ธนาคารแห่งประเทศไทยเชิญอาจารย์เป็นวิทยากร|ธนาคารแห่งประเทศไทยเชิญอาจารย์เป็นวิทยากร

ธนาคารแห่งประเทศไทยเชิญอาจารย์เป็นวิทยากร

  • ทนายคลายทุกข์ ปรึกษากฎหมาย โทร 02-9485700
  • Email: [email protected]
Header Background Image

งานเผยแพร่ความรู้ทางด้าน กฎหมาย การบริหารการจัดการหนี้สินในองค์กรภาครัฐและภาคเอกชน การฝึกอบรมสัมมนาพัฒนาบุคลากร ในการประกอบธุรกิจ หากหน่วยงานของรัฐ บริษัทห้างร้าน มีความสนใจ เชิญทีมงานไปฝึกอบรมสัมมนาหรือต้องการข้อมูลข่าวสาร ติดต่อได้ที่ 02-948-5700 อ่านต่อ

ท่านใดที่สนใจเกี่ยวกับหลักสูตรฝึกอบรมการติดตามหนี้ ทวงหนี้อย่างไรให้ได้ผล ได้เงิน รักษาภาพลักษณ์ รักษาลูกค้า/หลักสูตรการป้องกันและการปราบปรามการทุจริตภายในองค์กร/หลักสูตรกฎหมายแรงงาน สำหรับเจ้าหน้าที่ฝ่ายบุคคลหรือผู้บริหารบริษัท สนใจโทร.02-9485700 อ่านต่อ

สืบทุกเรื่องที่คุณอยากรู้ มีเรื่องคาใจอยากรู้ความจริง โทรมาคุยกับกุ้งได้ที่ 081-625-2161หรือ 089-669-5026 "อย่าปล่อยให้มีเรื่องคาใจ อะไรที่ไม่สบายใจ ต้องหาทางปลดปล่อย สืบให้รู้ความจริง จะได้จบสิ้นกันเสียที สำหรับความทุกข์ที่คาใจมาเป็นเวลานาน อย่าปล่อยให้คนนอกใจลอยนวล" อ่านต่อ

รับแปลเอกสารต่างๆ อ่านต่อ

ธนาคารแห่งประเทศไทยเชิญอาจารย์เป็นวิทยากร

อาจารย์เดชา ได้รับเชิญจากธนาคารแห่งประเทศไทย ไปบรรยายเรื่อง ?ทำอย่างไรไม่ให้ประชาชน ถูกเอาเปรียบจากธุรกิจ Non Bank?

บทความวันที่ 16 มี.ค. 2550, 00:00

มีผู้อ่านทั้งหมด 1041 ครั้ง


ประกาศธนาคารแห่งประเทศไทย ที่เป็นประโยชน์ต่อลูกหนี้


ธนาคารแห่งประเทศไทยเชิญอาจารย์เป็นวิทยากร

ธนาคารแห่งประเทศไทยเชิญอาจารย์เป็นวิทยากร

??????????? อาจารย์เดชา? กิตติวิทยานันท์ ได้รับเชิญจากธนาคารแห่งประเทศไทย ไปบรรยายเรื่อง ?ทำอย่างไรไม่ให้ประชาชน ถูกเอาเปรียบจากธุรกิจ Non Bank? ในวันที่ 26 เมษายน 2550 เพื่อนสมาชิกและพี่น้องประชาชนท่านใด ที่ถูกเจ้าของบัตรเงินผ่อน บัตรเงินด่วน หนี้นอกระบบ หนี้ตามเสาไฟฟ้า? ตู้โทรศัพท์ เอารัดเอาเปรียบ ให้ส่งข้อมูลมาที่ทนายคลายทุกข์ เพื่ออาจารย์จะได้นำข้อมูลไปแจ้งให้ธนาคารแห่งประเทศไทยทราบ เพื่อหามาตรการป้องกันและแก้ไขมิให้ Non Bank เอาเปรียบประชาชนอีกต่อไป

?

?

?

?

?

ข้อมูลที่ต้องการเพื่อประกอบการดำเนินคดี

1.???? เดชาหลักฐาน ภาพพร้อมเสียงหรือเทพบันทึกเสียง ของการข่มขู่ของเจ้าหนี้ หรือสำนักงานทวงหนี้

2.???? เอกสารหลักฐานต่าง ๆ เกี่ยวกับการทวงหนี้ หรือบันทึกข้อตกลง หรือการเรียกค่าปรับ หรือค่าบริการที่เกินจริง?

