งานเผยแพร่ความรู้ทางด้าน กฎหมาย การบริหารการจัดการหนี้สินในองค์กรภาครัฐและภาคเอกชน การฝึกอบรมสัมมนาพัฒนาบุคลากร ในการประกอบธุรกิจ หากหน่วยงานของรัฐ บริษัทห้างร้าน มีความสนใจ เชิญทีมงานไปฝึกอบรมสัมมนาหรือต้องการข้อมูลข่าวสาร ติดต่อได้ที่ 02-948-5700 อ่านต่อ
ท่านใดที่สนใจเกี่ยวกับหลักสูตรฝึกอบรมการติดตามหนี้ ทวงหนี้อย่างไรให้ได้ผล ได้เงิน รักษาภาพลักษณ์ รักษาลูกค้า/หลักสูตรการป้องกันและการปราบปรามการทุจริตภายในองค์กร/หลักสูตรกฎหมายแรงงาน สำหรับเจ้าหน้าที่ฝ่ายบุคคลหรือผู้บริหารบริษัท สนใจโทร.02-9485700 อ่านต่อ
สืบทุกเรื่องที่คุณอยากรู้ มีเรื่องคาใจอยากรู้ความจริง โทรมาคุยกับกุ้งได้ที่ 081-625-2161หรือ 089-669-5026 "อย่าปล่อยให้มีเรื่องคาใจ อะไรที่ไม่สบายใจ ต้องหาทางปลดปล่อย สืบให้รู้ความจริง จะได้จบสิ้นกันเสียที สำหรับความทุกข์ที่คาใจมาเป็นเวลานาน อย่าปล่อยให้คนนอกใจลอยนวล" อ่านต่อ
รับแปลเอกสารต่างๆ อ่านต่อ
กลุ้มใจแทนอยากช่วยเพื่อน
สมาชิกท่านหนึ่งได้ตั้งกะทู้ไว้น่าสนใจเกี่ยวกับเรื่องปัญหาครอบครัวและทนายความ
โดยมีคำถามดังต่อไปนี้
1.
ฟ้องเรื่องสินสมรส เรื่องบ้าน ตกลงกันที่ศาลว่า ให้ขายคนละ 4 เดือน ปรากฏว่า ระหว่างนั้นฝ่ายชายก็อาศัยอยู่ในบ้าน
ดังนั้นฝ่ายชายจึงไม่อยากขาย แต่ฝ่ายหญิงอยากขาย ถึงเวลา 4 เดือนที่ฝ่ายหญิงจะขาย
ฝ่ายชายก็ล๊อคบ้าน
และพูดจาหาเรื่องจนผู้มาดูบ้านไม่อยากซื้อจะทำอย่างไรได้บ้างครับเพื่อจะขายได้
เพราะ ไม่มีกำหนดเวลาไว้ว่าจะสิ้นงวดเมื่อไร
ในเมื่อฝ่ายชายก็อาศัยอยู่ฟรีๆโดยไม่ต้องจ่ายค่าเช่า
2. ค่าเลี้ยงดูบุตรทำความตกลงกันที่ศาลว่าจะต้องจ่ายเดือนละ
10000 บาท จนถึงอายุ 20 ปี
ทำความตกลงเสร็จเดือนแรกก็ไม่จ่ายซะแล้ว ทนายบอกว่าต้อง ฟ้องเป็นเดือนๆไป
กว่าจะถึง 20 ปี มิต้องฟ้องเป็นร้อยคดีหรือครับ
หรือจะรวมคดีและฟ้องทีเดียวอายุความ 10 ปี รอไม่ไหวหรอกครับต้องให้ครบปีถึงฟ้องเด็กต้องเงินต้องใช้ทุกวัน
อยากช่วยเธอให้ได้ตังค์เพื่อมาเลี้ยงลูกเร็ว ๆ ลูกแท้ๆ
ยังไม่รับผิดชอบเลย
3. ในการทำคดีแรก
ได้ตกลงค่าทนายเป็นเงินจำนวนหนึ่ง
ต่อมาทนายดังกล่าวไม่ค่อยดูแลและพยายามที่จะให้คดีจบเร็วๆและไม่ค่อยทำตามข้อเรียกร้องฝ่ายทางเจ้าทุกข์
