งานเผยแพร่ความรู้ทางด้าน กฎหมาย การบริหารการจัดการหนี้สินในองค์กรภาครัฐและภาคเอกชน การฝึกอบรมสัมมนาพัฒนาบุคลากร ในการประกอบธุรกิจ หากหน่วยงานของรัฐ บริษัทห้างร้าน มีความสนใจ เชิญทีมงานไปฝึกอบรมสัมมนาหรือต้องการข้อมูลข่าวสาร ติดต่อได้ที่ 02-948-5700 อ่านต่อ
ท่านใดที่สนใจเกี่ยวกับหลักสูตรฝึกอบรมการติดตามหนี้ ทวงหนี้อย่างไรให้ได้ผล ได้เงิน รักษาภาพลักษณ์ รักษาลูกค้า/หลักสูตรการป้องกันและการปราบปรามการทุจริตภายในองค์กร/หลักสูตรกฎหมายแรงงาน สำหรับเจ้าหน้าที่ฝ่ายบุคคลหรือผู้บริหารบริษัท สนใจโทร.02-9485700 อ่านต่อ
สืบทุกเรื่องที่คุณอยากรู้ มีเรื่องคาใจอยากรู้ความจริง โทรมาคุยกับกุ้งได้ที่ 081-625-2161หรือ 089-669-5026 "อย่าปล่อยให้มีเรื่องคาใจ อะไรที่ไม่สบายใจ ต้องหาทางปลดปล่อย สืบให้รู้ความจริง จะได้จบสิ้นกันเสียที สำหรับความทุกข์ที่คาใจมาเป็นเวลานาน อย่าปล่อยให้คนนอกใจลอยนวล" อ่านต่อ
รับแปลเอกสารต่างๆ อ่านต่อ
น้องสาวถูกจับคดียาเสพติด
น้องสาวถูกจับข้อหาคดียาบ้า จำนวน 1000 เม็ด และยาไอซ์ประมาณ 10 G แต่พอไปตรวจสารบริสุทธิ์ได้ 20.114 กรัม โทษจะมาเท่าไหร่ค่ะ แต่น้องสาวได้ไปขยายผลจับเพื่อนได้อีก 1 คน ยาบ้า 50 เม็ด แต่ในสำนวนไม่มีการลงลายลักอักษรเอาไว้เลย แต่ตำรวจบอกว่าวันที่ส่งฟ้องจะไปพูดต่อหน้าศาลให้ว่าน้องได้มีการช่วยเหลือราชการ แต่มีทนายบอกว่าต้องลงสำนวนด้วย จำเป็นหรือเปล่าค่ะที่ต้องมีลายลักอักษร ช่วยตอบหนูทีนะค่ะ แล้วในเรื่องอุทธรณ์ น้องสาวได้มีลูก 2 คน คนโตเป็น เด็กออทิคติก (เป็นเด็กไม่ปกตินะค่ะ) และสามีน้องได้ทิ้งไปไม่ได้ส่งเสียเลย หนูจะสามารถยื่นเรื่องขอความเห็นใจจากศาลได้หรือเปล่าค่ะ ช่วยตอนหนูทีนะค่ะ ตอนนี้หนูสับสน สงสารน้องมากเลยค่ะ
คำแนะนำทนายคลายทุกข์
1. ความผิดฐานจำหน่าย หรือมีไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย ซึ่งยาเสพติดให้โทษในประเภท 1 (ยาบ้า) โดยไม่ได้รับอนุญาต และมีปริมาณคำนวณเป็นสารบริสุทธิ์ตั้งแต่ปริมาณที่กำหนด ตามมาตรา 15 วรรค 3 แต่ไม่เกิน 20 กรัม ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่ 4 ปี ถึงจำคุกตลอดชีวิต และปรับตั้งแต่ 400,000 บาท ถึง 5 ล้านบาท ตาม พ.ร.บ.ยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2522 มาตรา 66 วรรค 2
2. เมื่อน้องสาวได้ให้ข้อมูลที่สำคัญแก่พนักงานสอบสวนในการสืบสวนขยายผลการจับกุมผู้ค้ายาเสพติดรายอื่นได้ด้วย จึงย่อมเป็นประโยชน์อย่างยิ่งในการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติดให้โทษ ซึ่งกรณีดังกล่าวย่อมเป็นเหตุบรรเทาโทษ ที่ศาลจะลงโทษน้องสาวน้อยกว่าอัตราโทษขั้นต่ำที่กำหนดไว้สำหรับความผิดนั้นก็ได้ ตามมาตรา 100/2 แห่ง พ.ร.บ.ยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2522
3. ตามกฎหมายเมื่อผู้กระทำความผิดได้ให้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์ต่อพนักงานสอบสวน ย่อมเป็นหน้าที่ของพนักงานสอบสวน ที่จะต้องระบุข้อเท็จจริงซึ่งเป็นประโยชน์แก่ผู้กระทำความผิดดังกล่าว ให้ปรากฎชัดแจ้งไว้ในสำนวณการสอบสวนด้วย นอกจากพนักงานสอบสวนจะเบิกความข้อเท็จจริงนี้ต่อศาลแล้ว จึงมีความจำเป็นอย่างยิ่งที่น้องสาวจะต้องโต้แย้งให้พนักงานสอบสวนจดแจ้งให้ปรากฎลงไว้ในสำนวนการสอบสวน
