คำพิพากษาฎีกาที่น่าสนใจในบทบรรณาธิการ หนังสือรวมคำบรรยาย ภาคหนึ่ง สมัยที่ 70 ปีการศึกษา 2560 เล่มที่ 3|คำพิพากษาฎีกาที่น่าสนใจในบทบรรณาธิการ หนังสือรวมคำบรรยาย ภาคหนึ่ง สมัยที่ 70 ปีการศึกษา 2560 เล่มที่ 3

คำพิพากษาฎีกาที่น่าสนใจในบทบรรณาธิการ หนังสือรวมคำบรรยาย ภาคหนึ่ง สมัยที่ 70 ปีการศึกษา 2560 เล่มที่ 3

  • ทนายคลายทุกข์ ปรึกษากฎหมาย โทร 02-9485700
  • Email: [email protected]
Header Background Image

งานเผยแพร่ความรู้ทางด้าน กฎหมาย การบริหารการจัดการหนี้สินในองค์กรภาครัฐและภาคเอกชน การฝึกอบรมสัมมนาพัฒนาบุคลากร ในการประกอบธุรกิจ หากหน่วยงานของรัฐ บริษัทห้างร้าน มีความสนใจ เชิญทีมงานไปฝึกอบรมสัมมนาหรือต้องการข้อมูลข่าวสาร ติดต่อได้ที่ 02-948-5700 อ่านต่อ

ท่านใดที่สนใจเกี่ยวกับหลักสูตรฝึกอบรมการติดตามหนี้ ทวงหนี้อย่างไรให้ได้ผล ได้เงิน รักษาภาพลักษณ์ รักษาลูกค้า/หลักสูตรการป้องกันและการปราบปรามการทุจริตภายในองค์กร/หลักสูตรกฎหมายแรงงาน สำหรับเจ้าหน้าที่ฝ่ายบุคคลหรือผู้บริหารบริษัท สนใจโทร.02-9485700 อ่านต่อ

สืบทุกเรื่องที่คุณอยากรู้ มีเรื่องคาใจอยากรู้ความจริง โทรมาคุยกับกุ้งได้ที่ 081-625-2161หรือ 089-669-5026 "อย่าปล่อยให้มีเรื่องคาใจ อะไรที่ไม่สบายใจ ต้องหาทางปลดปล่อย สืบให้รู้ความจริง จะได้จบสิ้นกันเสียที สำหรับความทุกข์ที่คาใจมาเป็นเวลานาน อย่าปล่อยให้คนนอกใจลอยนวล" อ่านต่อ

รับแปลเอกสารต่างๆ อ่านต่อ

คำพิพากษาฎีกาที่น่าสนใจในบทบรรณาธิการ หนังสือรวมคำบรรยาย ภาคหนึ่ง สมัยที่ 70 ปีการศึกษา 2560 เล่มที่ 3

  • Defalut Image

เจ้าของที่ดินไม่จ่ายค่านายหน้า ไม่ผิดฐานฉ้อโกง 

บทความวันที่ 27 มิ.ย. 2562, 17:04

มีผู้อ่านทั้งหมด 179 ครั้ง


คำพิพากษาฎีกาที่น่าสนใจในบทบรรณาธิการ หนังสือรวมคำบรรยาย ภาคหนึ่ง สมัยที่ 70 ปีการศึกษา 2560 เล่มที่ 3

เจ้าของที่ดินไม่จ่ายค่านายหน้า ไม่ผิดฐานฉ้อโกง 
คำพิพากษาฎีกาที่ 1279/2517

    โจทก์ฟ้องว่า จำเลยที่ 1 ให้โจทก์เป็นนายหน้าหาคนซื้อที่ดินของจำเลยที่ 1 โดยตกลงให้ค่านายหน้าแก่โจทก์ร้อยละ 10 โจทก์ชักนำให้จำเลยที่ 2 ไปซื้อ จำเลยที่ 2 พา บ. และ ก. ไปซื้อ โดยโจทก์เป็นผู้จัดการให้จำเลยที่ 2 นำไปซื้อ ต่อมาเมื่อโจทก์สอบถาม จำเลยทั้งสองได้ร่วมกันทุจริตแจ้งข้อความอันเป็นเท็จปกปิดความจริงต่อโจทก์โดยบอกว่ายังไม่ได้ขายที่ดินให้ใคร ซึ่งความจริงได้ขายให้ บ.และก.ไปแล้ว การแจ้งเท็จและปกปิดความจริง ทำให้จำเลยทั้งสองได้ไปซึ่งค่านายหน้าอันเป็นสิทธิของโจทก์เป็นเงิน 3,500 บาท ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 341 ดังนี้ หากจะฟังว่าจำเลยหลอกลวงโจทก์ตามฟ้องจริง การหลอกลวงเช่นนั้นก็มิได้ทำให้จำเลยได้เงินไปจากโจทก์ซึ่งอ้างว่าถูกหลอกลวงหรือจากบุคคลที่สามแต่อย่างใด เงินที่โจทก์ฟ้องว่าจำเลยได้ไปนั้นเป็นเพียงเงินค่านายหน้าซึ่งโจทก์ถือว่าตนมีสิทธิจะได้ และจำเลยไม่ชำระให้เท่านั้นเป็นเรื่องที่โจทก์จะต้องว่ากล่าวกันในทางแพ่ง การกระทำของจำเลยไม่มีมูลเป็นความผิดตามฟ้อง 