3.???? พฤติกรรมการทวงหนี้ที่ไร้มนุษยธรรม เช่น การด่าพ่อแม่ลูกหนี้ ,? รบกวนที่ทำงาน ,ใช้คำพูดหยาบคายในการทวงหนี้ , ข่มขู่ คุกคาม ละเมิดสิทธิส่วนบุคคล

4.???? หลักฐานการถูกดำเนินคดี หรือการฟ้องร้องในชั้นศาล รวมไปถึงการบีบบังคับลูกหนี้ต่าง ๆ นา ๆ ให้จำยอมรับสภาพ

5.???? ผลกระทบจากการเป็นหนี้ เช่น ถูกอายัดเงินเดือน? , ถูกไล่ออกจากงาน , เสียสุขภาพจิต ,ถูกตั้งข้อรังเกียจจากเพื่อนร่วมงานและสังคม

6.???? อยากให้ธนาคารแห่งประเทศไทย หรือหน่วยงานรัฐ ป้องกันหรือช่วยเหลือลูกหนี้ที่สุจริตอย่างไร

7.???? แจ้งเบาะแสผู้ประกอบธุรกิจ Non Bank นอกระบบ เท่าที่ท่านทราบ เพื่อภาครัฐจะได้ควบคุมและหรือดำเนินคดีตามกฎหมาย

?

หมัดเด็ดลูกหนี้สวนกลับเจ้าหนี้

?

??????????? ผมทนายเดชา กิตติวิทยานันท์ ขอเสนอหมัดเด็ดในการสวนกลับลูกหนี้ หรือยกขึ้นมาสู้กับลูกหนี้ ใครอยากจะเอาไปใช้ก็เชิญ เพื่อปกป้องสิทธิของลูกหนี้โดยชอบด้วยกฎหมาย แต่อย่าลืมว่าเป็นหนี้ต้องใช้หนี้คือ ตรรกที่ต้องทราบไว้ก่อน ผมไม่เห็นด้วยกับการทวงหนี้ที่ผิดกฎหมาย และการเอาเปรียบลูกหนี้ แต่ผมก็ไม่เห็นด้วยที่ลูกหนี้จะโกงเจ้าหนี้ คุณต้องจำคำนี้ไว้ด้วย หมัดเด็ดที่จะใช้สวนกลับเจ้าหนี้มีดังต่อไปนี้

?

1.????? เจ้าหนี้เอาหนี้เดิมหรือดอกเบี้ยมารวมเข้าด้วยกันเป็นหนี้ใหม่

-??????? สัญญากู้สมบูรณ์ตามกฎหมาย และถือว่าลูกหนี้ได้รับชำระหนี้จากลูกหนี้แล้ว แต่ส่วนที่เป็นดอกเบี้ยเกินอัตราและส่วนที่มีการคิดดอกเบี้ยที่มีการทบต้น ต้องห้ามชัดแจ้งโดยกฎหมาย เป็นโมฆะ ตาม ป.พ.พ.มาตรา 150 , 654 , 655?

?

ส่วนเงินต้นยังคงสมบูรณ์อยู่? ลูกหนี้ยังคงต้องรับผิดในต้นเงิน (ฎีกาที่ 2004/2523 ,ฎีกาที่ 2917/2523, ฎีกาที่ 3236/2533, ฎีกาที่ 2657/2534) ยกเว้นว่าไม่สามารถแยกดอกเบี้ยที่เป็นโมฆะออกจากต้นเงินได้ ถ้าแยกไม่ได้ศาลยกฟ้อง (ฎีกา 2147/2535)

?

2.????? ถ้าเจ้าหนี้ทำสัญญากู้ โดยเอาดอกเบี้ยคิดล่วงหน้าและเป็นดอกเบี้ยที่คิดเกินอัตราที่กฎหมายกำหนด ฝ่าฝืนพระราชบัญญัติห้ามเรียกดอกเบี้ยเกินอัตรา พ.ศ. 2535 ดอกเบี้ยที่เกินอัตราตกเป็นโมฆะทั้งสิ้น แต่เงินต้นลูกหนี้ต้องมีหน้าที่ต้องชำระให้กับเจ้าหนี้(ฎีกา 1913/2537)

?

3.????? ถ้าเจ้าหนี้ทำสัญญากู้กับลูกหนี้ 2 ครั้ง แต่มีการคำนวณจำนวนดอกเบี้ยผิดพลาดไปบ้างเล็ก ๆ น้อย ๆ โดยไม่มีการหักยอดเงินที่เคยชำระไปแล้ว สัญญากู้ยังคงมีผลบังคับใช้ได้ ลูกหนี้ยังคงมีหน้าที่ตามกฎหมายจะต้องชำระหนี้ให้กับเจ้าหนี้ตามจำนวนที่ค้างชำระจริง(ฎีกาที่ 1846/2519)

?

