งานเผยแพร่ความรู้ทางด้าน กฎหมาย การบริหารการจัดการหนี้สินในองค์กรภาครัฐและภาคเอกชน การฝึกอบรมสัมมนาพัฒนาบุคลากร ในการประกอบธุรกิจ หากหน่วยงานของรัฐ บริษัทห้างร้าน มีความสนใจ เชิญทีมงานไปฝึกอบรมสัมมนาหรือต้องการข้อมูลข่าวสาร ติดต่อได้ที่ 02-948-5700 อ่านต่อ
ท่านใดที่สนใจเกี่ยวกับหลักสูตรฝึกอบรมการติดตามหนี้ ทวงหนี้อย่างไรให้ได้ผล ได้เงิน รักษาภาพลักษณ์ รักษาลูกค้า/หลักสูตรการป้องกันและการปราบปรามการทุจริตภายในองค์กร/หลักสูตรกฎหมายแรงงาน สำหรับเจ้าหน้าที่ฝ่ายบุคคลหรือผู้บริหารบริษัท สนใจโทร.02-9485700 อ่านต่อ
สืบทุกเรื่องที่คุณอยากรู้ มีเรื่องคาใจอยากรู้ความจริง โทรมาคุยกับกุ้งได้ที่ 081-625-2161หรือ 089-669-5026 "อย่าปล่อยให้มีเรื่องคาใจ อะไรที่ไม่สบายใจ ต้องหาทางปลดปล่อย สืบให้รู้ความจริง จะได้จบสิ้นกันเสียที สำหรับความทุกข์ที่คาใจมาเป็นเวลานาน อย่าปล่อยให้คนนอกใจลอยนวล" อ่านต่อ
รับแปลเอกสารต่างๆ อ่านต่อ
นายจ้างกล่าวหาว่ายักยอกไม่ยอมจ่ายเงินเดือน
ดิฉันทำงานกับบริษัทมาได้ 1 ปี 1 เดือน และได้แจ้งลาออกกับนายจ้างแล้วว่าจะออกสิ้นเดือนมีนาคม 2553 นายจ้างก็รับทราบว่าออกได้ โดยไม่มีเรื่องอะไร แต่หลังจาก 2 วันดิฉันกลับถูกนายจ้างกล่าวหาว่ายักยอกทรัพย์เขา ดิฉันจึงถามว่าทำไมไม่บอกในวันที่ดิฉันแจ้งลาออก (เพราะดิฉันซื้อตั๋วเครื่องบินแล้วในวันที่แจ้งลาออกกับนายจ้าง และเป็นตั๋วคืนไม่ได้ด้วย) เขาได้ให้ตำรวจนอกเครื่องแบบมาค่ะ เขาหาว่าดิฉันโกง แสนกว่าบาทค่ะ และสองวันต่อมาก็เป็นสามแสนกว่า และต่อมาอีกก็กล่าวหาว่าเป็นล้าน
ซึ่งดิฉันก็ถามนายจ้างว่ายอดเงินที่ว่ายักยอกนะอยู่ไหน เขาก็กลับตะโกนใส่ดิฉัน และเอาบัญชีธนาคารดิฉันไปแล้ว ให้ดิฉันชี้แจงยอดทุกยอดในบัญชีของดิฉันค่ะ เขาหาว่าดิฉันมีปัญญาหาเงินจากที่ไหนได้อีก นอกจากยอดเงินเดือน 16,000 ที่โอนเข้าเท่านั้น นอกนั้น 500 , 1,000 ทุกยอดเป็นเงินของเขาค่ะ เขาให้ดิฉันชดเชยเงิน100,000 ให้เขาก่อนค่ะ ดิฉันเลยตอบว่าจะเอาจากไหนให้ เพราะดิฉันไม่ได้เอาเงินเขามา นายจ้างเลยบอกว่าถ้าไม่หาให้เขา เขาจะแจ้งตำรวจค่ะ ดิฉันเลยไม่ได้ทำอะไร พอสิ้นเดือนมีนาคม 2553 ดิฉันก็ออกจากบริษัทค่ะ โดยที่ยังไม่ได้รับเงินเดือนเดือนมีนาคม 2553 เลยค่ะ
