คำพิพากษาฎีกาที่น่าสนใจในบทบรรณาธิการ หนังสือรวมคำบรรยาย ภาคหนึ่ง สมัยที่ 70 ปีการศึกษา 2560 เล่มที่ 2|คำพิพากษาฎีกาที่น่าสนใจในบทบรรณาธิการ หนังสือรวมคำบรรยาย ภาคหนึ่ง สมัยที่ 70 ปีการศึกษา 2560 เล่มที่ 2

คำพิพากษาฎีกาที่น่าสนใจในบทบรรณาธิการ หนังสือรวมคำบรรยาย ภาคหนึ่ง สมัยที่ 70 ปีการศึกษา 2560 เล่มที่ 2

  • ทนายคลายทุกข์ ปรึกษากฎหมาย โทร 02-9485700
  • Email: [email protected]
Header Background Image

งานเผยแพร่ความรู้ทางด้าน กฎหมาย การบริหารการจัดการหนี้สินในองค์กรภาครัฐและภาคเอกชน การฝึกอบรมสัมมนาพัฒนาบุคลากร ในการประกอบธุรกิจ หากหน่วยงานของรัฐ บริษัทห้างร้าน มีความสนใจ เชิญทีมงานไปฝึกอบรมสัมมนาหรือต้องการข้อมูลข่าวสาร ติดต่อได้ที่ 02-948-5700 อ่านต่อ

ท่านใดที่สนใจเกี่ยวกับหลักสูตรฝึกอบรมการติดตามหนี้ ทวงหนี้อย่างไรให้ได้ผล ได้เงิน รักษาภาพลักษณ์ รักษาลูกค้า/หลักสูตรการป้องกันและการปราบปรามการทุจริตภายในองค์กร/หลักสูตรกฎหมายแรงงาน สำหรับเจ้าหน้าที่ฝ่ายบุคคลหรือผู้บริหารบริษัท สนใจโทร.02-9485700 อ่านต่อ

สืบทุกเรื่องที่คุณอยากรู้ มีเรื่องคาใจอยากรู้ความจริง โทรมาคุยกับกุ้งได้ที่ 081-625-2161หรือ 089-669-5026 "อย่าปล่อยให้มีเรื่องคาใจ อะไรที่ไม่สบายใจ ต้องหาทางปลดปล่อย สืบให้รู้ความจริง จะได้จบสิ้นกันเสียที สำหรับความทุกข์ที่คาใจมาเป็นเวลานาน อย่าปล่อยให้คนนอกใจลอยนวล" อ่านต่อ

รับแปลเอกสารต่างๆ อ่านต่อ

คำพิพากษาฎีกาที่น่าสนใจในบทบรรณาธิการ หนังสือรวมคำบรรยาย ภาคหนึ่ง สมัยที่ 70 ปีการศึกษา 2560 เล่มที่ 2

  • Defalut Image

พาเด็กไปข่มขืน จะอ้างไม่ต้องรับผิดฐานพรากผู้เยาว์ไม่ได้

บทความวันที่ 28 มิ.ย. 2562, 10:29

มีผู้อ่านทั้งหมด 715 ครั้ง


คำพิพากษาฎีกาที่น่าสนใจในบทบรรณาธิการ หนังสือรวมคำบรรยาย ภาคหนึ่ง สมัยที่ 70 ปีการศึกษา 2560 เล่มที่ 2

พาเด็กไปข่มขืน จะอ้างไม่ต้องรับผิดฐานพรากผู้เยาว์ไม่ได้
คำพิพากษาฎีกาที่ 4263/2559

    ก่อนเกิดเหตุผู้เสียหายที่ 2 ได้ขออนุญาตผู้เสียหายที่ 1 ซึ่งเป็นมารดาไปเล่นกีฬาวอลเลย์บอลที่สนามวอลเลย์บอลของโรงเรียน ระหว่างนั้นจำเลยได้ชักชวนผู้เสียหายที่ 2 ไปพูดคุยที่บริเวณหน้าห้องน้ำแล้วจำเลยพาผู้เสียที่ 2 เข้าไปในห้องน้ำชายและกระทำชำเราผู้เสียหายที่ 2 ดังนี้ อำนาจปกครองของผู้เสียที่ 2 จึงยังคงอยู่ที่ผู้เสียหายที่ 1 การที่จำเลยชักชวนผู้เสียหายที่ 2 ไปที่บริเวณห้องน้ำแล้วกระทำชำเราผู้เสียหายที่ 2 โดยไม่ได้รับอนุญาตหรือยินยอมจากผู้เสียที่ 1 ย่อมทำให้อำนาจปกครองของผู้เสียหายที่ 1 ที่มีต่อผู้เสียที่ 2 ถูกรบกวนหรือถูกกระทบกระเทือนโดยผู้เสียที่ 1 ไม่รู้เห็นยินยอมด้วย การกระทำของจำเลย จึงเป็นความผิดฐานพรากผู้เยาว์อายุกว่า 15 ปีแต่ยังไม่เกิน 18 ปีไปเสียจากบิดามารดาโดยผู้เยาว์ไม่เต็มใจไปด้วยเพื่อการอนาจารตาม ป.อ. มาตรา 318 วรรคสาม