4.????? อายุความที่เจ้าหนี้ต้องฟ้องร้องดำเนินคดีกับลูกหนี้ในการเรียกต้นเงินคืนให้มีกำหนด 10 ปี ตาม ป.พ.พ. มาตรา 193/30 หากเกินกำหนดลูกหนี้มีสิทธิปฏิเสธไม่ชำระหนี้ได้

?

5.????? อายุความที่เจ้าหนี้ฟ้องเรียกดอกเบี้ยค้างชำระคืนกับลูกหนี้ เป็นไปตาม ป.พ.พ.มาตรา 193/33(1) กฎหมายกำหนดให้ต้องฟ้องเรียกดอกเบี้ยภายใน 5 ปี นับแต่วันผิดนัด ส่วนดอกเบี้ยที่ลูกหนี้ค้างชำระเกิน 5 ปี ขาดอายุความ (ฎีกา 3212/2532)

?

6.????? อายุความที่เจ้าหนี้สามารถฟ้องเรียกเงินจากลูกหนี้ในคดีที่เกี่ยวกับการที่ลูกหนี้ต้องผ่อนเงินคืนเป็นงวด ๆ เจ้าหนี้ต้องดำเนินคดีภายใน 5 ปี นับแต่วันที่ครบกำหนดที่ลูกหนี้ต้องชำระในแต่ละงวด ตาม ป.พ.พ. มาตรา 193/33(2) (ฎีกา 2075/2540)

?

7.????? เจ้าหนี้ที่ไม่ใช่สถาบันการเงินถ้าคิดดอกเบี้ยเกินกว่าอัตราที่กฎหมายกำหนดไว้ มีความผิดฐานเรียกดอกเบี้ยเกินอัตรา ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับไม่เกิน 1,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ตาม พ.ร.บ.ห้ามเรียกดอกเบี้ยเกินอัตรา พ.ศ. 2475 มาตรา 3

?

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 7 ดอกเบี้ยที่เจ้าหนี้เรียกจากลูกหนี้ ถ้ามิได้กำหนดไว้ในสัญญากู้ ให้เรียกได้ในอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี? ป.พ.พ.มาตรา 654 เจ้าหนี้เรียกดอกเบี้ยจากลูกหนี้ได้ไม่เกินร้อยละ 15 ต่อปี? ถ้าเกินกว่านั้นให้ลดดอกเบี้ยเหลือเพียงร้อยละ 15 ต่อปี

?

8.????? ลูกหนี้ชำระดอกเบี้ยผิดกฎหมายให้กับเจ้าหนี้ ถือว่าเป็นการชำระหนี้ตามอำเภอใจ โดยรู้อยู่แล้ว่าตนไม่มีความผูกพันต้องชำระ ลูกหนี้ไม่มีสิทธิยกขึ้นต่อสู้คดีเพื่อให้หลุดพ้นจากการรับผิดชำระหนี้ (ฎีกา 1565/2524) และลูกหนี้จะนำเงินที่ชำระไปแล้วไปหักออกจากดอกเบี้ยตามกฎหมายหรือหักจากยอดเงินต้นที่ค้างชำระไม่ได้ (ฎีกาที่ 99/2515,4133/2529,99/2531,533/2532)

?

9.????? ดอกเบี้ยที่สถาบันการเงินเรียกจากลูกหนี้ได้ เป็นไปตามมาตรา 14 แห่ง พ.ร.บ.ธนาคารพาณิชย์ 2505? สถาบันการเงินจะต้องนำสืบถึงกฎหมายดังกล่าวและประกาศของธนาคารแห่งประเทศไทย ซึ่งกำหนดให้สถาบันการเงินถือปฏิบัติเกี่ยวกับการเรียกดอก

?

เบี้ยหรือส่วนลดได้ไม่เกินอัตราที่กฎหมายกำหนดไว้ และ พ.ร.บ.ดอกเบี้ยเงินให้ยืมของสถาบันการเงิน พ.ศ. 2523 มาตรา 3 (คิดดอกเบี้ยได้สูงกว่าร้อยละ 15 ต่อปี), มาตรา 4 วรรค 2 และ 3? สถาบันการเงินจะต้องนำสืบในชั้นศาล หากไม่นำสืบ สถาบันการเงินไม่มีสิทธิคิดดอกเบี้ยจากลูกหนี้

?

