คำพิพากษาศาลฎีกาจากทนายคลายทุกข์|คำพิพากษาศาลฎีกาจากทนายคลายทุกข์

คำพิพากษาศาลฎีกาจากทนายคลายทุกข์

  • ทนายคลายทุกข์ ปรึกษากฎหมาย โทร 02-9485700
  • Email: [email protected]
Header Background Image

งานเผยแพร่ความรู้ทางด้าน กฎหมาย การบริหารการจัดการหนี้สินในองค์กรภาครัฐและภาคเอกชน การฝึกอบรมสัมมนาพัฒนาบุคลากร ในการประกอบธุรกิจ หากหน่วยงานของรัฐ บริษัทห้างร้าน มีความสนใจ เชิญทีมงานไปฝึกอบรมสัมมนาหรือต้องการข้อมูลข่าวสาร ติดต่อได้ที่ 02-948-5700 อ่านต่อ

ท่านใดที่สนใจเกี่ยวกับหลักสูตรฝึกอบรมการติดตามหนี้ ทวงหนี้อย่างไรให้ได้ผล ได้เงิน รักษาภาพลักษณ์ รักษาลูกค้า/หลักสูตรการป้องกันและการปราบปรามการทุจริตภายในองค์กร/หลักสูตรกฎหมายแรงงาน สำหรับเจ้าหน้าที่ฝ่ายบุคคลหรือผู้บริหารบริษัท สนใจโทร.02-9485700 อ่านต่อ

สืบทุกเรื่องที่คุณอยากรู้ มีเรื่องคาใจอยากรู้ความจริง โทรมาคุยกับกุ้งได้ที่ 081-625-2161หรือ 089-669-5026 "อย่าปล่อยให้มีเรื่องคาใจ อะไรที่ไม่สบายใจ ต้องหาทางปลดปล่อย สืบให้รู้ความจริง จะได้จบสิ้นกันเสียที สำหรับความทุกข์ที่คาใจมาเป็นเวลานาน อย่าปล่อยให้คนนอกใจลอยนวล" อ่านต่อ

รับแปลเอกสารต่างๆ อ่านต่อ

คำพิพากษาศาลฎีกาจากทนายคลายทุกข์

รายการทนายคลายทุกข์ขอนำคำพิพากษาของศาลฎีกาที่น่าสนใจจากหนังสือคำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2547 เล่มที่ 11 จัดพิมพ์โดย บริการสำนักงานศาลยุติธรรม บริการสวัสดิการศาลฎีกา มาเผยแพร่ต่อเพื่อนสมาชิก

บทความวันที่ 9 พ.ค. 2549, 00:00

มีผู้อ่านทั้งหมด 3463 ครั้ง


ฎีกาที่ 7474/2547

รายการทนายคลายทุกข์ขอนำคำพิพากษาของศาลฎีกาที่น่าสนใจจากหนังสือคำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2547 เล่มที่ 11 จัดพิมพ์โดย บริการสำนักงานศาลยุติธรรม บริการสวัสดิการศาลฎีกา มาเผยแพร่ต่อเพื่อนสมาชิก และรายการขอขอบคุณข้อมูลเกี่ยวกับคำพิพากษาของศาลฎีกามา ณ ที่นี้ด้วย โดยมีคำพิพากษาที่น่าสนใจดังนี้คือ

 

ฎีกาที่ 7474/2547

วิธีพิจารณาความแพ่ง เข้ามาเป็นคู่ความแทนที่ผู้มรณะ

        ผู้ร้องยื่นคำร้องขอเข้าเป็นคู่ความแทนที่โจทก์ผู้มรณะ โดยระบุว่าผู้ร้องเป็นน้องต่างมารดากับโจทก์ ส่วนพี่น้องร่วมบิดามารดาเดียวกันกับโจทก์ยังมีชีวิตอยู่ แต่ไม่สามารถติดต่อได้ ดังนี้ผู้ร้องย่อมเป็นทายาทโดยธรรมอันดับที่ 4 เมื่อผู้ร้องรับว่าผู้เป็นทายาทโดยธรรมอันดับที่ 3 ยังมีชีวิตอยู่ ผู้ร้องก็ไม่มีสิทธิในทรัพย์มรดกของโจทก์ตาม ป.พ.พ. มาตรา 1630 วรรคหนึ่ง ผู้ร้องจึงไม่เป็นทายาทของโจทก์ผู้มรณะที่จะเข้ามาเป็นคู่ความแทนที่ตาม ป.วิ.พ. มาตรา 42 วรรคหนึ่ง

