประกันภัยอาจจะเรียกเอาค่าสินไหมทดแทนจากบุคคลภายนอก นั้นได้ไม่ แต่สิทธิของฝ่ายทายาทแห่งผู้มรณะ ในอันจะได้ค่าสินไหม ทดแทนจากบุคคลภายนอกนั้นหาสูญสิ้นไปด้วยไม่ แม้ทั้งจำนวนเงิน อันพึงจะใช้ตามสัญญาประกันชีวิตนั้นจะหวนกลับมาได้แก่ตนด้วย

ฆ่าคนตายโดยไตร่ตรองไว้ก่อน

มาตรา 289 ผู้ใด
(1) ฆ่าบุพการี
(2) ฆ่าเจ้าพนักงาน ซึ่งกระทำการตามหน้าที่ หรือเพราะเหตุ ที่จะกระทำ หรือได้กระทำการตามหน้าที่
(3) ฆ่าผู้ช่วยเหลือเจ้าพนักงานในการที่เจ้าพนักงานนั้นกระทำ ตามหน้าที่ หรือเพราะเหตุที่บุคคลนั้นจะช่วยหรือได้ช่วยเจ้าพนักงาน ดังกล่าวแล้ว
(4) ฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน
(5) ฆ่าผู้อื่นโดยทรมานหรือโดยกระทำทารุณโหดร้าย
(6) ฆ่าผู้อื่นเพื่อตระเตรียมการ หรือเพื่อความสะดวกในการ ที่จะกระทำความผิดอย่างอื่น หรือ
(7) ฆ่าผู้อื่นเพื่อจะเอาหรือเอาไว้ซึ่งผลประโยชน์อันเกิดแต่การที่ ตนได้กระทำความผิดอื่น เพื่อปกปิดความผิดอื่นของตนหรือเพื่อ หลีกเลี่ยงให้พ้นอาญาในความผิดที่ตนได้กระทำไว้ต้องระวางโทษ ประหารชีวิต

ที่ทำไว้ 7 แสนบาทเมื่อครั้งหวานชื่นให้รับผลประโยชน์
      ตะครุบ "คู่กิ๊กโหด" จ้างฆ่าโชเฟอร์สิบล้อหวังฮุบเงินประกัน 7 แสน หลังแอบลักลอบมีความสัมพันธ์สวาทกันทั้งที่ตัวเองมีสามีอยู่แล้ว ถึงขั้นฝ่ายชายยอมทำประกันชีวิตให้เป็นผู้รับผลประโยชน์ แต่ตอนหลังจับได้ว่าฝ่ายชายมีเมียแล้วเลยขอเลิก กลับถูกข่มขู่จะประจานบอกสามีกับแม่ สุดทนเลยจ้างมือปืน 2 แสนบาทมายิงทิ้ง หวังตัดไฟฮุบเอาเงินประกัน แต่สุดท้ายหนีไม่พ้นเงื้อมมือกฎหมาย ตำรวจเตรียมออกหมายจับมือปืนมารับโทษ 
 
      เมื่อวันที่ 11 ม.ค. พ.ต.อ.ดำรงค์   เพชรพงษ์ ผกก.สภ.ชุมแสง จ.นครสวรรค์ พร้อมพวก ร่วมกันจับกุมตัวนางฉัตรเพชร สายทอง อายุ 37 ปี อยู่บ้านเลขที่ 639/19 หมู่ 9 ต.นครสวรรค์ตก อ.เมือง จ.นครสวรรค์ โดย กล่าวหาว่าจ้างวานฆ่านายเอนก บุตรทอง อายุ 37 ปี คนขับรถบรรทุกสิบล้อ บรรทุกทรายของ หจก.นภัสสร เสียชีวิตเมื่อกลางดึกวันที่ 9 ม.ค.ที่ผ่านมา เพื่อหวังเงินประกันชีวิต 7 แสนบาท ทั้งนี้ สืบเนื่องจากวันเกิดเหตุ ตำรวจรับแจ้งมีเหตุยิงกันบนถนนสี่แยกเลี่ยงเมืองนคร สวรรค์-ชุมแสง หลัก กม.ที่ 31 หมู่ 9 ต.เกยไชย อ.ชุมแสง ไปตรวจสอบพบรถบรรทุกทรายจอดอยู่ ส่วนนายเอนก คนขับรถถูกยิงด้วยปืนขนาด 9 มม. เข้าที่ลำตัวถูกนำส่งรพ.ชุมแสง ก่อนย้ายไปรักษาตัวที่รพ.สวรรคประชารักษ์ แต่ทนพิษบาดแผลไม่ไหวเสียชีวิตในที่สุด
 