การนำเสียงข้างมากนำมาแบ่งที่ดินซึ่งมีกรรมสิทธิ์รวมไม่ได้
คำพิพากษาฎีกาที่ 1866/2559

    โจทก์ทั้งสองเป็นฝ่ายกล่าวอ้างข้อเท็จจริงว่าเจ้าของกรรมสิทธิ์รวมในที่ดินพิพาทได้ตกลงจับสลากแบ่งแยกการครอบครองที่ดินพิพาทกันเป็นสัดส่วนแล้วแต่จำเลยที่ 1 ให้การปฏิเสธว่ายังมิได้มีการแบ่งแยกการครอบครองเป็นสัดส่วน โจทก์ทั้งสองย่อมมีภาระการพิสูจน์ข้อเท็จจริงตามที่กล่าวอ้าง ถ้าเจ้าของรวมไม่ตกลงกันว่าจะแบ่งทรัพย์สินอย่างไรไซร้ เมื่อเจ้าของรวมคนหนึ่งคนใดขอ ศาลอาจสั่งให้เอาทรัพย์สินนั้นออกแบ่ง ถ้าส่วนที่แบ่งให้ไม่เท่ากันไซร้ จะสั่งให้ทดแทนกันเป็นเงินก็ได้ ถ้าการแบ่งเช่นว่านี้ไม่อาจทำได้หรือจะเสียหายมากนักก็ดี ศาลจะสั่งให้ขายโดยประมูลราคากันระหว่างเจ้าของรวมหรือขายทอดตลาดก็ได้ ซึ่งบทบัญญัติมาตรา 1364 เป็นบทเฉพาะที่เกี่ยวกับการแบ่งทรัพย์สินระหว่างเจ้าของรวม จึงไม่อาจนำบทบัญญัติทั่วไปที่เกี่ยวกับการจัดการทรัพย์สินในกรณีอื่นซึ่งกำหนดให้ใช้เสียงข้างมากของเจ้าของรวมตามมาตรา 1358 มาใช้บังคับกับการแบ่งที่ดินพิพาทในคดีนี้ เมื่อเจ้าของกรรมสิทธิ์รวมทุกคนในที่ดินพิพาทยังมิได้มีการแบ่งแยกการครอบครองที่ดินพิพาทเป็นสัดส่วน การแบ่งที่ดินพิพาทจึงต้องดำเนินการตามมาตรา 1364

เจ้าของรวมในที่ดินทุกคนต้องยินยอม ให้บุคคลอื่นเช่าที่ดิน จะใช้เสียงข้างมากหรือฝ่ายเดียวไม่ได้
คำพิพากษาฎีกาที่ 2938/2559

    การให้เช่าบ้านพิพาทถือได้ว่าเป็นการก่อให้เกิดภาระติดพันในตัวทรัพย์สินซึ่งจะกระทำได้ก็ต่อเมื่อได้รับความยินยอมของทายาทซึ่งเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์รวมทุกคน จ. ไม่อาจตกลงให้จำเลยเช่าบ้านพิพาทได้ไม่ว่าจะเป็นการตกลงให้เช่าโดยลำพังหรือเป็นการตกลงให้เช่าโดยเป็นมติเสียงข้างมากของทายาท เมื่อจำเลยอ้างว่า จ. และทายาทของเจ้ามรดกฝ่ายเสียงข้างมากตกลงให้จำเลยเช่าบ้านส่วนโจทก์ทายาทอีกคนหนึ่งก็ยืนยันว่าไม่ได้ให้ความยินยอมให้ จ. ตกลงทำสัญญาเช่าบ้านพิพาทกับจำเลย แสดงว่าการทำสัญญาเช่าบ้านพิพาทระหว่าง จ. กับจำเลยไม่ได้รับความยินยอมจากเจ้าของกรรมสิทธิ์รวมทุกคน สัญญาเช่าบ้านพิพาทระหว่าง จ. กับจำเลยจึงไม่มีผลใช้บังคับได้ จำเลยย่อมไม่มีสิทธิอยู่อาศัยในบ้านพิพาทตามสัญญาเช่าดังกล่าว ต้องขนย้ายบริวารและทรัพย์สินออกไปจากบ้านพิพาทเมื่อครบกำหนดระยะเวลาเช่าตามข้อตกลงตามสัญญาประนีประนอมยอมความ ซึ่งโจทก์มีสิทธิบังคับคดีได้ทันที

