งานเผยแพร่ความรู้ทางด้าน กฎหมาย การบริหารการจัดการหนี้สินในองค์กรภาครัฐและภาคเอกชน การฝึกอบรมสัมมนาพัฒนาบุคลากร ในการประกอบธุรกิจ หากหน่วยงานของรัฐ บริษัทห้างร้าน มีความสนใจ เชิญทีมงานไปฝึกอบรมสัมมนาหรือต้องการข้อมูลข่าวสาร ติดต่อได้ที่ 02-948-5700 อ่านต่อ
ท่านใดที่สนใจเกี่ยวกับหลักสูตรฝึกอบรมการติดตามหนี้ ทวงหนี้อย่างไรให้ได้ผล ได้เงิน รักษาภาพลักษณ์ รักษาลูกค้า/หลักสูตรการป้องกันและการปราบปรามการทุจริตภายในองค์กร/หลักสูตรกฎหมายแรงงาน สำหรับเจ้าหน้าที่ฝ่ายบุคคลหรือผู้บริหารบริษัท สนใจโทร.02-9485700 อ่านต่อ
สืบทุกเรื่องที่คุณอยากรู้ มีเรื่องคาใจอยากรู้ความจริง โทรมาคุยกับกุ้งได้ที่ 081-625-2161หรือ 089-669-5026 "อย่าปล่อยให้มีเรื่องคาใจ อะไรที่ไม่สบายใจ ต้องหาทางปลดปล่อย สืบให้รู้ความจริง จะได้จบสิ้นกันเสียที สำหรับความทุกข์ที่คาใจมาเป็นเวลานาน อย่าปล่อยให้คนนอกใจลอยนวล" อ่านต่อ
รับแปลเอกสารต่างๆ อ่านต่อ
OT เหมาจ่าย
ทางบริษัทมีกฎว่า ..ภายใน 1 เดือนคุณทำงานล่วงเวลา(OT) ต้องไม่ต่ำกว่า 20 ชั่วโมง ถึงจะได้รับเงินตอบแทน 2,000 บาท ถ้าเกิน 20 ชั่วโมง ถือว่าเป็นความรับผิดชอบ..บางครั้งงานเร่ง ต้องทำยันถึงสว่างของอีกวันหนึ่ง..(วันเสาร์+อาทิตย์และบางครั้งตรงกับวันหยุดเช่นวันแม่+วันเข้าพรรษา วันที่พนักงานต้องหยุด..แต่ต้องมานั่งทำงาน โดยที่ทางบริษัทไม่ยอมหยุดชดเชยวันหยุดให้และไม่ยอมให้จ่ายค่า OT เพิ่ม บางเดือนต้องทำถึง 40-60 ชั่วโมงต่อเดือน แล้วก็บอกว่า ถือว่าเป็นความรับผิดชอบ..ขอถามอาจารย์ทนายว่า ในกรณีผิดกฎหมายหรือเปล่าครับ..ควรทำอย่างไรดี
คำแนะนำทนายคลายทุกข์
1.ตาม พรบ.คุ้มครองแรงงาน 2541 ย่อมเป็นบทบัญญัติแห่งกฎหมายที่คุ้มครองลูกจ้างทั้งหลายอันเป็นกฎหมายที่เกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อยและศีลธรรมอันดีของประชาชน และพรบ.ดังกล่าวก็ได้กำหนดเกี่ยวกับหลักเกณฑ์การจ่ายค่าล่วงเวลาในวันทำงาน โดยให้นายจ้างจ่ายค่าล่วงเวลาให้แก่ลูกจ้าง เมื่อลูกจ้างได้ทำงานล่วงเวลาในวันทำงาน โดยให้จ่ายในอัตราไม่น้อยกว่าหนึ่งเท่าครึ่งของอัตราค่าจ้างต่อชั่วโมงในวันทำงานตามจำนวนชั่วโมงที่ทำ ตาม มาตรา 61 แห่งพรบ.ดังกล่าว ดังนั้น นายจ้างย่อมไม่มีสิทธิมากำหนดการจ่าย O.T. แบบเหมาจ่าย ต้องเป็น O.T. ตาม พรบ.ดังกล่าว ดังนั้น นายจ้างย่อมไม่มีสิทธิมากำหนดการจ่าย O.T.แบบเหมาจ่าย ต้องเป็นการจ่าย O.T.ตาม พรบ.ดังกล่าวกำหนดไว้ ข้อกำหนดการจ่ายค่าล่วงเวลา ของนายจ้างจึงไม่ชอบด้วยกฎหมาย