ยืมน้ำมันรถยนต์แล้วไม่คืน ไม่ผิดอาญาฐานยักยอก เป็นเพียงคดีแพ่ง
คำพิพากษาฎีกาที่ 1250/2530

    การกระทำของจำเลยครบองค์ประกอบเป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 352 หรือไม่ ในปัญหาดังกล่าวข้อเท็จจริงที่ศาลชั้นต้นวินิจฉัยมาแล้วจากพยานหลักฐานในสำนวนฟังว่าเป็นการยืมน้ำมันดีเซลซึ่งเป็นการยืมใช้สิ้นเปลืองในทางแพ่ง เห็นว่าการยืมใช้สิ้นเปลืองในทางแพ่งอันเป็นสัญญาซึ่งผู้ให้ยืมโอนกรรมสิทธิ์ในทรัพย์สินที่ยืมไปให้แก่ผู้ยืมแล้วตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 650 ดังนั้นน้ำมันดีเซลที่โจทก์ให้จำเลยยืมทั้ง 4ครั้ง กรรมสิทธิ์จึงตกเป็นของจำเลยแล้ว การครบองค์ประกอบเป็นความผิดฐานยักยอกทรัพย์ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 352นั้น จะต้องเป็นการกระทำที่ผู้ใด
ครอบครองทรัพย์ซึ่งเป็นของผู้อื่นหรือซึ่งผู้อื่นเป็นเจ้าของร่วมอยู่ด้วยแล้วเบียดบังเอาทรัพย์นั้นเป็นของตนหรือบุคคลที่สามโดยทุจริตสำหรับกรณีแห่งคดีนี้เมื่อน้ำมันดีเซลที่จำเลยยืมจากโจทก์นั้นกรรมสิทธิ์ตกเป็นของจำเลยแล้ว จำเลยย่อมมีสิทธินำน้ำมันดีเซลนั้นไปใช้หรือจำหน่ายจ่ายโอนได้ การกระทำของจำเลยไม่ครบองค์ประกอบความผิดตามบทกฎหมายที่โจทก์ขอให้ลงโทษ ที่โจทก์ฎีกาอีกข้อหนึ่งว่า โจทก์จำเลยมีเจตนาแน่วแน่ในการตกลงเอาคืนและส่งคืนทรัพย์ที่เอาไปนั้น 

ยิงผิดคน จะอ้างไม่รับผิดไม่ได้
คำพิพากษาฎีกาที่ 1906/2528

    ก่อนเกิดเหตุ 1 วัน จำเลยถูกชาวบ้านและนักเรียนเกษตรกรรมเชียงรายรุมทำร้ายจนได้รับบาดเจ็บ จำเลยมีความโกรธแค้นพวกที่รุมทำร้ายจำเลยในวันเกิดเหตุจำเลยจึงพกพาอาวุธปืนไป ตั้งใจจะไปฆ่าพวกที่ทำร้ายจำเลยเป็นการแก้แค้นเมื่อพบผู้ตายจำเลยเข้าใจว่าผู้ตายเป็นพวกที่รุมทำร้ายจำเลย จึงใช้อาวุธปืนยิงผู้ตายทันทีตามพฤติการณ์ดังกล่าวการกระทำของจำเลยเป็นการฆ่าผู้ตายโดยไตร่ตรองไว้ก่อน

พี่น้องกันเองก็ลักทรัพย์กันเอง แต่ยอมความกันได้
คำพิพากษาฎีกาที่ 2185/2532

    ทรัพย์ที่โจทก์ฟ้องว่าจำเลยลักไปเป็นทรัพย์ที่พี่สาวจำเลยและสามีของพี่สาวจำเลยเป็นเจ้าของร่วมกัน มิใช่ทรัพย์ของพี่สาวจำเลยเพียงผู้เดียว หากจำเลยลักทรัพย์ดังกล่าวไปจริงตามฟ้อง จำเลยก็มิได้กระทำต่อ พี่สาวจำเลยแต่เพียงผู้เดียว แต่ กระทำต่อ สามีของพี่สาวจำเลยซึ่ง มิใช่พี่หรือน้องบิดามารดาเดียว กับจำเลยด้วยการกระทำของจำเลยจึงมิใช่ความผิดอันยอมความได้ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 71 วรรคสอง.

