คำพิพากษาศาลฎีกาที่น่าสนใจ|คำพิพากษาศาลฎีกาที่น่าสนใจ

คำพิพากษาศาลฎีกาที่น่าสนใจ

  • ทนายคลายทุกข์ ปรึกษากฎหมาย โทร 02-9485700
  • Email: [email protected]
Header Background Image

งานเผยแพร่ความรู้ทางด้าน กฎหมาย การบริหารการจัดการหนี้สินในองค์กรภาครัฐและภาคเอกชน การฝึกอบรมสัมมนาพัฒนาบุคลากร ในการประกอบธุรกิจ หากหน่วยงานของรัฐ บริษัทห้างร้าน มีความสนใจ เชิญทีมงานไปฝึกอบรมสัมมนาหรือต้องการข้อมูลข่าวสาร ติดต่อได้ที่ 02-948-5700 อ่านต่อ

ท่านใดที่สนใจเกี่ยวกับหลักสูตรฝึกอบรมการติดตามหนี้ ทวงหนี้อย่างไรให้ได้ผล ได้เงิน รักษาภาพลักษณ์ รักษาลูกค้า/หลักสูตรการป้องกันและการปราบปรามการทุจริตภายในองค์กร/หลักสูตรกฎหมายแรงงาน สำหรับเจ้าหน้าที่ฝ่ายบุคคลหรือผู้บริหารบริษัท สนใจโทร.02-9485700 อ่านต่อ

สืบทุกเรื่องที่คุณอยากรู้ มีเรื่องคาใจอยากรู้ความจริง โทรมาคุยกับกุ้งได้ที่ 081-625-2161หรือ 089-669-5026 "อย่าปล่อยให้มีเรื่องคาใจ อะไรที่ไม่สบายใจ ต้องหาทางปลดปล่อย สืบให้รู้ความจริง จะได้จบสิ้นกันเสียที สำหรับความทุกข์ที่คาใจมาเป็นเวลานาน อย่าปล่อยให้คนนอกใจลอยนวล" อ่านต่อ

รับแปลเอกสารต่างๆ อ่านต่อ

คำพิพากษาศาลฎีกาที่น่าสนใจ

  • Defalut Image

แปลงหนี้ใหม่ด้วยการเปลี่ยนตัวลูกหนี้ ต้องทำสัญญาระหว่างเจ้าหนี้กับลูกหนี้คนใหม่ จึงจะมีผลพันกันเจ้าหนี้ 

บทความวันที่ 24 มิ.ย. 2562, 11:38

มีผู้อ่านทั้งหมด 1462 ครั้ง


คำพิพากษาศาลฎีกาที่น่าสนใจ

แปลงหนี้ใหม่ด้วยการเปลี่ยนตัวลูกหนี้ ต้องทำสัญญาระหว่างเจ้าหนี้กับลูกหนี้คนใหม่ จึงจะมีผลพันกันเจ้าหนี้ 
1. คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1017/2561