ต่อมาเดือนเมษายน 2553 นายจ้างก็ขู่ดิฉันอีกว่าจะฟ้องศาล ดิฉันก็รับทราบแล้ว พอดิฉันจะเข้าไปขนข้าวของของดิฉันที่บริษัท (ดิฉันทำงานและอาศัยอยู่ชั้น 3ของบริษัทค่ะ วันที่ออกจากไม่ได้ย้ายข้าวของออกมาค่ะ) แต่เขากลับยึดไว้ ไม่ให้ดิฉันขนค่ะ พอแจ้งความก็ไม่มีความคืบหน้าเลย โดนคดีฉ้อโกงยักยอกทรัพย์ค่ะ ตอนนี้อยู่ในชั้นสืบสวนของพนักงานสอบสวนอยู่ และดิฉันได้ไปรับทราบข้อกล่าวแล้ว และได้ไปพบพนักงานสอบสวนแล้ว ดิฉันจึงถามถึงจำนวนเงินที่โดนกล่าวหา แต่พนักงานสอบสวนตอบว่า ยอดเงินยังมีมาเรื่อยๆ ให้โทรไปถามเรื่อยๆ พอ 1 อาทิตย์ดิฉันก็โทรไปถามเรื่องคดี พนักงานสอบสวนก็ตอบเหมือนเดิมค่ะ และเรื่องที่ร้ายที่สุดคือ คู่กรณีที่กล่าวหาดิฉัน เขาเอารูปดิฉันไปลงหนังสือพิมพ์ว่า ดิฉันฉ้อโกงเงินเขาค่ะ ร้ายแรงมากค่ะ ดิฉันจึงมีข้อกฏหมายที่อยากปรึกษาคุณทนายค่ะ
1.นายจ้างมีสิทธิ์ยึดข้าวของดิฉันไว้หรือไม่ ? (นายจ้างอาจรู้จักกับคนมีสีด้วยหรือไม่ก็ไม่ทราบค่ะ)
2.นายจ้างมีสิทธิ์ไม่จ่ายเงินเดือนดิฉันได้ด้วยหรือค่ะ ?
3.เรื่องที่นายจ้างเอาดิฉันลงหนังสือพิมพ์นั้น ดิฉันสามารถฟ้องหรือทำอะไรได้บ้างค่ะ ?(สร้างความเสียหายให้ดิฉันและครอบครัวมากค่ะ)
4.คดียังไม่ได้ถึงชั้นศาล ยังไม่มีการตัดสินลยเขามีสิทธิ์เอาดิฉันลงหนังสือพิมพ์ได้ด้วยหรือค่ะ ?
5.คดีแบบนี้ต้องใช้เวลานานแค่ไหนค่ะ ?
คำแนะนำทนายคลายทุกข์
1. ท่านซึ่งเป็นเจ้าของทรัพย์สินในข้าวของ ย่อมมีสิทธิเรียกร้องในฐานะที่เป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ที่จะติดตามและเอาคืนซึ่งทรัพย์สินของตนจากนายจ้างบุคคลซึ่งไม่มีสิทธิยึดถือไว้ และมีสิทธิขัดขวางไม่ให้ผู้อื่นสอดเข้าเกี่ยวข้องกับทรัพย์สินนั้นโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย ตาม ป.พ.พ. มาตรา 1336 ดังนั้น นายจ้างย่อมไม่มีสิทธิยึดข้าวของทรัพย์สินของท่าน
2. เมื่อท่านได้ทำงานตามหน้าที่ ย่อมมีสิทธิได้รับค่าจ้าง นายจ้างจะต้องจ่ายค่าจ้างให้แก่ท่าน ตาม พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 ไม่มีสิทธิยึดหน่วงไม่จ่ายค่าจ้างให้แก่ท่าน แม้ลูกจ้างจะต้องหาว่าทุจริตต่อหน้าที่ย่อมเป็นรื่องที่นายจ้างต้องไปว่ากล่าวเอาแก่ลูกจ้างเป็นคดีอีกส่วนหนึ่งต่างหาก
3. กรณีนายจ้างเอาท่านลงหนังสือพิมพ์ หากเรื่องไม่มีมูลความจริง ย่อมเป็นเรื่องที่นายจ้างกล่าวหรือไขข่าวแพร่หลาย ซึ่งข้อความอันฝ่าฝืนต่อความจริงเป็นที่เสียหายแก่ชื่อเสียง เกียรติคุณ หรือทางเจริญของท่าน จึงย่อมเป็นการละเมิดต่อท่าน ท่านย่อมมีสิทธิเรียกค่าทดแทนจากนายจ้าง เพื่อความเสียหายอย่างใด ๆ อันเกิดแก่การนั้น ตาม ป.