โดนกลั่นแกล้งจากหัวหน้างานและถูกไล่ออก|โดนกลั่นแกล้งจากหัวหน้างานและถูกไล่ออก

โดนกลั่นแกล้งจากหัวหน้างานและถูกไล่ออก

  • ทนายคลายทุกข์ ปรึกษากฎหมาย โทร 02-9485700
  • Email: [email protected]
Header Background Image

งานเผยแพร่ความรู้ทางด้าน กฎหมาย การบริหารการจัดการหนี้สินในองค์กรภาครัฐและภาคเอกชน การฝึกอบรมสัมมนาพัฒนาบุคลากร ในการประกอบธุรกิจ หากหน่วยงานของรัฐ บริษัทห้างร้าน มีความสนใจ เชิญทีมงานไปฝึกอบรมสัมมนาหรือต้องการข้อมูลข่าวสาร ติดต่อได้ที่ 02-948-5700 อ่านต่อ

ท่านใดที่สนใจเกี่ยวกับหลักสูตรฝึกอบรมการติดตามหนี้ ทวงหนี้อย่างไรให้ได้ผล ได้เงิน รักษาภาพลักษณ์ รักษาลูกค้า/หลักสูตรการป้องกันและการปราบปรามการทุจริตภายในองค์กร/หลักสูตรกฎหมายแรงงาน สำหรับเจ้าหน้าที่ฝ่ายบุคคลหรือผู้บริหารบริษัท สนใจโทร.02-9485700 อ่านต่อ

สืบทุกเรื่องที่คุณอยากรู้ มีเรื่องคาใจอยากรู้ความจริง โทรมาคุยกับกุ้งได้ที่ 081-625-2161หรือ 089-669-5026 "อย่าปล่อยให้มีเรื่องคาใจ อะไรที่ไม่สบายใจ ต้องหาทางปลดปล่อย สืบให้รู้ความจริง จะได้จบสิ้นกันเสียที สำหรับความทุกข์ที่คาใจมาเป็นเวลานาน อย่าปล่อยให้คนนอกใจลอยนวล" อ่านต่อ

