งานเผยแพร่ความรู้ทางด้าน กฎหมาย การบริหารการจัดการหนี้สินในองค์กรภาครัฐและภาคเอกชน การฝึกอบรมสัมมนาพัฒนาบุคลากร ในการประกอบธุรกิจ หากหน่วยงานของรัฐ บริษัทห้างร้าน มีความสนใจ เชิญทีมงานไปฝึกอบรมสัมมนาหรือต้องการข้อมูลข่าวสาร ติดต่อได้ที่ 02-948-5700 อ่านต่อ
ท่านใดที่สนใจเกี่ยวกับหลักสูตรฝึกอบรมการติดตามหนี้ ทวงหนี้อย่างไรให้ได้ผล ได้เงิน รักษาภาพลักษณ์ รักษาลูกค้า/หลักสูตรการป้องกันและการปราบปรามการทุจริตภายในองค์กร/หลักสูตรกฎหมายแรงงาน สำหรับเจ้าหน้าที่ฝ่ายบุคคลหรือผู้บริหารบริษัท สนใจโทร.02-9485700 อ่านต่อ
สืบทุกเรื่องที่คุณอยากรู้ มีเรื่องคาใจอยากรู้ความจริง โทรมาคุยกับกุ้งได้ที่ 081-625-2161หรือ 089-669-5026 "อย่าปล่อยให้มีเรื่องคาใจ อะไรที่ไม่สบายใจ ต้องหาทางปลดปล่อย สืบให้รู้ความจริง จะได้จบสิ้นกันเสียที สำหรับความทุกข์ที่คาใจมาเป็นเวลานาน อย่าปล่อยให้คนนอกใจลอยนวล" อ่านต่อ
รับแปลเอกสารต่างๆ อ่านต่อ
กฎหมายด้านแรงงานของลูกจ้าง
บริษัทก. (ประเทศไทย) ซึ่งเป็นบ.ร่วมระหว่างประเทศได้มีการส่งพนักงานไปทำงานประจำที่ประเทศญี่ปุ่น โดยใน สัญญาได้มีการระบุว่าเป็นการโอนย้ายไปทำงานประจำที่ญี่ปุ่น และมีการรับเงินเดือนจากบริษัทแม่ที่ญี่ปุ่น ซึ่งในสัญญามีการระบุว่าให้ไปประจำเป็นเวลาสามปี ในขณะที่พนักงานประจำอยู่ที่ญี่ปุ่นนั้น พนักงานได้รับอุบัติเหตุขณะเล่นสโนว์บอร์ดในช่วงวันหยุดเสาร์อาทิตย์ ทำให้ได้รับผลกระทบคือต้องเข้าเฝือกและหยุดงานเป็นเวลาสามวัน ซึ่งพนักงานก็ใช้วันลาพักร้อนตามปกติ ในส่วนของค่าใช้จ่ายพนักงานเองก็เป็นผู้จ่ายทั้งหมด
แต่หลังจากนั้น ทางบริษัทก.(ที่ประเทศไทย) ได้ทำการออกจดหมายเตือน แจ้งว่าพนักงานมีความผิด เนื่องจากเกิดอุบัติเหตุและทำการเรียกพนักงานกลับก่อนสัญญาเดิม (ช่วงที่เกิดอุบัติเหตุนั้น พนักงานทำงานประจำที่ญี่ปุ่นแล้วเป็นเวลาประมาณปีครึ่งเท่านั้น แต่ทางบริษัทได้ทำเรื่องเรียกพนักงานกลับก่อนกำหนดเดิมคือสามปี) และทำการออกกฎเพิ่ม (จากตอนแรกที่ไม่เคยมีกฎเกี่ยวกับเรื่องนี้มาก่อน) ว่าหากพนักงานจะไปทำกิจกรรมใดๆก็ตามที่อาจจะมีความเสี่ยง จะต้องมีการขออนุญาติจากบริษัทก่อน และถ้าได้รับอุบัติเหตุจากกิจกรรมนั้นๆไม่ว่ากรณีใดๆ จะต้องได้รับบทลงโทษคือใบเตือน และมีการให้ระงับการออกไปทำงานนอกสถานที่ และหากมีความผิดซ้ำสองคือความผิดรุนแรงต้องให้ออกจากงาน โดยกฎใหม่ที่บริษัทตั้งขึ้นนี้ได้ถูกประกาศใช้ต่อพนักงานทุกคนในบริษัท โดยไม่อนุญาตให้มีการสอบถามใดๆ ทั้งสิ้น เป็นเพียงการประกาศใช้เท่านั้น
จึงอยากจะขอเรียนถามดังต่อไปนี้
1. การที่พนักงานเซนต์สัญญาการโอน ย้ายเป็นพนักงานประจำที่ญี่ปุ่น และได้รับเงินเดือนจากบริษัทที่ญี่ปุ่นนั้น จะถือว่าเป็นพนักงานของทางญี่ปุ่นได้หรือไม่ การที่พนักงานเกิดอุบัติเหตุขึ้นในระหว่างเป็นการท่องเที่ยวในช่วงวันหยุด จะถือว่าเป็นอุบัติเหตุในระหว่างการทำงานได้หรือไม่ จึงได้มีการเพิ่มบทลงโทษเช่นนี้เกิดขึ้น
2. การลงโทษพนักงานในกรณีนี้ถือว่าสมควรหรือไม่ เพราะก่อนที่พนักงานจะได้รับอุบัติเหตุจากการเล่นสโนว์บอร์ดนั้น ก็ไม่เคยมีกฎเกี่ยวกับเรื่องนี้มาก่อน ครั้งนี้เป็นครั้งแรกแต่บริษัทก็ได้กระทำการลงโทษทันที ทั้งๆที่ไม่เคยมีการแจ้งหรือการออกกฎใดๆมาก่อน