2.และตาม พรบ.คุ้มครองแรงงาน กำหนดให้นายจ้างจัดให้ลูกจ้างมีวันหยุดประจำสัปดาห์ สัปดาห์ หนึ่งไม่น้อยกว่า 1 วัน และนายจ้างจะต้องประกาศกำหนดวันหยุดตามประเพณีให้ลูกจ้างมีวันหยุดปีหนึ่งไม่น้อยกว่า 13 วัน ดังนั้น เมื่อลูกจ้างทำงานโดยไม่ได้หยุดตามสิทธิของตนดังกล่าว ลูกจ้างย่อมมีสิทธิยื่นคำร้องต่อพนักงานตรวจสอบแรงงานแห่งท้องที่ที่ลูกจ้างทำงานอยู่ หรือที่นายจ้างมีภูมิลำเนา อยู่ ให้ทำการสอบสวนนายจ้าง และชดเชยค่าเสียหายให้แก่ตนต่อไปได้ ตาม พรบ.คุ้มครองแรงงาน 2541 มาตรา 28,29,123
ตัวบทกฎหมายอ้างอิง
พระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541
มาตรา 28 ให้นายจ้างจัดให้ลูกจ้างมีวันหยุดประจำสัปดาห์ สัปดาห์หนึ่งไม่น้อยกว่าหนึ่งวัน โดยวันหยุดประจำสัปดาห์ต้องมีระยะห่างกันไม่เกินหกวัน นายจ้างและลูกจ้างอาจ
ตกลงกันล่วงหน้ากำหนดให้มีวันหยุดประจำสัปดาห์วันใดก็ได้
ในกรณีที่ลูกจ้างทำงานโรงแรม งานขนส่ง งานในป่า งานในที่ทุรกันดาร หรืองานอื่นตามที่กำหนดในกฎกระทรวง นายจ้างและลูกจ้างอาจตกลงกันล่วงหน้าสะสมวันหยุดประจำสัปดาห์และเลื่อนไปหยุดเมื่อใดก็ได้ แต่ต้องอยู่ในระยะเวลาสี่สัปดาห์ติดต่อกัน
มาตรา 29 ให้นายจ้างประกาศกำหนดวันหยุดตามประเพณีให้ลูกจ้างทราบเป็นการล่วงหน้าปีหนึ่งไม่น้อยกว่าสิบสามวันโดยรวมวันแรงงานแห่งชาติตามที่รัฐมนตรีประกาศกำหนด
ให้นายจ้างพิจารณากำหนดวันหยุดตามประเพณีจากวันหยุดราชการประจำปี วันหยุดทางศาสนาหรือขนบธรรมเนียมประเพณีแห่งท้องถิ่น
ในกรณีที่วันหยุดตามประเพณีวันใดตรงกับวันหยุดประจำสัปดาห์ของลูกจ้าง ให้ลูกจ้างได้หยุดชดเชยวันหยุดตามประเพณีในวันทำงานถัดไป
ในกรณีที่นายจ้างไม่อาจให้ลูกจ้างหยุดตามประเพณีได้ เนื่องจากลูกจ้างทำงานที่มีลักษณะหรือสภาพของงานตามที่กำหนดในกฎกระทรวง ให้นายจ้างตกลงกับลูกจ้างว่า จะหยุดในวันอื่นชดเชยวันหยุดตามประเพณีหรือนายจ้างจะจ่ายค่าทำงานในวันหยุดให้ก็ได้
มาตรา 61 ในกรณีที่นายจ้างให้ลูกจ้างทำงานล่วงเวลาในวันทำงานให้นายจ้างจ่ายค่าล่วงเวลาให้แก่ลูกจ้างในอัตราไม่น้อยกว่าหนึ่งเท่าครึ่งของอัตราค่าจ้างต่อชั่วโมงในวันทำงานตามจำนวนชั่วโมงที่ทำ หรือไม่น้อยกว่าหนึ่งเท่าครึ่งของอัตราค่าจ้างต่อหน่วยในวันทำงานตามจำนวนผลงานที่ทำได้สำหรับลูกจ้างซึ่งได้รับค่าจ้างตามผลงานโดยคำนวณเป็นหน่วย
มาตรา 123 ในกรณีที่นายจ้างฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามเกี่ยวกับสิทธิได้รับเงินอย่างหนึ่งอย่างใดตามพระราชบัญญัตินี้และลูกจ้างมีความประสงค์ให้พนักงานเจ้าหน้าที่ดำเนินการตามพระราชบัญญัตินี้ ให้ลูกจ้างมีสิทธิยื่นคำร้องต่อพนักงานตรวจแรงงานแห่งท้องที่ที่ลูกจ้างทำงานอยู่หรือที่นายจ้างมีภูมิลำเนาอยู่ตามแบบที่อธิบดีกำหนด
ในกรณีที่เกี่ยวกับสิทธิได้รับเงินอย่างหนึ่งอย่างใดตามพระราชบัญญัตินี้ ถ้าลูกจ้างถึงแก่ความตายให้ทายาทโดยธรรมมีสิทธิยื่นคำร้องต่อพนักงานตรวจแรงงานได้