แม้เจ้าของรถยนต์จะไม่ได้เป็นผู้ขับขี่ขณะเกิดเหตุ ก็ต้องรับผิดร่วมด้วย|แม้เจ้าของรถยนต์จะไม่ได้เป็นผู้ขับขี่ขณะเกิดเหตุ ก็ต้องรับผิดร่วมด้วย

แม้เจ้าของรถยนต์จะไม่ได้เป็นผู้ขับขี่ขณะเกิดเหตุ ก็ต้องรับผิดร่วมด้วย

  • ทนายคลายทุกข์ ปรึกษากฎหมาย โทร 02-9485700
  • Email: [email protected]
Header Background Image

งานเผยแพร่ความรู้ทางด้าน กฎหมาย การบริหารการจัดการหนี้สินในองค์กรภาครัฐและภาคเอกชน การฝึกอบรมสัมมนาพัฒนาบุคลากร ในการประกอบธุรกิจ หากหน่วยงานของรัฐ บริษัทห้างร้าน มีความสนใจ เชิญทีมงานไปฝึกอบรมสัมมนาหรือต้องการข้อมูลข่าวสาร ติดต่อได้ที่ 02-948-5700 อ่านต่อ

ท่านใดที่สนใจเกี่ยวกับหลักสูตรฝึกอบรมการติดตามหนี้ ทวงหนี้อย่างไรให้ได้ผล ได้เงิน รักษาภาพลักษณ์ รักษาลูกค้า/หลักสูตรการป้องกันและการปราบปรามการทุจริตภายในองค์กร/หลักสูตรกฎหมายแรงงาน สำหรับเจ้าหน้าที่ฝ่ายบุคคลหรือผู้บริหารบริษัท สนใจโทร.02-9485700 อ่านต่อ

สืบทุกเรื่องที่คุณอยากรู้ มีเรื่องคาใจอยากรู้ความจริง โทรมาคุยกับกุ้งได้ที่ 081-625-2161หรือ 089-669-5026 "อย่าปล่อยให้มีเรื่องคาใจ อะไรที่ไม่สบายใจ ต้องหาทางปลดปล่อย สืบให้รู้ความจริง จะได้จบสิ้นกันเสียที สำหรับความทุกข์ที่คาใจมาเป็นเวลานาน อย่าปล่อยให้คนนอกใจลอยนวล" อ่านต่อ

รับแปลเอกสารต่างๆ อ่านต่อ

แม้เจ้าของรถยนต์จะไม่ได้เป็นผู้ขับขี่ขณะเกิดเหตุ ก็ต้องรับผิดร่วมด้วย

  • Defalut Image

ผู้ครอบครองยานพาหนะ ตามกฎหมายนั้นหมายความถึง ผู้ที่ใช้ยานพาหนะนั้นในฐานะเป็นผู้ยึดถือในขณะเกิดเหตุ

บทความวันที่ 14 ม.ค. 2563, 10:28

มีผู้อ่านทั้งหมด 402 ครั้ง


แม้เจ้าของรถยนต์จะไม่ได้เป็นผู้ขับขี่ขณะเกิดเหตุ ก็ต้องรับผิดร่วมด้วย

                ผู้ครอบครองยานพาหนะ ตามกฎหมายนั้นหมายความถึง ผู้ที่ใช้ยานพาหนะนั้นในฐานะเป็นผู้ยึดถือในขณะเกิดเหตุ ดังนั้นขณะเกิดเหตุผู้เป็นเจ้าของนั่งมาขณะเกิดเหตุ ก็ต้องรับผิดร่วมด้วย

ตัวบทกฎหมายที่เกี่ยวข้อง
ประมวลฎหมายแพ่งและพาณิชย์
มาตรา 437
  บุคคลใดครอบครองหรือควบคุมดูแลยานพาหนะอย่างใด ๆ อันเดินด้วยกำลังเครื่องจักรกล บุคคลนั้นจะต้องรับผิดชอบเพื่อการเสียหายอันเกิดแต่ยานพาหนะนั้น เว้นแต่จะพิสูจน์ได้ว่าการเสียหายนั้นเกิดแต่เหตุสุดวิสัย หรือเกิดเพราะความผิดของผู้ต้องเสียหายนั้นเอง
    ความข้อนี้ให้ใช้บังคับได้ตลอดถึงบุคคลผู้มีไว้ในครอบครองของตน ซึ่งทรัพย์อันเป็นของเกิดอันตรายได้โดยสภาพ หรือโดยความมุ่งหมายที่จะใช้ หรือโดยอาการกลไกของทรัพย์นั้นด้วย

 คำพิพากษาฎีกาที่  5679/2545
             ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ข้อเท็จจริงฟังได้ในเบื้องต้นว่า จำเลยมีชื่อเป็นเจ้าของรถยนต์  ซึ่งนาย ค. บุตรชายจำเลยนำรถดังกล่าวไปขับด้วยความประมาทพลิกคว่ำ เป็นเหตุให้ นาย ค. ผู้ขับและนาย ส.  บุตรชายโจทก์ทั้งสองถึงแก่ความตาย มีปัญหาที่ต้องวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์ทั้งสองว่า จำเลยต้องรับผิดร่วมกับ นาย ค. ต่อโจทก์ทั้งสองตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 437 หรือไม่ เห็นว่า มาตรา 437 บัญญัติว่า " บุคคลใดครอบครองหรือควบคุมดูแลยานพาหนะอย่างใด ๆ อันเดินด้วยกำลังเครื่องจักรกล บุคคลนั้นจะต้องรับผิดชอบเพื่อการเสียหายอันเกิดแต่ยานพาหนะนั้น " ตามบทบัญญัติแห่งกฎหมายดังกล่าว ผู้ครอบครองหมายถึงผู้ใช้ยานพาหนะนั้นในฐานะเป็นผู้ยึดถือในขณะเกิดความเสียหาย หรือกล่าวอีกนัยหนึ่งหมายถึงผู้ที่ได้ครอบครองยานพาหนะนั้นอยู่ในขณะเกิดเหตุ แต่ข้อเท็จจริงในคดีฟังเป็นยุติว่าจำเลยไม่ได้เป็นผู้ขับหรือโดยสารไปด้วยแม้จะมีชื่อในทะเบียนเป็นเจ้าของรถคันเกิดเหตุก็ตามก็ถือไม่ได้ว่าจำเลยเป็นผู้ครอบครองหรือควบคุมดูแลรถยนต์คันเกิดเหตุตามความหมายประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 437 จำเลยจึงไม่ต้องรับผิดต่อโจทก์ทั้งสอง ที่ศาลล่างทั้งสองวินิจฉัยมานั้นชอบแล้ว ฎีกาโจทก์ทั้งสองฟังไม่ขึ้น"

แสดงความเห็น

ข่าวที่มีผู้อ่านมาก