งานเผยแพร่ความรู้ทางด้าน กฎหมาย การบริหารการจัดการหนี้สินในองค์กรภาครัฐและภาคเอกชน การฝึกอบรมสัมมนาพัฒนาบุคลากร ในการประกอบธุรกิจ หากหน่วยงานของรัฐ บริษัทห้างร้าน มีความสนใจ เชิญทีมงานไปฝึกอบรมสัมมนาหรือต้องการข้อมูลข่าวสาร ติดต่อได้ที่ 02-948-5700 อ่านต่อ
ท่านใดที่สนใจเกี่ยวกับหลักสูตรฝึกอบรมการติดตามหนี้ ทวงหนี้อย่างไรให้ได้ผล ได้เงิน รักษาภาพลักษณ์ รักษาลูกค้า/หลักสูตรการป้องกันและการปราบปรามการทุจริตภายในองค์กร/หลักสูตรกฎหมายแรงงาน สำหรับเจ้าหน้าที่ฝ่ายบุคคลหรือผู้บริหารบริษัท สนใจโทร.02-9485700 อ่านต่อ
สืบทุกเรื่องที่คุณอยากรู้ มีเรื่องคาใจอยากรู้ความจริง โทรมาคุยกับกุ้งได้ที่ 081-625-2161หรือ 089-669-5026 "อย่าปล่อยให้มีเรื่องคาใจ อะไรที่ไม่สบายใจ ต้องหาทางปลดปล่อย สืบให้รู้ความจริง จะได้จบสิ้นกันเสียที สำหรับความทุกข์ที่คาใจมาเป็นเวลานาน อย่าปล่อยให้คนนอกใจลอยนวล" อ่านต่อ
รับแปลเอกสารต่างๆ อ่านต่อ
เงินสินไหมจากประกันชีวิต
ภรรยาผมเป็นหนี้สินเชื่อเงินสดแบงก์แห่งหนึ่ง อยู่ประมาณ 60,000 บาท และเธอก็ได้ทำประกันชีวิตเอาไว้กับบริษัทประกัน ฯ ซึ่งเป็น บ.ในเครือของแบงก์แห่งนี้ด้วย 2 กรมธรรม์ กรมธรรม์ฉบับแรกมีอายุเกินสองปีไปแล้ว แต่กรมธรรม์ที่สองเก็บเบี้ยประกันไปได้เพียงเดือนเดียว เธอก็เสียชีวิตด้วยโรคมะเร็งซึ่งเป็นมาแล้วกว่าสองปี เมื่อกระผมแจ้งไปยังบ.ประกัน ฯ เพื่อที่จะขอรับเงินสินไหมมรณกรรม ปรากฎว่า เขาตกลงที่จะจ่ายให้เพียงกรมธรรม์ฉบับแรกฉบับเดียว เพราะมีอายุเกินกว่าสองปีแล้ว แต่ฉบับที่สองเขาปฎิเสธการจ่าย แต่จะคืนเพียงเบี้ยประกันให้เท่านั้น ซึ่งกระผมก็ไม่ได้โต้แย้งว่าอะไรก็ยอมรับตามนั้น และทางบ.ประกัน ฯ เขายังได้บอกว่า เขาจะจ่ายเงินสินไหมทดแทนฉบับแรกให้ก่อนประมาณ 180,000 กว่าบาท ส่วนเบี้ยประกันของฉบับที่สองที่จะคืนให้นั้นเขาจะทำเรื่องคืนให้ทีหลัง
ผมก็รออยู่ประมาณเจ็ดวัน เขาก็ส่งเช็คมาให้ผมแต่ปรากฎว่ากลายเป็นเช็คที่คืนเบี้ยประกันของฉบับที่สองเท่านั้น ส่วนเงินสินไหมทดแทนของฉบับแรกที่บอกว่าจะจ่ายให้เขาไม่ได้ส่งมา กระผมจึงมาคิดว่ามันน่าจะมีปัญหาแน่ๆ จึงอยากกราบเรียนถามว่า หากบ.ประกันชีวิตไม่ยอมจ่ายเงินให้ผมหรือจะประวิงเวลาเพื่อที่จะรอให้แบงก์ฟ้องเรียกหนี้คืนก่อน กระผมมีสิทธิที่จะฟ้องหรือร้องเรียนเพื่อที่จะให้เขาจ่ายเงินสินไหมให้โดยเร็วจะได้หรือไม่ _ และหากทางแบงก์และบ.ประกัน ฯ ในเครือเขาจะเอาเงินสินไหมนี้ไปหักกลบกลบหนี้ของภรรยากระผมเลย เขาจะมีสิทธิที่จะทำได้หรือไม่ _ ( เพราะตามกฎหมายก็ถือว่าเงินสินไหมนั้นไม่ใช่เงินมรดก และบ.ประกันฯ ถึงแม้จะอยู่ในเครือของแบงก์แต่ก็เป็นคนละนิติบุคคลกัน ) หากทางแบงก์อื่นๆ หรือ บ.เครดิตเขาจะฟ้องเรียกหนี้คืนโดยที่เขาฟ้องภรรยาของกระผมเป็นจำเลยเพราะไม่รู้ว่าเสียชีวิตไปแล้วจะมีผลทางกฎหมายอย่างไร _ คือภรรยากระผมก็ตายไปแล้ว และกระผมก็จะไม่ไปศาลตามนัดเพราะเขาไม่ได้ฟ้องกระผม ( กระผมเป็นผู้จัดการมรดก )
