งานเผยแพร่ความรู้ทางด้าน กฎหมาย การบริหารการจัดการหนี้สินในองค์กรภาครัฐและภาคเอกชน การฝึกอบรมสัมมนาพัฒนาบุคลากร ในการประกอบธุรกิจ หากหน่วยงานของรัฐ บริษัทห้างร้าน สถาบันการเงิน มีความสนใจ เชิญทีมงานไปฝึกอบรมสัมมนาหรือต้องการข้อมูลข่าวสาร ติดต่อได้ที่ 02-948-5700
ท่านใดที่สนใจเกี่ยวกับหลักสูตรฝึกอบรมการติดตามหนี้ ทวงหนี้อย่างไรให้ได้ผล ได้เงิน รักษาภาพลักษณ์ รักษาลูกค้า/หลักสูตรการป้องกันและการปราบปรามการทุจริตภายในองค์กร/หลักสูตรกฎหมายแรงงาน สำหรับเจ้าหน้าที่ฝ่ายบุคคลหรือผู้บริหารบริษัท สนใจโทร.02-9485700
สืบทุกเรื่องที่คุณอยากรู้ มีเรื่องคาใจอยากรู้ความจริง โทรมาคุยกับกุ้งได้ที่ 081-625-2161หรือ 089-669-5026 \"อย่าปล่อยให้มีเรื่องคาใจ อะไรที่ไม่สบายใจ ต้องหาทางปลดปล่อย สืบให้รู้ความจริง จะได้จบสิ้นกันเสียที สำหรับความทุกข์ที่คาใจมาเป็นเวลานาน อย่าปล่อยให้คนนอกใจลอยนวล\"
ผู้คุมเรือนจำเอี่ยวนักโทษมีความผิดทั้งคู่
-
ผู้คุมเรือนจำเอี่ยวนักโทษมีความผิดทั้งคู่
กรณีรายงานข่าว รองอธิบดีกรมราชทัณฑ์ ร่วมกับตำรวจจู่โจม 200 นาย ตรวจค้นเรือนจำกลางนครศรีธรรมราช 2 ครั้ง ตั้งแต่คืนวันที่ 22 เม.ย. ต่อเนื่องถึงวันที่ 23 เม.ย.55 พบของกลางยาเสพติด ยาบ้า ยาไอซ์ อุปกรณ์การเสพยาเสพติด โทรศัพท์มือถือยี่ห้อต่าง ๆ ไอแพด อุปกรณ์การพนัน และอาวุธ หนังสือปลุกใจเสือป่าเป็นจำนวนมาก ส่วนการลักลอบนำเข้าโทรศัพท์พบว่าการนำเข้าหลายวิธี เช่น ขว้างข้ามกำแพงเรือนจำ นำเข้าผ่านเจ้าหน้าที่บางคน
จากนำเข้ายาเสพติดและสิ่งผิดกฎหมายภายในเรือนจำนั้น ส่วนมากผู้คุมและนักโทษจะรู้เห็นเป็นใจกัน หลังจากการตรวจค้นพบว่ามีเจ้าหน้าที่เรือนจำหลายคนเข้ามาเกี่ยวข้องกับการนำ ลักลอบนำของผิดกฎหมายเข้าเรือนจำ ซึ่งจากการตรวจสอบพบว่า มีเจ้าหน้าที่เรือนจำหลายรายมีเงินในบัญชีหมุนเวียนมากผิดปกติ
พล.ต.ต.รณพงษ์ ทรายแก้ว ผู้บังคับการตำรวจภูธร จังหวัดนครศรีธรรมราช เปิดเผยว่า จากการสืบสวนมากกว่า 2 เดือน พบว่ามีเจ้าหน้าที่เรือนจำถึง 30% เกี่ยวข้องกับการลักลอบนำเข้าโทรศัพท์มือถือไปให้นักโทษในเรือนจำ ซึ่งอธิบดีกรมราชทัณฑ์ได้สั่งการให้ตรวจสอบเส้นทางการเงินของผู้ที่เกี่ยวข้อง หากพบว่าผู้คุมรู้เห็นเป็นใจและร่วมกันกระทำความผิดกับนักโทษหากถึงขั้นสมคบก็จะต้องยึดทรัพย์ต่อไป