โดยอาศัยประกาศธนาคารแห่งประเทศไทย (ฎีกา 4351/2532) สถาบันการเงินคิดดอกเบี้ยเกินกว่าอัตราตามประกาศของธนาคารแห่งประเทศไทยและเกินกว่าอัตราที่กฎหมายกำหนด ขัดต่อ พ.ร.บ.ห้ามเรียกดอกเบี้ยเกินอัตรา พ.ศ. 2475 ดอกเบี้ยที่คิดเกินทั้งหมดจึงตกเป็นโมฆะ (ฎีกาที่? 956/2541)

?

10.? สถาบันการเงินมีการเปลี่ยนแปลงดอกเบี้ยแต่ไม่ปฏิบัติตามเงื่อนไขที่เคยให้ไว้กับลูกหนี้ เช่น ไม่เคยแจ้งให้ลูกหนี้ทราบในการขึ้นอัตราดอกเบี้ย สถาบันการเงินไม่มีสิทธิเรียกดอกเบี้ยในอัตราดังกล่าวจากลูกหนี้(ฎีกาที่ 4365/2539, ฎีกา 7287/2539)

?

11.? ?ดอกเบี้ยที่สถาบันการเงินเพิ่มขึ้น จากดอกเบี้ยปกติถือเป็นเบี้ยปรับ ตาม ป.พ.พ.มาตรา 379 ถ้าสูงเกินควร ศาลสามารถใช้ดุลยพินิจลดดอกเบี้ยดังกล่าวลงได้ตามสมควร ป.พ.พ. มาตรา 383 วรรค 1 (ฎีกา 3414/2541)

?

12.? เจ้าหนี้ห้ามคิดดอกเบี้ยทบต้นตาม ป.พ.พ.มาตรา 654 ยกเว้นคู่สัญญาตกลงเอาดอกเบี้ยที่ค้างชำระ ถึงแม้จะค้างชำระไม่ครบ 1 ปี มาทบต้น แต่การตกลงเช่นนั้นต้องทำเป็นหนังสือ (ฎีกาที่ 2518/2530)

?

13.? สิทธิเรียกร้องที่ขาดอายุความ ลูกหนี้มีสิทธิปฏิเสธการชำระหนี้ตามสิทธิเรียกร้องนั้นได้ ตาม ป.พ.พ.มาตรา 193/10 ดังนั้นถ้าเจ้าหนี้ฟ้องคดีเงินกู้เกิน 10 ปี ลูกหนี้ก็มีสิทธิปฏิเสธที่จะชำระหนี้

?

14.? ถ้าสัญญากู้มีข้อตกลงที่ลูกหนี้เสียเปรียบผู้ให้กู้อย่างมากและไม่เป็นธรรมและสัญญากู้ทำหลังวันที่ 15 พฤษภาคม 2541 ลูกหนี้สามารถใช้สิทธิตาม พ.ร.บ.ข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม พ.ศ. 2540 ซึ่งมีผลบังคับเมื่อวันที่ 16 พฤษภาคม 2541 ขอยกเลิกข้อตกลงดังกล่าวได้

?

15.? การเป็นหนี้ตามสัญญากู้หรือบัตรเครดิตหรือบัตรเงินผ่อนหรือสัญญาเช่าซื้อหรือสัญญาค้ำประกัน เป็นมูลหนี้ทางแพ่ง เจ้าหนี้ไม่มีสิทธิดำเนินคดีอาญากับลูกหนี้

?

16.? การหักเงินเดือนหลังจากศาลมีคำพิพากษาในกรณีที่ลูกหนี้ค้างชำระหนี้ โดยหลักกรมบังคับคดีจะหักเงินในอัตราร้อยละ 30 ของเงินเดือน โบนัสในอัตราร้อยละ 50 สิทธิของลูกหนี้สามารถยื่นคำร้องต่อศาลลดยอดเงินการหักชำระทั้งเงินเดือนและโบนัสเหลือเพียงในอัตราร้อยละ 15 ต่อปี หรือน้อยกว่านั้น หากมีพยานหลักฐานแสดงว่ามีหนี้สินค้างชำระเป็นจำนวนมาก และเงินที่เหลือจากการหักไม่เพียงพอในการดำรงชีพของลูกหนี้

?

17.? การทวงหนี้โดยใช้วีธีการดังต่อไปนี้ ถือว่าเป็นวิธีการที่มิชอบด้วยกฎหมาย

-??????? ด่าพ่อแม่หรือญาติพี่น้องของลูกหนี้ หรือโทรศัพท์ก่อกวนไปยังบุคคลภายนอกหรือสำนักงานที่ทำการของลูกหนี้หรือเพื่อนฝูง หรือผู้ใหญ่บ้านกำนัน

?

