งานเผยแพร่ความรู้ทางด้าน กฎหมาย การบริหารการจัดการหนี้สินในองค์กรภาครัฐและภาคเอกชน การฝึกอบรมสัมมนาพัฒนาบุคลากร ในการประกอบธุรกิจ หากหน่วยงานของรัฐ บริษัทห้างร้าน มีความสนใจ เชิญทีมงานไปฝึกอบรมสัมมนาหรือต้องการข้อมูลข่าวสาร ติดต่อได้ที่ 02-948-5700 อ่านต่อ
ท่านใดที่สนใจเกี่ยวกับหลักสูตรฝึกอบรมการติดตามหนี้ ทวงหนี้อย่างไรให้ได้ผล ได้เงิน รักษาภาพลักษณ์ รักษาลูกค้า/หลักสูตรการป้องกันและการปราบปรามการทุจริตภายในองค์กร/หลักสูตรกฎหมายแรงงาน สำหรับเจ้าหน้าที่ฝ่ายบุคคลหรือผู้บริหารบริษัท สนใจโทร.02-9485700 อ่านต่อ
สืบทุกเรื่องที่คุณอยากรู้ มีเรื่องคาใจอยากรู้ความจริง โทรมาคุยกับกุ้งได้ที่ 081-625-2161หรือ 089-669-5026 "อย่าปล่อยให้มีเรื่องคาใจ อะไรที่ไม่สบายใจ ต้องหาทางปลดปล่อย สืบให้รู้ความจริง จะได้จบสิ้นกันเสียที สำหรับความทุกข์ที่คาใจมาเป็นเวลานาน อย่าปล่อยให้คนนอกใจลอยนวล" อ่านต่อ
รับแปลเอกสารต่างๆ อ่านต่อ
ซื้อที่ดินแล้ว เจ้าของที่ดินนำที่ดินไปขายให้คนอื่น
เมื่อ 7 เดือนที่แล้ว คุณแม่ได้ทำสัญญาซื้อขายที่ดิน โดยทำสัญญาซื้อขายกันไว้ เป็นเงิน 150,000 บาท แต่ได้จ่ายเงินไปก่อนแล้วเป็นจำนวนเงิน 80,000 บาท แต่พอมาถึงวันนี้เจ้าของที่ดินกลับนำที่ดินไปขายให้คนอื่น แล้วคืนเงินให้คุณแม่ 100,000 บาท พร้อมให้คุณแม่เซ็นต์สัญญารับเงินพร้อมทั้งขู่ว่า จะฟ้องร้องดำเนินคดีกับคุณแม่ในข้อหาคิดดอกเบี้ยแพงเกินไป คิดแล้วดอกเบี้ยอยู่ที่ประมาณ 2.1% ต่อเดือน รบกวนปรึกษาครับว่า ควรจะต้องทำอย่างไรต่อครับ เพราะคุณแม่เป็นคนแก่บ้านนอก การศึกษาแล้ว ไม่ค่อยทันเล่ห์เหลี่ยมของเจ้าของที่ดิน ซึ่งเป็นข้าราชการที่เกษียนอายุแล้ว ซึ่งมีความรู้ด้านกฎหมายพอสมควร
คำแนะนำทนายคลายทุกข์
การที่ผู้ขายได้นำที่ดินไปขายให้แก่ผู้อื่น ทั้ง ๆ ที่ได้ขายให้แก่คุณแม่ของท่าน และได้รับเงินมัดจำเป็นจำนวนเงิน 80,000 บาทแล้ว จึงเป็นเรื่องที่ผู้ขายนั้นได้เป็นผู้กระทำผิดสัญญาซื้อขาย อันเป็นการที่เขาลูกหนี้ละเลยไม่ชำระหนี้โดยการโอนขายให้แก่คุณแม่ ซึ่งตามกฎหมายแล้วคุณแม่ในฐานะผู้ที่จะรับโอนอันเป็นเจ้าหนี้ย่อมมีสิทธิที่จะฟ้องต่อศาลเพื่อบังคับให้ผู้ขายจดทะเบียนโอนขายที่ดินนั้นให้แก่คุณแม่ได้ ตาม ป.