ตั้งข้อหาเกินจริง มีโทษถึงจำคุกตลอดชีวิต|ตั้งข้อหาเกินจริง มีโทษถึงจำคุกตลอดชีวิต

ตั้งข้อหาเกินจริง มีโทษถึงจำคุกตลอดชีวิต

Header Background Image

งานเผยแพร่ความรู้ทางด้าน กฎหมาย การบริหารการจัดการหนี้สินในองค์กรภาครัฐและภาคเอกชน การฝึกอบรมสัมมนาพัฒนาบุคลากร ในการประกอบธุรกิจ หากหน่วยงานของรัฐ บริษัทห้างร้าน มีความสนใจ เชิญทีมงานไปฝึกอบรมสัมมนาหรือต้องการข้อมูลข่าวสาร ติดต่อได้ที่ 02-948-5700 อ่านต่อ

ท่านใดที่สนใจเกี่ยวกับหลักสูตรฝึกอบรมการติดตามหนี้ ทวงหนี้อย่างไรให้ได้ผล ได้เงิน รักษาภาพลักษณ์ รักษาลูกค้า/หลักสูตรการป้องกันและการปราบปรามการทุจริตภายในองค์กร/หลักสูตรกฎหมายแรงงาน สำหรับเจ้าหน้าที่ฝ่ายบุคคลหรือผู้บริหารบริษัท สนใจโทร.02-9485700 อ่านต่อ

สืบทุกเรื่องที่คุณอยากรู้ มีเรื่องคาใจอยากรู้ความจริง โทรมาคุยกับกุ้งได้ที่ 081-625-2161หรือ 089-669-5026 "อย่าปล่อยให้มีเรื่องคาใจ อะไรที่ไม่สบายใจ ต้องหาทางปลดปล่อย สืบให้รู้ความจริง จะได้จบสิ้นกันเสียที สำหรับความทุกข์ที่คาใจมาเป็นเวลานาน อย่าปล่อยให้คนนอกใจลอยนวล" อ่านต่อ

รับแปลเอกสารต่างๆ อ่านต่อ

ตั้งข้อหาเกินจริง มีโทษถึงจำคุกตลอดชีวิต

  • Defalut Image

พนักงานสอบสวนแกล้งตั้งข้อหา ฎีกาที่ 849/2482 โดยเปลี่ยนข้อหาจากทำร้ายร่างกายเป็นข้อหาพยายามฆ่า

บทความวันที่ 13 ก.ค. 2560, 11:39

มีผู้อ่านทั้งหมด 819 ครั้ง


ตั้งข้อหาเกินจริง มีโทษถึงจำคุกตลอดชีวิต

    พนักงานสอบสวนแกล้งตั้งข้อหา ฎีกาที่ 849/2482 โดยเปลี่ยนข้อหาจากทำร้ายร่างกายเป็นข้อหาพยายามฆ่าเพราะไม่พอใจผู้ต้องหาเป็นการส่วนตัวถือเป็นการกระทำในตำแหน่งอันมิชอบเพื่อจะแกล้งให้ผู้ต้องหาให้ต้องรับโทษหนักขึ้นผิดมาตรา 200 วรรค 2 ข้อสอบเนติบัณฑิตสมัยที่ 56 ข้อ 1 ติดตามกันต่อไปว่าเป็นการตั้งข้อหาเกินจริงหรือไม่ทนายคลายทุกข์ก็จะช่วยติดตามให้นะครับความเป็นธรรมก็ต้องให้ความเป็นธรรมเท่าเทียมกันเพราะบุคคลเสมอกันในกฎหมายตามรัฐธรรมนูญ

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 849/2482
    ศาลจะกำหนดโทษจำเลยต่ำกว่าอัตราขั้นต่ำที่กฎหมายกำหนดไว้ไม่ได้วิธีกำหนดโทษในกรณีรวมกะทงลงโทษได้ความว่าตำรวจจับโจทก์หาว่าโจทก์ขี่จักรยานโดยไม่มีทะเบียนและไม่มีใบอนุญาตขับขี่ แล้วนำตัวส่งต่อจำเลยซึ่งเป็นปลัดอำเภอ ในการสอบสวนจำเลยเพทุบายหาว่าโจทก์หลบหนีที่คุมขังและต่อสู้เจ้าพนักงานและได้ขังโจทก์ไว้เกิน 48 ชั่วโมงโดยเจตนาแกล้งโจทก์ โจทก์จึงฟ้องขอให้ลงโทษตามมาตรา 270,142 วรรค 2 ที่แก้ไข ศาลชั้นต้นไม่ฟังข้อเท็จจริงดังกล่าวนั้น จึงให้ยกฟ้อง
    ศาลอุทธรณ์ฟังว่าจำเลยทำผิดจริงให้ลงโทษตามมาตรา  270 จำคุก 15 วัน ตามมาตรา 142 วรรค 2 จำคุก 6 เดือน แต่ให้รอการลงอาญา โจทก์ฎีกาว่าศาลลงโทษจำเลยต่ำกว่าอัตราในกฎหมาย ศาลฎีกาเห็นว่ามาตรา 142 วรรค 2 ที่แก้ไขมีอัตราโทษจำคุกอย่างต่ำถึง 1 ปี ศาลอุทธรณ์ลงโทษต่ำกว่าอัตราจริง จึงพิพากษาแก้ให้รวมกะทงลงโทษจำเลยจำคุก 1 ปี ปรับ 100 บาท แต่ให้รอการลงอาญาจำคุกไว้

แสดงความเห็น

ข่าวที่มีผู้อ่านมาก