-??????? การประจานลูกหนี้ เช่น การประกาศออกเสียงตามสายโดยใช้ผู้ใหญ่บ้านหรือกำนันหรือผู้นำชุมชน หรือประจานในตลาด หรือแจ้งให้คนข้างบ้านทราบ

?

-??????? พูดจาหยาบคาย ดูหมิ่นหรือหมิ่นประมาท หรือข่มขืนใจ หรือข่มขู่

?

-??????? การส่งคนมาเฝ้าบริเวณบ้านหรือสำนักงาน หรือการสะกดรอย

?

-??????? โทรศัพท์รบกวนตลอดเวลาทั้งวัน ทั้งทางโทรศัพท์มือถือและบ้านหรือที่ทำงาน

?

-??????? การส่งแฟ็กซ์ประจานหรือการติดประกาศตามเสาไฟฟ้า หรือการแจกใบปลิวเพื่อปะจานลูกหนี้

?-??????? หากเจ้าหนี้หรือบริษัททวงหนี้กระทำการดังที่ผมกราบเรียนมาข้างต้นให้แจ้งความดำเนินคดีทางอาญาหรือฟ้องร้องทางแพ่งหรือร้องเรียนไปยังธนาคารแห่งประเทศไทย หรือ สคบ. หรือคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติหรือสภาทนายความ หรือกระทรวงยุติธรรม หรือทนายคลายทุกข์

?

??????????? ผมหวังว่าสิ่งที่ผมกราบเรียนมาข้างต้นจะเป็นประโยชน์ต่อลูกหนี้ทุกคนไม่มากก็น้อย ในการที่จะต่อสู้เพื่อปกป้องสิทธิของลูกหนี้ ตามครรลองของกฎหมาย เพื่อปกป้องศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ของลูกหนี้ ลูกหนี้ก็เป็นมนุษย์เหมือนกัน และมีศักดิ์ศรี ไม่ใช่ใครก็ได้จะมาย่ำยีได้ ขอให้โชคดี

ด้วยความจริงใจ

อ.เดชา กิตติวิทยานันท์

วิทยากรประจำรายการทนายคลายทุกข์

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 2

จริงดั่งคุณ คุณธรรมว่า ระบบตำรวจไทยสมควรแก้ไขใหม่ให้สิ้นซากซะที ยิ่งชั้นยศใหญ่เท่าไรก็ยิ่งมีเรื่องแยๆมากเท่านี้น ยศใหญ่เงินเดือนมาก ทำงานน้อย ยศเล็กเงินเดือนน้อยทำงานมาก ความเป็นธรรมยังหาได้ยากในหน่วยงาน แล้วจะไปมอบความเป็นธรรมให้ประชาชนได้อย่างไร เรื่องนี้ตำรวจด้วยกันเท่านั้นถึงเข้าใจดี
โดยคุณ จริยธรรม 30 พ.ย. 542, 00:00

ความคิดเห็นที่ 1

ผมเป็นตำรวจชั้นผู้น้อยครับ ถูกเอาเปรียบจากผู้ใหญ่เสมอ อยากบอกว่าที่ตำรวจชั้นผู้น้อยมีพฤติกรรมไม่ดีก็มาจาก ตำรวจที่มีตำแหน่งสูงครับ การแต่งตั้งโยกย้ายถ้าไม่รับใช้นายใหญ่อย่าหวังจะได้ย้าย ขั้นเงินเดือนไม่ได้รับใช้นายใหญ่อย่างหวังจะได้ สอบภาษาอังกฤษผ่านเพื่อมีคุณสมบัติไปดำรงตำแหน่งใน สตม. ไม่มีนายก็ไม่ได้ไป ทุกอย่างอยู่ที่นายพอใจให้หรือไม่ อ้างกำลังขาดแคลนแต่เด็กนายได้ไป ขั้นก็ได้ แถมไม่ต้องทำงานมาก บางคนแทบไม่ทำอะไรเลย คอยรับใช้นายอย่างเดี่ยวพอ ผมรับไม่ได้กับพฤติกรรมขอยนายตำรวจชั้นสูงจริง กินเงินภาษีแต่กลับต้องรับใช้นายตำรวจ แทนที่จะทำงานรับใช้ประชาชน (ขอโทษนะครับขอไม่บอกชื่อ เพราะกลัวอิทธิพลนายใหญ่)
โดยคุณ คุณธรรม 30 พ.ย. 542, 00:00

แสดงความเห็น

ข่าวที่มีผู้อ่านมาก