คำแนะนำทนายคลายทุกข์
1.เมื่อภริยาของท่านได้ทำสัญญาประกันชีวิต หรือเอาประกันชีวิตไว้กับบริษัทผู้รับประกันภัย และเมื่อภริยาของท่านถึงแก่ความตาย บริษัทผู้รับประกันภัยจำต้องใช้เงินประกันนั้นในเมื่อมรณภัยอันนั้นเกิดขึ้นให้แก่ทายาท ท่านในฐานะเป็นผู้จัดการมรดกย่อมมีสิทธิและหน้าที่ตามกฎหมายที่จะทำการอันจำเป็นเพื่อจัดการเงินประกันชีวิตนั้นได้ ตามความแห่งป.พ.พ.ม.895, ม.1719 ท่านจึงมีสิทธิที่จะฟ้องบริษัทประกันเพื่อเรียกร้องเงินประกันชีวิตนั้นได้
2.แม้บริษัทประกันชีวิตจะอยู่ในเครือของธนาคารเจ้าหนี้ แต่ก็เป็นคนละนิติบุคคลกันต่างหากจากกัน ย่อมไม่ใช่กรณีที่บุคคลสองคนต่างมีความผูกผันซึ่งกันและกันโดยมูลหนี้อันมีวัตถุเป็นอย่างดียวกัน และหนี้ทั้งสองรายนั้นถึงกำหนดจะชำระแต่อย่างใด ดังนั้น ธนาคารเจ้าหนี้ย่อมไม่มีสิทธินำเงินประกันชีวิตนี้ไปหักกลบลบหนี้
3.กรณีนี้ การที่ภริยาของท่านได้เอาประกันชีวิตไว้ โดยกำหนดว่าเมื่อตนถึงซึ่งแก่ความตายให้ใช้เงินแก่ทายาททั้งหลายของตน โดยมิได้เจาะจงระบุซึ่งผู้หนึ่งผู้ใดเป็นผู้รับประโยชน์ ซึ่งจำนวนเงินประกันอันบริษัทประกันจะพึงใช้นั้น ย่อมถือว่าเป็นสินทรัพย์ส่วนหนึ่งแห่งกองมรดกของภริยาซึ่งธนาคารเจ้าหนี้อื่นๆหรือ บัตรเครดิตเป็นเจ้าหนี้ ย่อมมีสิทธิที่จำฟ้องเอาใช้หนี้จากสินทรัพย์ส่วนนี้ได้ ตามความแห่ง ป.พ.พ.ม.897
4.แม้ภริยาของท่านจะถึงแก่ความตายไปแล้ว เหล่าเจ้าหนี้ทั้งหลายย่อมมีสิทธิที่จะฟ้องท่านในฐานะผู้จัดการมรดกเรียกชำระหนี้จากกองมรดกได้ต่อไป
ตัวบทกฎหมายอ้างอิง
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์
มาตรา 895 เมื่อใดจะต้องใช้จำนวนเงินในเหตุมรณะของบุคคลคนหนึ่งคนใดท่านว่าผู้รับประกันภัยจำต้องใช้เงินนั้นในเมื่อมรณภัยอันนั้นเกิดขึ้น เว้นแต่
(1) บุคคลผู้นั้นได้กระทำอัตวินิบาตด้วยใจสมัครภายในปีหนึ่งนับแต่วันทำสัญญาหรือ
(2) บุคคลผู้นั้นถูกผู้รับประโยชน์ฆ่าตายโดยเจตนา
ในกรณีที่ 2นี้ท่านว่าผู้รับประกันภัยจำต้องใช้เงินค่าไถ่ถอนกรมธรรม์ให้แก่ผู้เอาประกันภัย หรือให้แก่ทายาทของผู้นั้น
มาตรา 897 ถ้าผู้เอาประกันภัยได้เอาประกันภัยไว้โดยกำหนดว่าเมื่อตนถึงซึ่งความมรณะให้ใช้เงินแก่ทายาททั้งหลายของตนโดยมิได้เจาะจงระบุชื่อผู้หนึ่งผู้ใดไว้ไซร้ จำนวนเงินอันจะพึงใช้นั้น ท่านให้ฟังเอาเป็นสินทรัพย์ส่วนหนึ่งแห่งกองมรดกของผู้เอาประกันภัย ซึ่งเจ้าหนี้จะเอาใช้หนี้ได้
ถ้าได้เอาประกันภัยไว้โดยกำหนดว่าให้ใช้เงินแก่บุคคลคนใดคนหนึ่งโดยเฉพาะเจาะจง ท่านว่าเฉพาะแต่จำนวนเงินเบี้ยประกันภัยซึ่งผู้เอาประกันภัยได้ส่งไปแล้วเท่านั้น จักเป็นสินทรัพย์ส่วนหนึ่งแห่งกองมรดกของผู้เอาประกันภัยอันเจ้าหนี้จะเอาใช้หนี้ได้
มาตรา 1719 ผู้จัดการมรดกมีสิทธิและหน้าที่ที่จะทำการอันจำเป็น เพื่อให้การเป็นไปตามคำสั่งแจ้งชัดหรือโดยปริยายแห่งพินัยกรรม และเพื่อจัดการมรดกโดยทั่วไปหรือเพื่อแบ่งปันทรัพย์มรดก