 

ฎีกาที่ 7478/2547

พ.ร.บ.ยา

        ความผิดฐานผลิตยาแผนปัจจุบัน ยาปลอม และยาที่ไม่ได้ขึ้นทะเบียนตำรับยากับความผิดฐานขายและมีไว้เพื่อขายซึ่งยาแผนปัจจุบันที่เป็นยาปลอมและที่ไม่ได้ขึ้นทะเบียนตำรับยา เมื่อยาที่จำเลยผลิต ขาย และมีไว้เพื่อขายดังกล่าวล้วนเป็นจำนวนเดียวกันและถูกเจ้าพนักงานยึดไว้เป็นของกลางในคราวเดียวกัน การกระทำของจำเลยจึงเป็นกรรมเดียวเป็นความผิดต่อกฎหมายหลายบท ต้องลงโทษฐานผลิตยาปลอมตาม พ.ร.บ.ยาฯ มาตรา 117 วรรคหนึ่ง ซึ่งเป็นกฎหมายบทที่มีโทษหนักที่สุดตาม ป.อ. มาตรา 90 ที่ศาลอุทธรณ์เรียกระทงลงโทษจำเลยมานั้นจึงเป็นมิชอบ ปัญหานี้เป็นปัญหาเกี่ยวกับความสงบเรียบร้อย แม้จำเลยจะมิได้ฎีกา ศาลฎีกาก็มีอำนาจแก้ไขให้ถูกต้องได้

 

ฎีกาที่ 8211/2547

พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน

        พ.ร.บ.คุ้มครองแรงานฯ มาตรา 10 วรรคสอง บัญญัติว่า ในกรณีที่นายจ้างเรียกหรือรับเงินประกัน หรือทำสัญญาประกันกับลูกจ้างเพื่อชดใช้ความเสียหายที่ลูกจ้างเป็นผู้กระทำเมื่อนายจ้างเลิกจ้าง หรือลูกจ้างลาออก หรือสัญญาประกันสิ้นอายุ ให้นายจ้างคืนเงินประกันพร้อมดอกเบี้ย (ถ้ามี) ให้แก่ลูกจ้างภายในเจ็ดวันนับแต่วันที่นายจ้างเลิกจ้างหรือวันที่ลูกจ้างลาออก  หรือวันที่สัญญาประกันสิ้นอายุ แล้วแต่กรณี ดังนี้ ข้อตกลงระหว่างโจทก์กับ ส. ที่ว่า หาก ส. ลาออกจากงานก่อน 24 เดือน ส. ขอสละสิทธิไม่รับเงินประกัน แม้จะตกลงกันก่อนที่โจทก์จะจ้าง ส. แต่ก็เป็นข้อตกลงที่แตกต่างจากบทบัญญัติของ พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงานฯ ซึ่งเป็นกฎหมายเกี่ยวกับความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดีของประชาชน จึงตกเป็นโมฆะตาม ป.พ.พ. มาตรา 151

 

ฎีกาที่ 9061/2547

อาญา นับโทษจำคุกต่อจากคดีอื่น หลายกรรมต่างกัน

        คดีนี้กับคดีก่อนเป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน ไม่อาจฟ้องเป็นคดีเดียวกันหรือพิจารณาพิพากษารวมกันได้ จึงไม่อยู่ในบังคับของ ป.อ.มาตรา 91(3) ศาลย่อมนับโทษจำคุกตลอดชีวิตคดีนี้ต่อจากโทษจำคุกตลอดชีวิตในคดีก่อนได้

 