เข้าไปแย่งปืนแล้วปืนลั่น ต้องรับผิด แม้จะไม่เจตนา
คำพิพากษาฎีกาที่ 7227/2553

    ผู้ตายชอบเล่นอาวุธปืน บางครั้งเอากระสุนปืนออกจากลูกโม่แล้วมาจ่อยิงที่ศีรษะตนเองหรือผู้อื่นเพื่อล้อเล่น ในวันเกิดเหตุผู้ตายก็เอาอาวุธปืนมาเล่นอีก แต่ข้อเท็จจริงไม่ปรากฏว่าขณะที่ผู้ตายเอาอาวุธปืนมาจ่อที่ศีรษะตนเองแล้วจำเลยเข้าแย่งเป็นเหตุให้ปืนลั่นนั้น ผู้ตายจะยิงตนเองหรือผู้ตายเมาสุราจนไม่ได้สติแต่อย่างใด ทั้งไม่ปรากฏว่าจำเลยรู้หรือไม่ว่าอาวุธปืนดังกล่าวบรรจุกระสุนปืนหรือไม่ ดังนั้น การที่จำเลยเข้าแย่งอาวุธปืนในสถานการณ์ดังกล่าวถือว่าจำเลยกระทำโดยปราศจากความระมัดระวังซึ่งบุคคลในภาวะเช่นนั้นจักต้องมีตามวิสัยและพฤติการณ์ และจำเลยอาจใช้ความระมัดระวังเช่นว่านั้นได้แต่หาได้ใช้ให้เพียงพอไม่ อันเป็นการกระทำโดยประมาทตาม ป.อ. มาตรา 59 วรรคสี่การที่จะอ้างว่าเป็นการกระทำความผิดด้วยความจำเป็นได้นั้น ต้องเป็นเรื่องการกระทำผิดโดยเจตนา แต่คดีนี้จำเลยกระทำความผิดโดยประมาทจึงมิใช่เป็นการกระทำความผิดด้วยความจำเป็น

เดินผ่านที่ดินคนอื่น 10ปี ได้ภาระจำยอม แถมตายไปตกทายาทอีก
คำพิพากษาฎีกาที่ 1867/2556

    โจทก์รวมทั้งบิดามารดาโจทก์และผู้อาศัยบนที่ดินโฉนดเลขที่ 36239 ใช้ทางพิพาทสัญจรไปมาโดยสงบและเปิดเผย ด้วยเจตนาให้ทางดังกล่าวเป็นภาระจำยอมติดต่อกันมาเป็นเวลาเกินกว่า 10 ปี ทางพิพาทจึงตกเป็นภาระจำยอมแก่ที่ดินโฉนดเลขที่ 36239 ตาม ป.พ.พ. 1401 ประกอบมาตรา 1382แม้ที่ดินโฉนดเลขที่ 36239 จะมีทางออกทางอื่นอีก ก็ถือไม่ได้ว่าภาระจำยอมหมดประโยชน์แก่สามยทรัพย์ตาม ป.พ.พ. 1400 นอกจากนี้ภาระจำยอมยังเป็นทรัพยสิทธิอย่างหนึ่ง มิใช่สิทธิเฉพาะตัวของเจ้าของสามายทรัพย์ การที่บิดามารดาโจทก์ซึ่งเป็นเจ้าของที่ดินโฉนดเลขที่ 36239 อันเป็นสามยทรัพย์ถึงแก่ความตาย จึงไม่เป็นเหตุให้ภาระจำยอมที่มีอยู่ต้องสิ้นไป เพราะสิทธิในการใช้ทางพิพาทที่ตกเป็นภาระจำยอม ย่อมตกทอดแก่ทายาทได้ ตาม ป.พ.พ. 1599 และ 1600 โจทก์ในฐานะผู้จัดการมรดกของผู้ตายทั้งสองซึ่งเป็นเจ้าของสามยทรัพย์ จึงมีสิทธิขอบังคับให้จำเลยที่จดทะเบียนภาระจำยอมในที่ดินของจำเลยได้

สละมรดกจะสละบางส่วนไม่ได้
คำพิพากษาฎีกาที่ 6342/2556

    การสละมรดกจะทำแต่เพียงบางส่วนหรือทำโดยมีเงื่อนไขหรือเงื่อนเวลาไม่ได้ ตาม     ป.พ.พ. มาตรา 1613 วรรคแรก และเมื่อทายาทโดยธรรมคนใดสละมรดก ผู้สืบสันดานของทายาทคนนั้นสืบมรดกได้ตามสิทธิของตนตามมาตรา 1615 วรรคสอง และถ้าทายาทโดยธรรมคนใดสละมรดกแก่ทายาทอื่นของเจ้ามรดกต่อไปตามมาตรา 1618 การที่ผู้คัดค้านซึ่งเป็นทายาทโดยธรรมของผู้ตายทำข้อตกลงยกทรัพย์สินของผู้ตายให้แก่ผู้ร้อง จึงขัดต่อมาตรา 1613 วรรคแรก มาตรา 1615 วรรคสอง และมาตรา 1618 เพราะมีเงื่อนไขว่าให้แก่ผู้ร้อง อันเป็นการตัดสิทธิผู้สืบสันดานของผู้คัดค้านถ้าหากมีหรือทายาทอื่นของผู้ตาย ข้อตกลงดังกล่าวจึงไม่เป็นการสละมรดก

ที่มา : บทบรรณาธิการ หนังสือรวมคำบรรยาย ภาคหนึ่ง สมัยที่ 70 ปีการศึกษา 2560 เล่มที่ 3

แสดงความเห็น

ข่าวที่มีผู้อ่านมาก