และหากพนักงานสอบสวนเพิกเฉยไม่ดำเนินการดังกล่าว ย่อมเป็นเจ้าพนักงานละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ เพื่อให้เกิดความเสียหายแก่น้องสาว พนักงานสอบสวนเจ้าของสำนวน ย่อมมีความผิดตาม ป.อ. มาตรา 157 ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่ 1 ปี ถึง 10 ปี หรือปรับตั้งแต่ 2,000 บาท ถึง 20,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ น้องสาวย่อมเป็นผู้เสียหายจากการกระทำความผิดของพนักงานสอบสวน ย่อมมีสิทธิดำเนินคดีต่อเจ้าพนักงานนั้นได้ตามกฎหมาย ตาม ป.วิ.อ. มาตรา 2 (4),(7), มาตรา 28 (2)
4. หากน้องสาวมีเหตุอันใดที่แสดงให้ศาลเห็นอกเห็นใจ ก็มีสิทธิเสนอให้ศาลเห็นได้ แต่ศาลจะมีความเมตตาเห็นอกเห็นใจหรือย่อมเป็นดุลยพินิจพิจารณาของศาล
ตัวบทกฎหมายอ้างอิง
พระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2522
มาตรา 66 ผู้ใดจำหน่ายหรือมีไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายซึ่งยาเสพติดให้โทษในประเภท 1 โดยไม่ได้รับอนุญาตและมีปริมาณคำนวณเป็นสารบริสุทธิ์ หรือมีจำนวนหน่วยการใช้ หรือมีน้ำหนักสุทธิไม่ถึงปริมาณที่กำหนดตามมาตรา 15 วรรคสาม ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่สี่ปีถึงสิบห้าปี หรือปรับตั้งแต่แปดหมื่นบาทถึงสามแสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
ถ้ายาเสพติดให้โทษตามวรรคหนึ่งมีปริมาณคำนวณเป็นสารบริสุทธิ์ตั้งแต่ปริมาณที่กำหนดตามมาตรา 15 วรรคสาม แต่ไม่เกินยี่สิบกรัม ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่สี่ปีถึงจำคุกตลอดชีวิตและปรับตั้งแต่สี่แสนบาทถึงห้าล้านบาท
ถ้ายาเสพติดให้โทษตามวรรคหนึ่งมีปริมาณคำนวณเป็นสารบริสุทธิ์เกินยี่สิบกรัมขึ้นไปต้องระวางโทษจำคุกตลอดชีวิตและปรับตั้งแต่หนึ่งล้านบาทถึงห้าล้านบาท หรือประหารชีวิต
มาตรา 100/2 ถ้าศาลเห็นว่าผู้กระทำความผิดผู้ใดได้ให้ข้อมูลที่สำคัญและเป็นประโยชน์อย่างยิ่งในการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติดให้โทษต่อพนักงานฝ่ายปกครอง หรือตำรวจ หรือพนักงานสอบสวน ศาลจะลงโทษผู้นั้นน้อยกว่าอัตราโทษขั้นต่ำที่กำหนดไว้สำหรับความผิดนั้นก็ได้
ประมวลกฎหมายอาญา
มาตรา 157 ผู้ใดเป็นเจ้าพนักงาน ปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ เพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด หรือปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่หนึ่งปีถึงสิบปี หรือปรับตั้งแต่สองพันบาทถึงสองหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา
มาตรา 2 ในประมวลกฎหมายนี้
(4) “ผู้เสียหาย” หมายความถึงบุคคลผู้ได้รับความเสียหายเนื่องจากการกระทำผิดฐานใดฐานหนึ่ง รวมทั้งบุคคลอื่นที่มีอำนาจจัดการแทนได้ ดั่งบัญญัติไว้ในมาตรา 4,5 และ 6
(7) “คำร้องทุกข์” หมายความถึงการที่ผู้เสียหายได้กล่าวหาต่อเจ้าหน้าที่ตามบทบัญญัติแห่งประมวลกฎหมายนี้ ว่ามีผู้กระทำความผิดขึ้น จะรู้ตัวผู้กระทำความผิดหรือไม่ก็ตามซึ่งกระทำให้เกิดความเสียหายแก่ผู้เสียหาย และการกล่าวหาเช่นนั้นได้กล่าวโดยมีเจตนาจะให้ผู้กระทำความผิดได้รับโทษ
มาตรา 28 บุคคลเหล่านี้มีอำนาจฟ้องคดีอาญาต่อศาล
(2) ผู้เสียหาย