ฎีกาที่ 9221/2547

พ.ร.บ.ยาเสพติดให้โทษ

        จำเลยใช้กระเป๋าสะพายผ้าร่มสีดำสำหรับซุกซ่อนธนบัตรที่ได้จากการจำหน่ายเมทแอมเฟตามีนไมได้ใช้สำหรับซุกซ่อนยาเสพติดให้โทษ ของกลางดังกล่าวจึงไม่ใช่เครื่องมือเครื่องใช้ หรือวัตถุอื่นซึ่งได้ใช้ในการกระทำความผิดตาม พ.ร.บ.ยาเสพติดให้โทษฯ มาตรา 102 และไม่ใช่ทรัพย์สินที่กฎหมายบัญญัติว่า ผู้ใดทำหรือมีไว้เป็นความผิดหรือได้มาโดยกระทำความผิดตาม ป.อ.มาตรา 32 และ 33 (2) จึงไม่อาจริบได้ ปัญหาดังกล่าวเป็นปัญหาข้อกฎหมายที่เกี่ยวกับความสงบเรียบร้อย แม้ไม่มีคู่ความฝ่ายใดฎีกา ศาลฎีกาก็มีอำนาจหยิบยกขึ้นวินิจฉัยและสั่งคืนแก่เจ้าของ

 

ฎีกาที่ 11993/2547

วิธีพิจารณาความแพ่ง พิพากษาไม่เกินคำขอ

        เมื่อจำเลยเป็นฝ่ายผิดสัญญาและผู้บริโภคทั้งสิบสามรายได้ใช้สิทธิเลิกสัญญาต่อจำเลยแล้ว จำเลยจึงต้องคืนเงินที่ได้รับไว้แก่ผู้บริโภคทั้งสิบสามรายพร้อมดอกเบี้ยนับแต่เวลาที่ได้รับไว้ตาม ป.พ.พ.มาตรา 391 จำเลยได้รับเงินจากผู้บริโภคแต่ละรายหลายครั้งหลายจำนวนจึงต้องเสียดอกเบี้ยของต้นเงินแต่ละจำนวนนับแต่เวลาที่ได้รับเงินแต่ละจำนวนไว้แต่โจทก์มีคำขอให้จำเลยชำระดอกเบี้ยนับแต่เวลาที่จำเลยได้รับเงินครั้งสุดท้ายจากผู้บริโภคแต่ละราย จึงกำหนดให้ตามคำขอของโจทก์ การที่ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยเสียดอกเบี้ยให้แก่ผู้บริโภคทั้งสิบสามรายนับแต่เวลาที่จำเลยผิดนัดไม่ชำระเงินคืนแก่ผู้บริโภคแต่ละรายนั้นจึงไม่ชอบ

 

 

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 8

อยากทราบว่า เป็นคดึความชั้นศาลฏีกา เรื่อง คดีร่วมกันลักทรัพย์ของนายจ้าง (เป็นเช็ค)  ศาลชั้นต้นและอุทธรณ์ ตัดสินมา 4 ปี  และศาลชั้นฏีกา และมีสิทธิ์เหมือนเดิมหรือเปล่าค่ะ  และถ้าติดคุกเราจะมีวิธีไหนที่ประกันตัวได้  หรือข้อความเห็นใจอะไรได้หรือเปล่า แต่ 2 ศาลที่ตัดสินเห็นแต่ในภาพวงจรปิดที่ธนาคารเห็นระหว่างเรา กับบุคคลที่นำเช็คไปเปิดบัญชี   แต่เหตุผลมีอยู่ว่า เราเคยทำงานที่บริษัทฯ ที่เช็คหายแต่ไม่มีหลักฐานว่าเราขโมยเช็ค  เห็นแค่ภาพวงจรปิด ในธนาคารเท่านั้น ทำไมศาล 2 ศาลตัดสินจำคุก 4 ปี  ทั้งๆ ที่เราก็ไม่เคยมีคดีอื่นมาก่อน  และ ทางเราก็ไม่ได้เป็นคนเปิดบัญชีด้วย   

โดยคุณ คุณธันย์ชนก 25 ต.ค. 2553, 13:56

ความคิดเห็นที่ 7

อยากทราบว่าคดีดำและคดีแดงเรื่องบัตนเคดิตรมีผลบังคับถึงกี่ปีครับ และถ้าเรื่องเลยมาถึง 5 ปีแล้วยังมีผลอยู่หรือไม่ครับ