       สัญญาจะซื้อจะขายที่พิพาทพร้อมสิ่งปลูกสร้างระหว่าง พ. และ บ. มีข้อตกลงซื้อขายกันในราคา 3,000,000 บาท ชำระมัดจำ 1,000,000 บาท ส่วนที่เหลือชำระในวันโอนกรรมสิทธิ์ภายในวันที่ 5 เมษายน 2560 สัญญาจะซื้อจะขายที่ดินพิพาทพร้อมสิ่งปลูกสร้างจึงเป็นสัญญาต่างตอบแทน พ. และ บ. มิได้มีฐานะเป็นเจ้าหนี้หรือลูกหนี้แต่ฝ่ายเดียว แต่ต่างฝ่ายต่างมีฐานะเป็นทั้งเจ้าหนี้และลูกหนี้ซึ่งกันและกัน แม้โจทก์ได้ชำระค่าที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างอีก 1,000,000 บาท ให้แก่ พ. เมื่อวันที่ 20 มิถุนายน 2554แต่ก็ยังคงเหลือที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างอีก 1,000,000 บาท  ที่ บ. ชำระให้แก่ พ.  พ. และ บ. จึงยังคงมีฐานะเป็นทั้งเจ้าหนี้และลูกหนี้ซึ่งกันและกันอยู่ กล่าวคือ พ. มีฐานะเป็นเจ้าหนี้มีสิทธิได้รับชำระค่าที่พิพาทพร้อมสิ่งปลูกสร้างที่เหลือจาก บ. และเป็นลูกหนี้ที่มีหน้าที่ต้องโอนที่พิพาทพร้อมสิ่งปลูกสร้างให้แก่ บ. ขณะเดียวกัน บ. ก็เป็นลูกหนี้ที่มีหน้าที่ต้องชำระค่าที่พิพาทพร้อมสิ่งปลูกสร้างที่เหลือแก่ พ. และเป็นเจ้าหนี้ที่มีสิทธิได้รับโอนกรรมสิทธิ์ที่พิพาทพร้อมสิ่งปลูกสร้างจาก พ. เมื่อ บ. โอนสิทธิเรียกร้องในหนี้สินและสิทธิเรียกร้องตามสัญญาจะซื้อจะขายที่พิพาทพร้อมสิ่งปลูกสร้างให้แก่โจทก์ โดยตกลงให้โจทก์เป็นผู้ชำระค่าที่พิพาทพร้อมสิ่งปลูกสร้างที่เหลือแก่ พ. กรณีจึงมิใช่ บ. โอนสิทธิเรียกร้องในฐานะเจ้าหนี้แก่โจทก์ตาม ป.พ.พ.มาตรา 306 วรรคหนึ่ง แต่ บ. ได้โอนหนี้ให้โจทก์มาเป็นลูกหนี้ชำระค่าที่ดินพิพาทพร้อมสิ่งปลูกสร้างที่เหลือแก่ พ. ด้วย กรณีจึงเป็นเรื่องแปลงหนี้ใหม่ด้วยการเปลี่ยนตัวลูกหนี้จาก บ. มาเป็นโจทก์ ซึ่งจะต้องมีการทำสัญญาระหว่างเจ้าหนี้คือ พ. กับลูกหนี้คนใหม่คือโจทก์ ตาม ป.พ.พ.มาตรา 350 จึงจะมีผลผูกพันเจ้าหนี้คือ พ. จะเพียงแต่ทำเป็นหนังสือระหว่าง บ. กับโจทก์หาชอบไม่ เมื่อโจทก์ลูกหนี้คนใหม่ยังไม่ได้ทำสัญญากับ พ. เจ้าหนี้ใหม่จึงไม่เกิดขึ้น โจทก์จึงไม่มีนิติสัมพันธ์กับ พ. ไม่มีอำนาจฟ้องให้ พ. โอนที่พิพาทพร้อมสิ่งปลูกสร้างให้แก่โจทก์ เมื่อ พ. จดทะเบียนกรรมสิทธิ์รวมในที่พิพาทพร้อมสิ่งปลูกสร้างให้จำเลยที่ 1 และจำเลยที่ 2  เป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์รวมและจำเลยที่ 1  จดทะเบียนโอนกรรมสิทธิ์ที่พิพาทพร้อมสิ่งปลูกสร้างเฉพาะส่วนของ พ. ให้แก่จำเลยที่ 1 และจำเลยที่ 2 ตามพินัยกรรม โจทก์จึงไม่มีอำนาจฟ้องขอให้เพิกถอนนิติกรรมการจดทะเบียนดังกล่าวได้

การเพิกถอนมติที่ประชุมใหญ่ที่ผิดระเบียบ ต้องร้องขอภายใน 1 เดือนนับแต่วันลงมติ 
2. คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3996/2561