ส่วนของนักโทษที่กระทำความผิดก็สามารถเอาผิด แจ้งข้อหาเพิ่มเติมและลดชั้นโทษได้ ทนายคลายทุกข์จึงขอนำข้อกฎหมายเกี่ยวกับบทกำหนดโทษของผู้ที่นำเข้าหรือออกซึ่งของต้องห้าม และระเบียบกรมราชทัณฑ์ว่าด้วยการเลื่อนและลดชั้นนักโทษเด็ดขาด พ.ศ.2536
กฎกระทรวง ฉบับที่ 12 (พ.ศ. 2547 ) ออกตามความในพระราชบัญญัติราชทัณฑ์ พ.ศ. 2479
ข้อ 127 สิ่งของต่อไปนี้ ห้ามมิให้นำเข้ามาหรือเก็บไว้ในเรือนจำ
(1) ยาเสพติดให้โทษ วัตถุออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาท และสารระเหย
(2) เครื่องคอมพิวเตอร์ โทรศัพท์ หรือเครื่องมือสื่อสารอื่น รวมทั้งอุปกรณ์สำหรับสิ่งของดังกล่าว
พรบ.ราชทัณฑ์ พ.ศ.2479
มาตรา 45 ผู้ใดเข้าไปในเรือนจำโดยมิได้รับอนุญาตจากพนักงานเจ้าหน้าที่ก็ดีหรือบังอาจรับจาก หรือส่งมอบแก่ผู้ต้องขัง นำเข้ามาหรือเอาออกไปจากเรือนจำซึ่งเงินหรือสิ่งของต้องห้ามโดยทางใด ๆ อันฝ่าฝืนระเบียบหรือข้อบังคับของเรือนจำก็ดี ผู้นั้นมีความผิดต้องระวางโทษปรับไม่เกินห้าร้อยบาท หรือจะคุกไม่เกินหนึ่งปี หรือทั้งจำทั้งปรับ
ถ้าผู้กระทำผิดเป็นเจ้าพนักงานมีหน้าที่เกี่ยวข้องกับเรือนจำ หรือกรมราชทัณฑ์ให้เพิ่มโทษเป็นทวีคู
เงินและสิ่งของต้องห้ามที่นำเข้ามาในเรือนจำโดยฝ่าฝืนบทมาตรานี้ให้ริบเป็นของแผ่นดิน
ระเบียบกรมราชทัณฑ์ว่าด้วยการเลื่อนและลดชั้นนักโทษเด็ดขาด พ.ศ.2536
ข้อ 14 การลดชั้นนักโทษเด็ดขาด นอกจากจะดำเนินการได้ในกรณีที่กำหนดไว้ตามนัยข้อ 108 และข้อ 114 แห่งกฎกระทรวงแล้ว ให้ดำเนินการลดชั้นนักโทษเด็ดขาดที่กระทำความผิดดังต่อไปนี้ คือ
(1) กรณีหลบหนีไปจากการควบคุม และได้ตัวคืนมาไม่ว่านักโทษเด็ดขาดคนนั้นก่อนหลบหนีจะเป็นนักโทษเด็ดขาดชั้นใด ให้ลดชั้นเป็นชั้นเลวมากทุกราย
(2) กรณีประพฤติผิดเงื่อนไขการคุมประพฤติ ไม่ว่านักโทษเด็ดขาดคนนั้นขณะได้รับการปล่อยตัวเพื่อคุมประพฤติ จะเป็นนักโทษเด็ดขาดชั้นใด เมื่อได้ตัวคืนมาให้ลดชั้นเป็นชั้นเลวทุกราย
(3) กรณีนักโทษเด็ดขาดซึ่งต้องโทษในความผิดเกี่ยวกับยาเสพติดให้โทษระหว่างต้องโทษได้กระทำความผิดในเรื่องดังกล่าวอีก ให้ลดชั้นไม่น้อยกว่า 2 ชั้น เว้นแต่นักโทษเด็ดขาดคนนั้นเป็นนักโทษเด็ดขาดชั้นเลว