3. ในกรณีที่พนักงานเองก็มีความใส่ใจเต็มที่ต่ออุบัติเหตุแล้ว ยกตัวอย่างเช่นใส่อุปกรณ์เซฟตี้พื้นฐานที่ควรจะมีในระหว่างปฎิบัติกิจกรรม นั้นๆ แต่ก็ยังเกิดอุบัติเหตุขึ้นนอกเวลาทำงานขึ้น การลงโทษของบริษัทข้อนี้ถือว่าเป็นการกระทำเกินกว่าเหตุหรือไม่ เนื่องจากพนักงานเห็นว่าเป็นช่วงวันหยุดพักผ่อน และแน่นอนว่าไม่มีใครที่ต้องการให้เกิดอุบัติเหตุขึ้น
อยากจะขอเรียนถามตามที่ได้กล่าวไว้ข้างต้น หากมีส่วนใดที่ชี้แจงไว้ไม่ละเอียดต้องขออภัยเป็นอย่างยิ่งนะคะ และจะเข้ามาชี้แจงข้อมูลเพิ่มเติมในภายหลังค่ะ ตอนนี้พนักงานรู้สึกอึดอัดมาก การที่ต้องมาใช้ชีวิตไกลๆอยู่ในต่างประเทศเป็นระยะเวลานาน ๆ และบริษัทยังออกกฎที่ดูเหมือนเชิงบังคับไม่ให้ออกไปทำกิจกรรมข้างนอกนั้น ยิ่งทำให้พนักงานรู้สึกอึดอัดมากๆค่ะ และส่วนตัวดิฉันไม่ค่อยมีความรู้ในเรื่องกฎหมายแรงงานเลย
คำแนะนำทนายคลายทุกข์
1. การที่พนักงานเซ็นสัญญาการโอน ย้ายเป็นพนักงานประจำที่ญี่ปุ่น แต่ได้รับเงินเดือนจากบริษัทที่ญี่ปุ่นนั้น ย่อมถือว่าพนักงานนั้นเป็นลูกจ้างของทางญี่ปุ่น ตามบทนิยามคำว่า "ลูกจ้าง" โดยหมายความว่า เป็นผู้ซึ่งตกลงทำงานให้นายจ้างโดยรับค่าจ้างไม่ว่าจะเรียกชื่ออย่างไร ตาม พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 มาตรา 5 ส่วนการที่พนักงานได้เกิดอุบัติเหตุขึ้นในระหว่างที่เป็นการท่องเที่ยวในช่วงวันหยุด ไม่ใช่วันทำงานจึงไม่ถือว่าเป็นอุบัติเหตุในระหว่างการทำงานแต่อย่างใด
2. หากกรณีที่พนักงานจะไปทำกิจกรรมใด ๆ ที่อาจจะมีความเสี่ยง ก็ต้องมีการขออนุญาตจากบริษัทก่อน บริษัทก็มีอำนาจที่จะออกเป็นข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงาน ระเบียบหรือคำสั่ง และถือว่าเป็นการอันชอบด้วยกฎหมายและเป็นธรรม โดยบริษัทนายจ้างย่อมมีสิทธิตักเตือนเป็นหนังสือต่อลูกจ้าง แต่หากเป็นกรณีที่ร้ายแรงนายจ้างไม่จำเป็นต้องตักเตือน ตาม พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 มาตรา 119 (4) ดังนั้น บริษัทมีอำนาจออกระเบียบข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานดังกล่าวในภายหลังได้ และการลงโทษลูกจ้างในกรณีดังกล่าวถือว่าเป็นการสมควรแล้ว
3. การลงโทษของบริษัท ไม่ถือว่าเป็นการกระทำเกินกว่าเหตุ เนื่องจากระเบียบดังกล่าวที่ออกเป็นกฎบังคับไว้ได้มีไว้ในอันที่จะเป็นการป้องกันความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นแก่ลูกจ้าง อันส่งผลกระทบในการงทนที่ทำให้แก่บริษัทได้
ตัวบทกฎหมายอ้างอิง
พระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541
มาตรา 5 ในพระราชบัญญัตินี้
“ลูกจ้าง” หมายความว่า ผู้ซึ่งตกลงทำงานให้นายจ้างโดยรับค่าจ้างไม่ว่าจะเรียกชื่ออย่างไร
มาตรา 119 นายจ้างไม่ต้องจ่ายค่าชดเชยให้แก่ลูกจ้างซึ่งเลิกจ้างในกรณีหนึ่งกรณีใด ดังต่อไปนี้
(4) ฝ่าฝืนข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงาน ระเบียบ หรือคำสั่งของนายจ้างอันชอบด้วยกฎหมายและเป็นธรรม และนายจ้างได้ตักเตือนเป็นหนังสือแล้ว เว้นแต่กรณีที่ร้ายแรง นายจ้างไม่จำเป็นต้องตักเตือน