ข่าวทนาย/นักสืบ : ตำรวจฟ้องคดีเกินกำหนดเวลา |ข่าวทนาย/นักสืบ : ตำรวจฟ้องคดีเกินกำหนดเวลา

ข่าวทนาย/นักสืบ : ตำรวจฟ้องคดีเกินกำหนดเวลา

  • ทนายคลายทุกข์ ปรึกษากฎหมาย โทร 02-9485700
  • Email: [email protected]
Header Background Image

งานเผยแพร่ความรู้ทางด้าน กฎหมาย การบริหารการจัดการหนี้สินในองค์กรภาครัฐและภาคเอกชน การฝึกอบรมสัมมนาพัฒนาบุคลากร ในการประกอบธุรกิจ หากหน่วยงานของรัฐ บริษัทห้างร้าน มีความสนใจ เชิญทีมงานไปฝึกอบรมสัมมนาหรือต้องการข้อมูลข่าวสาร ติดต่อได้ที่ 02-948-5700 อ่านต่อ

ท่านใดที่สนใจเกี่ยวกับหลักสูตรฝึกอบรมการติดตามหนี้ ทวงหนี้อย่างไรให้ได้ผล ได้เงิน รักษาภาพลักษณ์ รักษาลูกค้า/หลักสูตรการป้องกันและการปราบปรามการทุจริตภายในองค์กร/หลักสูตรกฎหมายแรงงาน สำหรับเจ้าหน้าที่ฝ่ายบุคคลหรือผู้บริหารบริษัท สนใจโทร.02-9485700 อ่านต่อ

สืบทุกเรื่องที่คุณอยากรู้ มีเรื่องคาใจอยากรู้ความจริง โทรมาคุยกับกุ้งได้ที่ 081-625-2161หรือ 089-669-5026 "อย่าปล่อยให้มีเรื่องคาใจ อะไรที่ไม่สบายใจ ต้องหาทางปลดปล่อย สืบให้รู้ความจริง จะได้จบสิ้นกันเสียที สำหรับความทุกข์ที่คาใจมาเป็นเวลานาน อย่าปล่อยให้คนนอกใจลอยนวล" อ่านต่อ

รับแปลเอกสารต่างๆ อ่านต่อ

ข่าวทนาย/นักสืบ : ตำรวจฟ้องคดีเกินกำหนดเวลา

โจทก์ฟ้องว่า เมื่อวันที่ 10 ตุลาคม 2546 เวลากลางวัน จำเลยทั้งสองร่วมกันทำร้ายนายเชิดศักดิ์ มีชัย ผู้เสียหาย เป็นเหตุให้ได้รับอันตรายแก่กายและจิตใจ

บทความวันที่ 29 มี.ค. 2551, 00:00

มีผู้อ่านทั้งหมด 1264 ครั้ง


                                                                             ตำรวจฟ้องคดีเกินกำหนดเวลา           

 

                โจทก์ฟ้องว่า เมื่อวันที่ 10 ตุลาคม 2546 เวลากลางวัน จำเลยทั้งสองร่วมกันทำร้ายนายเชิดศักดิ์ มีชัย ผู้เสียหาย เป็นเหตุให้ได้รับอันตรายแก่กายและจิตใจวันที่ 26 พฤศจิกายน 2546 จำเลยทั้งสองเข้ามอบตัวต่อพนักงานสอบสวนโดยไม่มีการออกหมายจับ พนักงานสอบสวนทำการสอบสวนแล้วจำเลยทั้งสองให้การปฏิเสธ จำเลยทั้งสองไม่ถูกควบคุมตัวโดยรับการปล่อยชั่วคราวตลอดมา ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตา 295 , 83 และนับโทษจำเลยที่ 1 ต่อจากโทษในคดีอาญาหมายเลขแดงที่ 1974/2546 ของศาลชั้นต้น

 