พ.พ. มาตรา 213 ดังนั้น ตามกฎหมายแล้ว คุณแม่ย่อมฟ้องบังคับให้ผู้ขายชดใช้ค่าเสียหายเนื่องจากการที่เขาเป็นผู้กระทำผิดสัญญาซื้อขายที่ดินให้โอนให้แก่บุคคลอื่นอยู่แล้ว และการที่ผู้ขายได้ทำการคืนเงินให้แก่คุณแม่ 100,000 บาท จึงเป็นเรื่องที่ผู้ขายได้เยียวยาชดใช้ค่าเสียหายให้แก่คุณแม่เป็นค่าส่วนต่างจำนวน 20,000 บาท อันเนื่องมาจากที่ตนได้กระทำผิดสัญญาซื้อขายนั้นเอง จึงไม่ใช่เรื่องที่เขาได้กู้ยืมเงินจากคุณแม่ โดยเรียกดอกเบี้ยเกินอัตราที่กฎหมายกำหนด แม้สัญญาที่เขาให้คุณแม่เซ็นนั้น จะเป็นการเซ็นรับเงินก็ตาม แต่ก็ไม่ใช่สัญญากู้ยืมเงิน ฉะนั้น หากเขาฟ้องร้องคุณแม่ว่าให้กู้ยืมเงิน แล้วเรียกดอกเบี้ยเกินกว่าที่กฎหมายกำหนด คุณแม่ย่อมมีสิทธิที่จะต่อสู้คดีนั้นได้โดยอ้างเรื่องที่เขากระทำผิดสัญญาซื้อขายที่ดิน แล้วเขาคืนเงินเป็นค่าเสียหายให้แก่คุณแม่ อันไม่ใช่เรื่องที่ทำสัญญากู้ยืมกันตามที่เขากล่าวอ้าง ซึ่งเท่ากับเป็นเรื่องที่เขามาจากศาลโดยมือไม่สะอาด แต่ตามกฎหมายถือว่า เป็นการใช้สิทธิแห่งตนโดยไม่สุจริต ตาม ป.พ.พ. มาตรา 5
ตัวบทกฎหมายอ้างอิง
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์
มาตรา 5 ในการใช้สิทธิแห่งตนก็ดี ในการชำระหนี้ก็ดี บุคคลทุกคนต้องกระทำโดยสุจริต
มาตรา 213 ถ้าลูกหนี้ละเลยเสียไม่ชำระหนี้ของตน เจ้าหนี้จะร้องขอต่อศาลให้สั่งบังคับชำระหนี้ก็ได้ เว้นแต่สภาพแห่งหนี้จะไม่เปิดช่องให้ทำเช่นนั้นได้
เมื่อสภาพแห่งหนี้ไม่เปิดช่องให้บังคับชำระหนี้ได้ ถ้าวัตถุแห่งหนี้เป็นอันให้กระทำการอันหนึ่งอันใด เจ้าหนี้จะร้องขอต่อศาลให้สั่งบังคับให้บุคคลภายนอกกระทำการอันนั้นโดยให้ลูกหนี้เสียค่าใช้จ่ายให้ก็ได้ แต่ถ้าวัตถุแห่งหนี้เป็นอันให้กระทำนิติกรรมอย่างใดอย่างหนึ่งไซร้ ศาลจะสั่งให้ถือเอาตามคำพิพากษาแทนการแสดงเจตนาของลูกหนี้ก็ได้
ส่วนหนี้ซึ่งมีวัตถุเป็นอันจะให้งดเว้นการอันใด เจ้าหนี้จะเรียกร้องให้รื้อถอนการที่ได้กระทำลงแล้วนั้นโดยให้ลูกหนี้เสียค่าใช้จ่าย และให้จัดการอันควรเพื่อกาลภายหน้าด้วยก็ได้
อนึ่งบทบัญญัติในวรรคทั้งหลายที่กล่าวมาก่อนนี้ หากระทบกระทั่งถึงสิทธิที่จะเรียกเอาค่าเสียหายไม่