           ป.พ.พ.มาตรา 1175 และ 1195  ได้กำหนดขั้นตอนการบอกกล่าวเรียกประชุมใหญ่ผู้ถือหุ้นไว้ว่าต้องลงพิมพ์โฆษราในหนังสือพิมพ์แห่งท้องที่อย่างน้อยหนึ่งคราวก่อนวันนัดประชุมไม่น้อยกว่าเจ็ดวัน  และต้องส่งทางไปรษณีย์ตอบรับไปยังผู้ถือหุ้นทุกคนที่มีชื่อในทะเบียนบริษัทก่อนวันนัดประชุมไม่น้อยกว่าเจ็ดวัน โดยมุ่งประสงค์ให้มีการแจ้งให้ผู้ถือหุ้นทราบล่วงหน้าว่าบริษัทจะได้จัดให้มีการประชุมใหญ่ในกิจการใด ที่ใด เมื่อใด เพื่อผู้ถือหุ้นจะได้มีโอกาสเตรียมตัวสอบถามหรือแสดงความคิดเห็นได้โดยเต็มที่ เพื่อไม่ให้ผู้บริหารเอาเปรียบดำเนินการรวบรัดในการประชุมแม้ตามบทบัญญัติดังกล่าวจะมิได้บัญญัติถึงผลของการไม่ปฏิบัติตามในเรื่องคำบอกกล่าวเรียกประชุมใหญ่ จะต้องเป็นโมฆะหรือเสียเปล่าก็ตาม แต่ก็ให้สิทธิกรรมการหรือผู้ถือหุ้นคนหนึ่งคนใดร้องขอให้ศาลเพิกถอนมติที่ประชุมใหญ่อันผิดระเบียบนั้นเสีย โดยต้องร้องขอภายในเดือนหนึ่งนับแต่วันลงมตินั้น  ถ้าหากไม่มีการร้องขอให้เพิอถอนมติที่ประชุมใหญ่อันเผิดระเบียบภายในเดือนหนึ่งแล้ว มติของที่ประชุมดังกล่าวก็มีผลสมบูรณ์ใช้บังคับได้ ผู้ใดจะขอให้เพิกถอนไม่ได้
          คำบอกกล่าวเรียกประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้น ได้ลงพิมพ์โฆษณาในหนังสือพิมพ์แห่งท้องที่ เมื่อนับถึงวันประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้น ได้เพียง 6 วัน คำบอกกล่าวเรียกประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้น  จึงลงพิมพ์โฆษณาในหนังสือพิมพ์แห่งท้องที่ก่อนวันนัดประชุมไม่ครบเจ็ดวัน อันเป็นการฝ่าฝืนบทบัญญัติมาตรา 1175 วรรคหนึ่ง ทำให้การนัดประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้นจึงไม่ชอบ และเป็นผลให้มติที่ประชุมในวันดังกล่าวเป็นมติอันผิดระเบียบตามมาตรา 1195 ซึ่งโจทก์ในฐานะกรรมการและผู้ถือหุ้นของบริษัท สามารถร้องขอให้ศาลเพิกถอนเสียได้

กรรมการเรียกประชุมใหญ่โดยไม่ทำตามขั้นตอนที่กฎหมายกำหนด เป็นการฝ่าฝืนกฎหมาย
3. คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1040/2561

            คำว่ากรรมการตามป.พ.พ.มาตรา 1172 วรรคหนึ่ง หมายถึงคณะกรรมการ มิได้หมายถึงกรรมการคนหนึ่งคนใดหรือหลายคน
           การเรียกประชุมใหญ่วิสามัญ ตาม ป.พ.พ.มาตรา 1172 วรรคหนึ่ง หรือไม่ กรรมการคนหนึ่งคนใดชอบที่จะนัดเรียกประชุมกรรมการเพื่อพิจารณากันเสียก่อนตามบทบัญญัติไว้ในมาตรา 1162 มติของคณะกรรมการจะต้องถือเอาเสียงข้างมากเป็นใหญ่ตามบทบัญญัติไว้ในมาตรา 1161 การที่ผู้คัดค้านทั้งสองซึ่งเป็นกรรมการเรียกประชุมใหญ่ โดยมิได้กระทำตามขั้นตอนดังกล่าว การนัดเรียกประชุมใหญ่ตลอดจนการประชุมและการลงมติจึงเป็นการฝ่าฝืนต่อบทบัญญัติแห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์