            ศาลชั้นต้นตรวจคำฟ้องแล้ว เห็นว่า เป็นการจับจำเลยทั้งสองในวันเดียวกันกับที่จำเลยทั้งสองเข้ามอบตัว โจทก์ฟ้องคดีหลังจากจำเลยทั้งสองเข้ามอบตัวเกินสี่สิบแปดชั่วโมง โดยไม่มีการผัดฟ้องหรือได้รับอนุญาตให้ฟ้องคดีจากอัยการสูงสุด จึงไม่มีอำนาจฟ้อง พิพากษายกฟ้อง

 

                        โจทก์อุทธรณ์และฎีกา

            ศาลฎีกาพิพากษาว่า การจับบุคคลใดจะกระทำมิได้ เว้นแต่มีคำสั่งหรือหมายของศาล หรือผู้นั้นได้กระทำความผิดซึ่งหน้า หรือมีเหตุจำเป็นอย่างอื่นให้จับได้โดยไม่มีหมายจับตามที่กฎหมายบัญญัติไว้โดยไม่ขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2540 มาตรา 237

 

การที่จำเลยทั้งสองถูกเรียก หรือส่งตัวมา หรือเข้าหาพนักงานสอบสวนเองหรือปรากฏว่าผู้ใดซึ่งมาอยู่ต่อหน้าเจ้าพนักงานเป็นผู้ต้องหาและมีการแจ้งข้อหาให้ทราบตาม ป.วิ.อ.มาตรา 134 (เดิม) ซึ่งเป็นกฎหมายที่ใช้บังคับในขณะที่คดีนี้อยู่ในระหว่างการพิจารณาของศาลชั้นต้น ประกอบ พ.ร.บ.

 

ให้นำวิธีพิจารณาความอาญาในศาลแขวงมาใช้บังคับในศาลจังหวัดฯ มาตรา 3 พ.ร.บ. จัดตั้งศาลแขวงและวิธีพิจารณาความอาญาในศาลแขวงฯ าตรา 4 ยังถือไม่ได้ว่าจำเลยทั้งสองถูกจับเพราะยังไม่มีหมายจับหรือคำสั่งของศาล และไม่เข้าข้อยกเว้นตามบทบัญญัติดังกล่าว เมื่อจำเลยทั้งสองยังไม่ถูกจับจึงไม่อยู่ในอำนาจควบคุมของพนักงานสอบสวน

 

แม้พนักงานสอบสวนปล่อยชั่วคราวจำเลยทั้งสองก็เป็นการกระทำโดยไม่มีอำนาจ มิอาจถือได้ว่าเป็นการจับโดยปริยาย และไม่อยู่ในบังคับของมาตรา 7 และมาตรา 9 แห่ง พ.ร.บ. จัดตั้งศาลแขวงและวิธีพิจารณาความอาญาในศาลแขวงฯ ที่โจทก์ต้องฟ้องจำเลยภายในกำหนดเวลาสี่สิบแปดชั่วโมงนับแต่เวลาที่จำเลยทั้งสองถูกจับ ผัดฟ้องหรือได้รับอนุญาตให้ฟ้องคดีจากอัยการสูงสุด พิพากษากลับ ให้ประทับฟ้อง และให้ศาลชั้นต้นดำเนินกระบวนพิจารณาพิพากษาต่อไป (คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5244/2549)

 

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 1

เมื่อมีหมายเรียก ผู้ต้องหามอบตัว เพราะไม่ประสงค์ให้มีหมายแล้วถูกจับ อันเป้นเหตุที่จะไม่ให้ประกัน เมื่อมอบตัว พงส รับตัวไว้ น่าจะเป็นการยินยอมให้จับกุม การให้ประกัน เป็นการยินยันว่าจับแล้วปล่อยโดยไม่มีหลักประกัน การเข้ามอบตัวจึงเป้นการยอมให้จับเพื่อจะได้ไม่ต้องถูกควบคุมตัว ไปมาไม่สะดวก คิดว่าอย่างไร
โดยคุณ อยากให้ง่าย 30 พ.ย. 542, 00:00

แสดงความเห็น

ข่าวที่มีผู้อ่านมาก