งานเผยแพร่ความรู้ทางด้าน กฎหมาย การบริหารการจัดการหนี้สินในองค์กรภาครัฐและภาคเอกชน การฝึกอบรมสัมมนาพัฒนาบุคลากร ในการประกอบธุรกิจ หากหน่วยงานของรัฐ บริษัทห้างร้าน สถาบันการเงิน มีความสนใจ เชิญทีมงานไปฝึกอบรมสัมมนาหรือต้องการข้อมูลข่าวสาร ติดต่อได้ที่ 02-948-5700
ท่านใดที่สนใจเกี่ยวกับหลักสูตรฝึกอบรมการติดตามหนี้ ทวงหนี้อย่างไรให้ได้ผล ได้เงิน รักษาภาพลักษณ์ รักษาลูกค้า/หลักสูตรการป้องกันและการปราบปรามการทุจริตภายในองค์กร/หลักสูตรกฎหมายแรงงาน สำหรับเจ้าหน้าที่ฝ่ายบุคคลหรือผู้บริหารบริษัท สนใจโทร.02-9485700
สืบทุกเรื่องที่คุณอยากรู้ มีเรื่องคาใจอยากรู้ความจริง โทรมาคุยกับกุ้งได้ที่ 081-625-2161หรือ 089-669-5026 \"อย่าปล่อยให้มีเรื่องคาใจ อะไรที่ไม่สบายใจ ต้องหาทางปลดปล่อย สืบให้รู้ความจริง จะได้จบสิ้นกันเสียที สำหรับความทุกข์ที่คาใจมาเป็นเวลานาน อย่าปล่อยให้คนนอกใจลอยนวล\"
เมื่อลูกหนี้ไม่มีทรัพย์ที่จะให้ยึด
-
เมื่อลูกหนี้ไม่มีทรัพย์ที่จะให้ยึด
ดิฉันถูกบังคับคดีให้ยึดทรัพย์ แต่ทรัพย์สินดิฉันไม่มีเลยค่ะ ไม่ได้ทำอาชีพประจำ ติดบูโร รถก็ใช้ชื่อคนอื่นซื้อให้ ที่ดินก็โอนให้ลูกสาวไปแล้ว ทรัพย์สินภายในบ้านก็บอกว่าไม่ใช่ของดิฉัน แล้วเจ้าหนี้จะมายึดทรัพย์ได้ไหมค่ะ เพราะไม่มีทรัพย์สินเหลือแล้ว
คำแนะนำสำนักงานทนายความ ทนายคลายทุกข์
เจ้าพนักงานบังคับคดีมีอำนาจในฐานเป็นผู้แทนเจ้าหนี้ตามคำพิพากษาในอันที่จะรับชำระหนี้จากลูกหนี้ตามคำพิพากษากับมีอำนาจที่จะยึดหรืออายัดและยึดถือทรัพย์สินของลูกหนี้ตามคำพิพากษาเพื่อออกขายทอดตลาดนำเงินชำระหนี้ตามคำพิพากษาได้ ตาม ป.วิ.พ.มาตรา 278, 282 ดังนั้น หากท่านเป็นลูกหนี้ตามคำพิพากษาซึ่งไม่มีทรัพย์สินหรือสิทธิเรียกร้องของตนอันมีต่อบุคคลภายนอกใด ๆ ที่เจ้าหนี้ตามคำพิพากษาจะให้ศาลมีคำสั่งยึดหรืออายัดทรัพย์สินหรือสิทธิเรียกร้องมาชำระหนี้ได้ เจ้าหนี้ย่อมไม่อาจตั้งเจ้าพนักงานบังคับคดีและเจ้าพนักงานบังคับคดีใช้อำนาจที่จะยึดหรืออายัดได้ เพราะลูกหนี้ไม่มีทรัพย์สินหรือสิทธิเรียกร้องของตนนั้น แต่หนี้ตราบใดที่ยังไม่ได้ชำระให้เสร็จสิ้น หนี้ยังคงมีอยู่เจ้าหนี้ยังมีสิทธิบังคับคดีได้ภายใน 10 ปี นับแต่วันมีคำพิพากษาตาม ป.วิ.พ.มาตรา 271
" บทความและคำแนะนำของทนายคลายทุกข์เป็นประโยชน์ต่อท่านหรือไม่ "
ความคิดเห็น
-
ความคิดเห็นที่ 1
ข้าพเจ้ามีเรื่องขอคำปรึกษากับทนาย เรื่องที่จะปรึกษาคือ แม่ข้าพเจ้าได้ไปยืมเงินกู้นอกระบบมาเมื่อประมาณปี 2550 จำนวนเงินที่ยืม 35,000 บาท และได้มีหลักฐานในกาขอกู้คือ ทำหนังสือสัญญา และฉโนคที่ดิน และเจ้าหนี้ได้คิดดอกในการกู้ร้อยละ 10 และต่อมาแม่ข้าพเจ้าได้ผ่อนเงินที่กู้จนหมดแล้ว จำนวนเงินที่ผ่อนไปทั้งหมด 70,000 บาท และได้ผ่อนเงินหมดไปเมื่อปี 2552 แต่แม่ข้าพเจ้าไม่มีหลักฐานในการผ่อนเงินกับเจ้าหนี้เลย ตอนที่ผ่อนเงินหมดเจ้าหนี้ก้อให้โฉนดที่ดินกับมา แต่หนังสือสัญญาไม่ได้ให้กับมา แต่พออยู่ประมาณปี 2552 เจ้าหนี้ได้มาบอกกว่าแม่ข้าพเจ้ายังค้างเงินอยู่จำนวน 10,000 บาท และเจ้าหนี้ได้ทำเรื่องจะฟ้องแม่ข้าพเจ้า แม่ข้าพควรจะทำอย่างไรดีนะ ขอคำปรึษาจากทนายด้วยนะค่ะ
โดยคุณ มลฤดี แก้วแดง (118.174.60.83) 7 พ.ค. 2555