ซื้อที่ดินจากการขายทอดตลาดตามคำสั่งศาล มีสิทธิดีกว่าผู้รับโอน
4. คำพิพากษาศาลฎีกาที่  1128/2561

           จำเลยเป็นบุคคลภายนอกผู้ได้สิทธิในที่ดินพิพาท (น.ส. 3 ก.) มาโดยซื้อจากการขายทอดตลาดตามคำสั่งศาล โดยเสียค่าตอบแทนและได้จดทะเบียนสิทธิแล้วเมื่อโจทก์ไม่ได้กล่าวอ้างในคำฟ้องว่าจำเลยซื้อที่ดินพิพาทและจดทะเบียนสิทธิโดยไม่สุจริต ซึ่งนอกจากจะไม่มีประเด็นว่าจำเลยซื้อที่ดินพิพาทและจดทะเบียนสิทธิโดยสุจริตหรือไม่แล้ว จำเลยยังได้รับประโยชน์จากข้อสันนิษฐานตามป.พ.พ.มาตรา 6 ด้วยว่ากระทำการโดยสุจริต การที่โจทก์เป็นผู้ที่ได้ที่ดินพิพาทโดยการรับโอนการครอบครองจาก ม. ผู้มีชื่อถือสิทธิครอบครองในที่ดินพิพาท จึงไม่อาจยกสิทธิที่ได้มาโดยการรับโอนการครอบครองขึ้นต่อสู้จำเลยได้ ตาม ป.พ.พ.มาตรา 1330 จำเลยเป็นผู้มีสิทธิครอบครองในที่ดินพิพาทดีกว่าโจทก์

5. คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4430/2561
           ธนาคาร อ. เป็นโจทก์ฟ้องจำเลยทั้งสองเพื่อขอบังคับจำนอง ศาลพิพากษาให้ธนาคาร อ. ชนะคดีและยึดที่ดินทรัพย์จำนองทั้งสองโฉนดออกขายทอดตลาด และ ธนาคาร อ. ประมูลซื้อทอดตลาดได้ และจดทะเบียนโอนกรรมสิทธิ์ ธนาคาร อ. ผู้ซื้อทอดตลาดที่ดินทั้งสองโฉนดย่อมได้ความคุ้มครองตาม ป.พ.พ.มาตรา 1330 แม้ความจะปรากฎในภายหลังว่าผู้ร้องมีกรรมสิทธิ์ในที่ดินทั้งสองแปลงก็ไม่สามารถใช้ยันธนาคาร อ. ผู้ซื้อทอดตลาดตามคำสั่งศาลได้แล้ว เมื่อธนาคาร อ. เปลี่ยนเป็นธนาคาร ย. และโจทก์ซื้อที่ดินทั้งสองโฉนดดังกล่าวมาจากธนาาร ย. โจทก์จึงได้กรรมสิทธิ์และได้รับความคุ้มครองตามบทบัญญัติแห่งกฎหมายดังกล่าวเช่นเดียวกัน เมื่อผู้ร้องไม่สามารถยกกรรมสิทธิ์ขึ้นยันธนาคาร อ. และโจทก์ได้ ผู้ร้องจึงไม่ใช่ผู้มีอำนาจพิเศษ

ที่มา : บทบรรณาธิการ หนังสือรวมคำบรรยาย ภาคหนึ่ง สมัยที่ 72 ปีการศึกษา 2562 เล่มที่ 1

แสดงความเห็น

ข่าวที่มีผู้อ่านมาก