      สอบสวนนางฉัตรเพชรซึ่งอยู่ในที่เกิดเหตุ เบื้องต้นให้การวกวนมีพิรุธอ้างว่าเป็นภรรยาของผู้ตาย แต่ตำรวจไม่ปักใจเชื่อจึงเค้นสอบอย่างหนักจนยอมเปิดปากรับสารภาพว่า เป็นผู้จ้างวานมือปืนมาสังหารผู้ตายซึ่งเป็นคู่กิ๊กเสียชีวิต โดยอ้างว่ามีสามีอยู่แล้วทำงานอยู่ที่ไปรษณีย์ จ.พิจิตร ต่อมารู้จักกับผู้ตายสมัยทำงานอยู่บริษัทรับจำนำข้าว หลังผู้ตายขับรถบรรทุกนำข้าวมาส่ง กระทั่งลักลอบแอบมีความสัมพันธ์กันอย่างลึกซึ้งนานประมาณ 1 ปี ถึงขั้นผู้ตายยอมทำประกันชีวิตในวงเงิน 7 แสนบาท โดยให้ตนเป็นผู้รับผลประโยชน์ ต่อมาภายหลังเกิดมีปัญหาขัดแย้งกัน เนื่องจากมาทราบภายหลังว่าผู้ตายมีภรรยาอยู่แล้ว จึงพยายามบอกเลิก แต่ผู้ตายไม่ยอม จึงมีปากเสียงกันรุนแรง และถูกผู้ตายข่มขู่ว่าหากตัดสัมพันธ์กันจะนำเรื่องที่แอบเป็นกิ๊กกันไปบอกสามีและมารดา จึงเกิดความเครียดอย่างหนัก
 
      นางฉัตรเพชรให้การต่อว่า สุดท้ายตัดสินใจจบปัญหาด้วยการว่าจ้างนายบุญเชิด (ขอสงวนนามสกุล) คนรู้จักด้วยเงิน 2 แสนบาท ให้มายิงผู้ตาย โดยจ่ายเงินมัดจำไปแล้ว 2 หมื่นบาท ส่วนอีก 1.8 แสนบาท จะจ่ายให้หลังงานสำเร็จได้รับเงินประกันแล้ว วันเกิดเหตุวางแผนติดรถผู้ตายไปเป็นเพื่อนเพื่อขับไปส่งทรายที่ จ.เพชรบูรณ์ ขากลับมาถึงที่เกิดเหตุ แกล้งทำทีปวดปัสสาวะ จังหวะผู้ตายจอดให้ลงไปปัสสาวะ จึงเปิดโอกาสให้มือปืนที่นัดแนะกันไว้ขับรถปิกอัพมายิงผู้ตายล้มฟุบคาพวงมาลัย ก่อนผู้ตายจะไปสิ้นใจที่รพ. และต้องมาถูกเค้นสอบจนความจริงเปิดเผย
 
      ต่อมา พล.ต.ต.ไถง ปราศจากศัตรู รอง ผบช.ภ.6 และพ.ต.อ.ชฎิล พรหมไพบูลย์ รอง ผบก.ภ.จว.นครสวรรค์  เดินทางมารับทราบรายงานคดี จากนั้นนำตัวนางฉัตรเพชรไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพ ท่ามกลางบรรดาไทยมุงจำนวนมาก หลังเสร็จสิ้นได้นำตัวกลับไปสอบสวนต่อที่โรงพัก ส่วนนายบุญเชิดมือปืน ตำรวจอยู่ระหว่างขออนุมัติออกหมายจับนำตัวมาดำเนินคดีต่อไป.

ขอขอบคุณข่าวจากเว็บไซต์หนังสือพิมพ์เดลินิวส์

แสดงความเห็น

ข่าวที่มีผู้อ่านมาก