โดยคุณ ธนา 1 ก.ค. 2553, 11:43

ความคิดเห็นที่ 6

พ่อสามีได้เช่าที่นาไว้แปลงหนึ่ง โดยจ่ายค่าเช่าก่อนแล้วทำทีหลัง ขณะที่กำลังไถแปรอยู่ มีคนเข้ามาล้อมรั้วลวดหนามที่นั้น แล้วไล่ให้รถไถออกไป โดยบอกว่าที่ดินนี้ได้ขายไปแล้ว โดยที่ผู้เช่าไม่รู้ล่วงหน้ามาก่อน พอสอบถามไปที่เจ้าของเดิมถึงเรื่องค่าเสียหาย ก็ได้รับการบ่ายเบี่ยง และไม่รับโทรศัพท์ จึงต้องแจ้งความกับเจ้าของรายใหม่ เพราะมีอุปกรณ์ทำนา และท่อสูบน้ำอยู่ในนั้น ปรึกษากับ คชก. และเข้าที่ประขุมกัน เจ้าของใหม่ก็ยอมเซ็นจะชดใช้ค่าเสียหายให้ 250,000 บาท หลังจากนั้น 2 อาทิตย์ มีหมายศาลมาที่บ้านว่าเจ้าของใหม่ ได้แจ้งความข้อหาบุกรุก และแจ้งความเท็จ ทั้งที่เราเองก็แจ้งความไว้ก่อน แต่ไม่ได้รับการส่งฟ้องศาลแต่อย่างใด จ้างทนายให้ช่วยจัดการคดีให้โดนเรียกไป 20,000 บาท โดยบอกว่าเป็นค่าธรรมเนียมศาล แต่มารู้ทีหลังว่าไม่ใช่ มันเป็นค่าทนาย และทนายคนเดิมจะเรียกร้องเอาอีก 40,000 บาท บอกเป็นค่าทำเรื่องส่งฟ้องข้อหาบุกรุก กับขอสิทธิ์ทำนาต่อ และเรายังต้องดำเนินเรื่องฟ้องร้องขอซื้อที่ตามสิทธิผู้เช่าอีก 200,000 ทางครอบครัวหนูจะทำยังไงดีคะ ตอนนี้สงสารพ่อแม่สามีมาก เพราะท่านแก่แล้ว

โดยคุณ suttinada 7 พ.ค. 2553, 12:37

ความคิดเห็นที่ 5

อยากทราบถูกแจ้งความข้อหาพยายามทำร้ายร่างกายโดยฝ่ายผู้กล่าวหาให้ปากคำตำรวจว่าผู้ถูกกล่าวหาใช้มีดฟันแล้วหลบทันซึ่งไม่เป็นความจริงตามที่ถูกกล่าวหา

โดยคุณ peerasak chusak 19 พ.ค. 2552, 14:55

ตอบความคิดเห็นที่ 5

ให้คุณให้การปฏิเสธ

โดยคุณ อ.เดชา กิตติวิทยานันท์  20 พ.ค. 2552, 08:55

ความคิดเห็นที่ 4

ให้คุณให้การปฏิเสธ

โดยคุณ อ.เดชา กิตติวิทยานันท์  20 พ.ค. 2552, 08:55

ความคิดเห็นที่ 3

อยากได้คำพิพากษาเกี่ยวกับกฎหมายเลือกตั้ง
โดยคุณ [email protected] 30 พ.ย. 542, 00:00

ความคิดเห็นที่ 2

อยากได้คำพิพากษาเรื่องเกี่ยวกับการบอกล้างกรมธรรม์ประกันชีวิตหน่อยค่ะ กำลังถูกบอกเลิกค่ะ
โดยคุณ mama2 30 พ.ย. 542, 00:00

ความคิดเห็นที่ 1

อยากทราบผลการพิจารณาคดีหมายเลขดำที่ 9697/2549 ระหว่าง บ.เจนรัล มอเตอร์ส แอคเซ็ฟแตนท์ คอร์เปอร์เรชั่น(ประเทศไทย)จำกัด โจทก์
โดยคุณ [email protected] 30 พ.ย. 542, 00:00

แสดงความเห็น

ข่าวที่มีผู้อ่านมาก