รับแปลเอกสารต่างๆ อ่านต่อ

โดนกลั่นแกล้งจากหัวหน้างานและถูกไล่ออก

ดิฉันทำงานเป็นแคชเชียร์ให้กับบริษัทแห่งหนึ่ง และมีปัญหากับหัวหน้างานชื่อ A

บทความวันที่ 27 ส.ค. 2553, 00:00

มีผู้อ่านทั้งหมด 525 ครั้ง


โดนกลั่นแกล้งจากหัวหน้างานและถูกไล่ออก

         ดิฉันทำงานเป็นแคชเชียร์ให้กับบริษัทแห่งหนึ่ง  และมีปัญหากับหัวหน้างานชื่อ A สาเหตุเกิดจาก พนักงาน 2 คนที่มีความสนิทสนมกับหัวหน้า A มาทำงานสายเป็นชัวโมงบ่อยครั้งมาก มาถึงที่ทำงานก็ไม่ทำหน้าที่ เดินไปเดินมา บางทีก็ยืนคุยกัน กินข้าว ออกไปข้างนอก ไม่ยอมมาเข้าเครื่องต่อดิฉัน จนดิฉันต้องกดกริ่งเร่ง และตำหนิพวกเขา พวกเขาทำแบบนี้บ่อยมาก ทุกครั้งที่เขาไม่พอใจก็จะเอาไปฟ้องหัวหน้า A หลังจากนั้นเป็นต้นมา ดิฉันก็ถูกกลั่นแกล้งจากหัวหน้า A ทั้งที่หมดเวลาทำงานแล้วก็ไม่ยอมปล่อยกลับ (ระเบียบมีว่าจะกลับบ้านได้หัวหน้าต้องตรวจสอบพนักงานที่หน้ากล้อง  ซึ่งเวลาทำงานเริ่มทำงาน 07.00น.-16.00น.)กว่าจะมาปล่อยก็เลยเวลาไป จนเกือบ 18.00น. บางทีก็ใช้ให้ทำงานต่อจนเลยมาถึง 1 ทุ่ม 2 บ้าง แต่ค่าล่วงเวลาก็ไม่ให้
          พอดิฉันถามเขาก็บอกแค่ว่าลืม และเขามักจะคอยหาเรื่องด่าว่าดิฉันตลอด และที่สำคัญที่ดิฉันสงสัยคือ เงินในแคชเชียร์หายไปบ่อยมาก ทุกครั้งที่หัวหน้า A มานับเงินตอนปิดเครื่อง เงินมักจะหาย (หัวหน้าไม่ยอมให้นับเงินก่อนเข้าเครื่อง )ดิฉันทำงานด้านนี้มาเป็นปี ดิฉันมั่นใจว่ามันไม่ผิดพลาดเวลาหัวหน้าคนอื่นมานับก็ไม่เคยหาย แต่เวลาหัวหน้า A มานับ มันมักจะหาย และยิ่งใกล้ช่วงเงินเดือนจะออกยิ่งหายบ่อย
          แรก ๆ ดิฉันก็ต้องทนจ่าย แต่หลังๆมาดิฉันไม่จ่ายปล่อยให้บริษัทออกใบเตือนเลย ดิฉันได้ใบเตือนจากเรื่องเงินหายมา 2 ครั้งแล้ว ดิฉันไม่พอใจมากบอกเขาว่าถ้ามีอีกครั้งจะลาออก พอมาอีกวัน เงินก็หายอีกดิฉันก็เลยบอกเขาว่าจะลาออกทันทีเลย พอมาอีกวันดิฉันก็ไม่ไปทำงาน แต่ดิฉันให้แฟนไปเอาใบลาออกจากร้านมาเขียน แต่ทางร้านก็อ้างว่า ใบลาออกหมด บอกว่าจะไปเอาจากสาขาอื่นมาให้ แต่จน 2 วันก็ยังไม่ได้ พอดิฉันไม่ไปทำงาน 2 วันเพื่อนร่วมงานมาบอกว่าหัวหน้า A ได้ fax เรื่องไล่ดิฉันออกส่งบริษัทแล้ว ดิฉันยังไม่ได้เขียนใบลาออกเลย แบบนี้ดิฉันควรทำอย่างไรดีค่ะ
         พนักงานหลายๆคนที่ลาออกไป ก็ ลาออกเพราะเรื่องเดียวกัน บางคนต้องยอมเป็นทาสเพื่อที่จะไม่ได้ถูกทำเช่นเดียวกับดิฉัน  ดิฉันสามารถแจ้งพฤติกรรมของพวกหัวหน้าได้ไหมค่ะ ทำอย่างไรบริษัทแม่ถึงจะดำเนินเรื่องมาตรวจสอบการทำงานของสาขานี้ เพราะช่วงเวลาตรวจสอบนคนพวกนี้พฤติกรรมจะเปลี่ยนทันที ทำเป็นขยัน แต่ลับหลังก็จะทำอย่างที่ดิฉันบอกแล้วดิฉันจะทำอย่างไรถ้าเขาอ้างว่าเป็นดิฉันไม่มาทำงาน2วัน ทำให้เกิดปัญหากับบริษัททั้งที่ดิฉันจะเอาใบลาออกมาเขียนก็ไม่มีให้ดิฉันเขียน แต่กลับถ่วงเวลาและส่งเรื่องไล่ดิฉันออก

คำแนะนำทนายคลายทุกข์
          1.ตาม พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน พ.ศ.2541 มาตรา 15 ได้กำนดให้นายจ้างปฎิบัติต่อลูกจ้างชายและหญิงโดยเท่าเทียมกันในการจ้างงาน เว้นแต่ลักษณะหรือสภาพของงานไม่อาจปฏิบัติเช่นนั้นได้
          2.ท่านมีสิทธิร้องเรียนพฤติกรรมของหัวหน้างานดังกล่าว ที่มีลักษณะเลือกปฏิบัติแก่ลูกจ้างอย่างไม่เท่าเทียมกันต่อพนักงานตรวจแรงงานให้ทำการเรียกหัวหน้างานคนนั้น มาทำการสอบสวนได้
          3.เมื่อท่านซึ่งเป็นลูกจ้าง มีความประสงค์ที่จะลาออกจากงาน ท่านย่อมมีสิทธิที่จะยื่นหนังสือลาออกเป็นลายลักษณ์อักษรแก่บริษัท นายจ้างได้ โดยจำต้องเขียนใบลาออกตามหนังสือของบริษัท เนื่องจากไม่มีกฎหมายบัญญัติลูกจ้างจะต้องลาออกตามหนังสือของบริษัทแต่ประการใด

ตัวบทกฎหมายอ้างอิง
พระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน  พ.ศ. 2541
มาตรา 15
  ให้นายจ้างปฏิบัติต่อลูกจ้างชายและหญิงโดยเท่าเทียมกันในการจ้างงาน เว้นแต่ลักษณะหรือสภาพของงานไม่อาจปฏิบัติเช่นนั้นได้

แสดงความเห็น

ข่าวที่มีผู้อ่านมาก