ทางเจ้าทุกข์จึงขอเปลี่ยนทนายใหม่
โดยก่อนว่าความได้ทำการตกลงค่าจ้างว่าความไว้แล้ว
แต่คดียังไม่มีคำพิพากษาให้ชำระ จึงเปลี่ยนทนาย
ปรากฏว่าทนายคนแรกมาฟ้องเรียกค่าจ้างว่าความเป็นเงิน 50,000 บาท ในระหว่างที่คดียังมีการว่าจ้างกันอยู่นั้น
ทางเพื่อนผมได้พิมพ์ข้อความทาง MSM และคุยกันทางโทรศัพท์ถึงข้อไม่ดีต่างๆของทนายดังกล่าว
ปรากฏว่าเพื่อนก็ไปเล่าให้ทนายฟัง
พอทนายรับทราบก็ขู่ว่าถ้าไม่จ่ายค่าว่าความ คดีเก่า 50000
บาทจะฟ้องหมิ่นประมาทอีก เอากะมัน
4. หลังจากนั้นก็เปลี่ยนทนายอีก
ปรากฏว่าทำเรื่องแต่งตั้งเรียบร้อย
คดีเรื่องค่าเลี้ยงดูกะค่าบ้านก็ก็จบลงที่ทนายคนนี้
ปรากฏว่าจะขอเรียกว่าว่าความเลยครับ เป็นเงินจำนวนที่คิดแล้วเป็นจำนวน 5 % ทั้งที่เพื่อนของผมยังประสพปัญหาคือชนะคดีแต่ยังไม่ได้เงิน
แต่คดีนี้ไม่ได้มีสัญญาจ้างอย่างไร
แต่ทางทนายส่งจดหมายลงทะเบียนมาทวงค่าว่าความเป็นจำนวน % ของค่าเสียหาย
จะทำอย่างไรดีครับ
สาเหตุที่เขาไม่ทำคดีต่อเพราะเพื่อนผมบอกว่าจะให้เมื่อบังคับคดีเสร็จเป็นสัญญาปากเปล่า
ยินดีที่จะจ่ายตามเปอร์เซ็นต์ที่ตกลงแต่ต้องบังคับคดีได้เงินมาแล้ว
เพราะก่อนหน้านี้บอกให้ทำสัญญาถึงหน้าที่รับผิดชอบก็ไม่ยอมทำ
พร้อมทั้งบอกให้เพื่อผมโอนเงินค่าใช้จ่ายไป 5000 บาททาง ATM แต่ในจดหมายทวงไม่บอกว่าได้รับเงินแล้ว
และจากคำแนะนำว่าเปลี่ยนทนายได้
ทนายคนใหม่บอกว่าไม่โดนฟ้องหรอกครับคดีเก่าเรื่องค่าว่าความ
ปรากฏว่าโดนฟ้องครับ ทนายคนใหม่บอกว่าต้องจ่ายค่าว่าความอีก 5000 บาท
เพราะเป็นคดีใหม่ แต่ที่ต้องถูกฟ้องเพราะตัวเองให้คำแนะนำผิดๆ
แต่ไม่รับผิดชอบในไรเลย บอกว่าเป็นเรื่องเหนือความคาดหมาย
5. ทุกวันนี้เพื่อนผมเซ็งมากครับ
ทุกคนรุมแทะเธอเหมือนเป็นเนื้อชิ้นอร่อย สามีก็ไม่รับผิดชอบ ทนายก็เห็นแก่ได้
อยากขอคำแนะนำหน่อยครับ
1.ให้ไปยื่นคำร้องต่อศาลเพื่อให้นัดพร้อมและเรียกโจทก์จำเลยมาเจรจากันต่อหน้าศาลอีกครั้งหนึ่ง
2. ค่าเลี้ยงดูเดือนละ 10,000 บาท ถ้าไม่จ่ายก็บังคับคดีได้ทันที ไม่จำเป็นต้องฟ้องเป็นร้อยคดี
3. การแสดงความคิดเห็นโดยสุจริตไม่ถือว่าเป็นการหมิ่นประมาท
4. อยากให้คุณเปลี่ยนทนาย
หรือไม่ก็เดินทางเข้ามาหาผมหรือสภาทนายจะดีกว่า
ขืนเกี่ยวข้องกับคนเหล่านี้จะมีปัญหาไม่รู้จบ