หากไม่ประสงค์ที่จะให้เช็คนำไปเรียกเก็บกับธนาคาร ต้องกำหนดไว้ในเช็คอย่างชัดแจ้งและการออกเช็คต้องลงวันที่ออกเช็คด้วยทุกครั้ง 
คำพิพากษาฎีกาที่ 3484/2559

    เช็คเป็นตราสารเปลี่ยนมือที่ต้องการความเชื่อถือในระหว่างผู้สั่งจ่ายและผู้ทรงทั้งหลายว่า เมื่อนำเช็คไปเรียกเก็บเงินแล้วจะมีการจ่ายเงินตามเช็ค ข้อกำหนดเงื่อนไขใด ๆ อันเป็นการห้ามหรือจำกัดการจ่ายเงินจะพึงมีได้จึงต้องเป็นไปตามบทบัญญัติของกฎหมาย ซึ่งข้อตกลงว่า ห้ามมิให้โจทก์นำเช็คพิพาทไปเรียกเก็บเงินจากธนาคารตามที่จำเลยทั้งสองกล่าวอ้างนั้น ไม่มีการจดข้อกำหนดนี้ลงไว้ชัดแจ้งในเช็คพิพาท จึงหาเป็นผลอย่างหนึ่งอย่างใดแก่เช็คพิพาท ตาม ป.พ.พ. มาตรา 915 (1) ประกอบด้วยมาตรา 989 วรรคหนึ่ง ถือว่าจำเลยทั้งสองออกเช็คโดยมิได้มีข้อกำหนดดังกล่าว
    การที่จำเลยทั้งสองสั่งจ่ายเช็คพิพาททั้ง 26 ฉบับ เพื่อแลกเงินสดไปจากโจทก์และจำเลยทั้งสองมอบเช็คพิพาททั้ง 26 ฉบับ ให้โจทก์ไปโดยจำเลยทั้งสองไม่ลงวันที่ออกเช็คนั้น ย่อมเป็นพฤติการณ์ที่ถือได้ว่าจำเลยทั้งสองยินยอมให้โจทก์ลงวันที่ออกเช็คได้เอง เมื่อโจทก์เป็นผู้ทรงเช็คโดยชอบด้วยกฎหมายกระทำการโดยสุจริตจดวันสั่งจ่ายที่ถูกต้องแท้จริงลงในเช็ค ตาม ป.พ.พ. มาตรา 910 วรรคท้าย ประกอบด้วยมาตรา 989 วรรคหนึ่ง กรณีหาเป็นการลงวันที่สั่งจ่ายในเช็คโดยไม่สุจริตไม่ เมื่อโจทก์ลงวันที่ 20 เม.ย. 2556 ในเช็คพิพาททั้ง 26 ฉบับ อายุความ 1 ปี ตามมาตรา 1002 จึงเริ่มนับตั้งแต่วันดังกล่าว ซึ่งจะครบอายุความในวันที่ 20 เม.ย. 2557 เมื่อโจทก์มาฟ้องจำเลยทั้งสองในวันที่ 26 มิ.ย. 2556 คดีโจทก์จึงยังไม่ขาดอายุความ

แม้ตนจะเป็นเจ้าของทรัพย์รวมอยู่ ก็อาจโดนลักทรัพย์ของตนเองได้เหมือนกัน
คำพิพากษาฎีกาที่ 3142/2557

    แม้จำเลยและผู้เสียหายเป็นเจ้าของรวมในสวนยางพาราที่เกิดเหตุ แต่ก่อนเกิดเหตุจำเลยยอมให้ผู้เสียหายครอบครองและได้ประโยชน์เพียงผู้เดียว การที่จำเลยจ้าง ส. เข้าไปกรีดยางพาราจะเอาน้ำยางพาราไปเพียงผู้เดียว จึงเป็นการแสวงหาประโยชน์ที่มิควรได้โดยชอบด้วยกฎหมายสำหรับตนเอง ย่อมเป็นการทุจริตแล้ว เมื่อน้ำยางพาราที่กรีดยังอยู่ในถ้วยรองน้ำยางยังไม่ได้ถูกนำไป เป็นเพียงพยายามกระทำความผิดฐานลักทรัพย์

ที่มา : คำพิพากษาฎีกาที่น่าสนใจในบทบรรณาธิการ หนังสือรวมคำบรรยาย ภาคหนึ่ง สมัยที่ 70 ปีการศึกษา 2560 เล่มที่ 2
    

แสดงความเห็น

ข่าวที่มีผู้อ่านมาก