พ.พ. มาตรา 423 และถือว่าการกระทำของนายจ้างนั้น เป็นความผิดทางอาญาฐานหมิ่นประมาทโดยการโฆษณาด้วย ซึ่งมีระวางโทษจำคุกไม่เกิน 2 ปี และปรับไม่เกิน 200,000 บาท ตาม ป.อ. มาตรา 326,327 ดังนั้น ท่านย่อมมีสิทธิแจ้งความร้องทุกข์ต่อเจ้าพนักงานตำรวจให้ดำเนินคดีกับนายจ้างในความผิดดังกล่าวได้ ตาม ป.วิ.อ. มาตรา 2 (4)(7) หรือท่านจะฟ้องคดีอาญาเองและเรียกค่าเสียหายเป็นค่าสินไหมทนแทนได้ด้วย
4. หากเป็นเรื่องที่ไม่มีมูลความจริง นายจ้างย่อมไม่มีสิทธิเอาท่านลงหนังสือพิมพ์ หากนายจ้างฝ่าฝืน ย่อมเป็นการไม่ชอบด้วยกฎหมายและเป็นการละเมิดแก่ท่าน
5. คดีดังกล่าวในความผิดฐานฉ้อโกง, ยักยอก อาจใช้เวลา 3-6 เดือน
ตัวบทกฎหมายอ้างอิง
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์
มาตรา 423 ผู้ใดกล่าวหรือไขข่าวแพร่หลายซึ่งข้อความอันฝ่าฝืนต่อความจริง เป็นที่เสียหายแก่ชื่อเสียงหรือเกียรติคุณของบุคคลอื่นก็ดี หรือเป็นที่เสียหายแก่ทางทำมาหาได้ หรือทางเจริญของเขาโดยประการอื่นก็ดี ท่านว่าผู้นั้นจะต้องใช้ค่าสินไหมทดแทนให้แก่เขาเพื่อความเสียหายอย่างใดๆ อันเกิดแต่การนั้น แม้ทั้งเมื่อตนมิได้รู้ว่าข้อความนั้นไม่จริง แต่หากควรจะรู้ได้
ผู้ใดส่งข่าวสารอันตนมิได้รู้ว่าเป็นความไม่จริง หากว่าตนเองหรือผู้รับข่าวสารนั้นมีทางได้เสียโดยชอบในการนั้นด้วยแล้ว ท่านว่าเพียงที่ส่งข่าวสารเช่นนั้นหาทำให้ผู้นั้นต้องรับผิดใช้ค่าสินไหมทดแทนไม่
มาตรา 1336 ภายในบังคับแห่งกฎหมาย เจ้าของทรัพย์สินมีสิทธิใช้สอยและจำหน่ายทรัพย์สินของตนและได้ซึ่งดอกผลแห่งทรัพย์สินนั้น กับทั้งมีสิทธิติดตามและเอาคืนซึ่งทรัพย์สินของตนจากบุคคลผู้ไม่มีสิทธิจะยึดถือไว้ และมีสิทธิขัดขวางมิให้ผู้อื่นสอดเข้าเกี่ยวข้องกับทรัพย์สินนั้นโดยมิชอบด้วยกฎหมาย
ประมวลกฎหมายอาญา
มาตรา 326 ผู้ใดใส่ความผู้อื่นต่อบุคคลที่สาม โดยประการที่น่าจะทำให้ผู้อื่นนั้นเสียชื่อเสียง ถูกดูหมิ่น หรือถูกเกลียดชัง ผู้นั้นกระทำความผิดฐานหมิ่นประมาท ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหนึ่งปี หรือปรับไม่เกินสองหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
มาตรา 327 ผู้ใดใส่ความผู้ตายต่อบุคคลที่สาม และการใส่ความนั้นน่าจะเป็นเหตุให้บิดา มารดา คู่สมรส หรือบุตรของผู้ตายเสียชื่อเสียง ถูกดูหมิ่นหรือถูกเกลียดชัง ผู้นั้นกระทำความผิดฐานหมิ่นประมาท ต้องระวางโทษดังบัญญัติไว้ในมาตรา 326 นั้น