งานเผยแพร่ความรู้ทางด้าน กฎหมาย การบริหารการจัดการหนี้สินในองค์กรภาครัฐและภาคเอกชน การฝึกอบรมสัมมนาพัฒนาบุคลากร ในการประกอบธุรกิจ หากหน่วยงานของรัฐ บริษัทห้างร้าน มีความสนใจ เชิญทีมงานไปฝึกอบรมสัมมนาหรือต้องการข้อมูลข่าวสาร ติดต่อได้ที่ 02-948-5700 อ่านต่อ
ท่านใดที่สนใจเกี่ยวกับหลักสูตรฝึกอบรมการติดตามหนี้ ทวงหนี้อย่างไรให้ได้ผล ได้เงิน รักษาภาพลักษณ์ รักษาลูกค้า/หลักสูตรการป้องกันและการปราบปรามการทุจริตภายในองค์กร/หลักสูตรกฎหมายแรงงาน สำหรับเจ้าหน้าที่ฝ่ายบุคคลหรือผู้บริหารบริษัท สนใจโทร.02-9485700 อ่านต่อ
สืบทุกเรื่องที่คุณอยากรู้ มีเรื่องคาใจอยากรู้ความจริง โทรมาคุยกับกุ้งได้ที่ 081-625-2161หรือ 089-669-5026 "อย่าปล่อยให้มีเรื่องคาใจ อะไรที่ไม่สบายใจ ต้องหาทางปลดปล่อย สืบให้รู้ความจริง จะได้จบสิ้นกันเสียที สำหรับความทุกข์ที่คาใจมาเป็นเวลานาน อย่าปล่อยให้คนนอกใจลอยนวล" อ่านต่อ
รับแปลเอกสารต่างๆ อ่านต่อ
มีเอกสารทวงหนี้นอกระบบจากสำนักงานกฎหมาย ทั้งๆ ที่ไม่ได้กู้
แม่ของดิฉันได้รับจดหมายติดตามทวงหนี้จากทนายว่าเป็นหนี้ นาง ก. (ชื่อสมมุติ)อยู่ประมาณ 9 แสนกว่าบาท เมื่อวันที่ 1 ก.ค. (ซึ่งนาง ก. เป็นเจ้าหนี้นอกระบบ ไม่ใช่สถาบันการเงิน) โดยทาง ก. คิดดอกเบี้ย ร้อยละ 15% ต่อปี และในจดหมายยังอ้างว่า แม่ได้ตกลงชำระหนี้เสร็จสิ้น ให้แก่ นาง ก. ภายในวันที่ 23 ม.ค. 53 และบอกว่าแม่ดิฉันได้ผิดนัดชำระมาโดยตลอด และว่าแม่ดิฉันได้รับทราบในเงื่อนไขในสัญญาดีแล้ว (ทั้งๆ ที่แม่ดิฉันไม่ได้กู้เงินยอด 9 แสน และไม่ได้เซ็นต์สัญญาอะไรทั้งนั้น ) เพียงแต่เคยกู้เงินมาเพียง 2 หมื่นบาท ดอกเบี้ยร้อยละ 20 และได้จ่ายเงินไปเรียบร้อยแล้ว เมื่อเดือน ธ.ค. 52 โดย นาง ก. ได้ให้แม่ดิฉันเซ็นต์สัญญากู้ และเก็บสัญญาไว้กับตัวเอง โดยไม่ได้ให้ผู้กู้ถือไว้ 1 ฉบับตามกฏหมาย และดิฉันก็ไม่เห็นสัญญาว่าเขียนอย่างไรรูปแบบสัญญาเป็นอย่างไร ได้เขียนว่ากู้เงินมา สองหมื่นบาทถ้วน รึเปล่าก็ไม่รู้ เกรงจะระบุเป็นตัวเลขและไปเติมเองภายหลัง
ทั้งนี้ในจดหมายยังระบุว่า ให้แม่ของดิฉันไปชำระหนี้ภายใน 7 วัน (ตอนนี้ได้เลยมา 1 เดือนแล้วก็ไม่เห็นมีการดำเนินคดีแต่อย่างไร หมายความว่าอย่างไรค่ะ เขาตั้งใจจะกลั่นแกล้งแม่หนู หรือตั้งใจจะขูดรีดกันจริงๆ ) ไม่อย่างนั้น ทนายความผู้รับมอบอำนาจมีความจำเป้นที่จะต้องบอกเลิกสัญญาเงินกู้ (ถ้ามีสัญญาจริงๆ จะบอกเลิกสัญญาทำไมค่ะ เขาไม่เอามาเป็นหลักฐานติดตามทวงหนี้แม่หนูเหรอ) พร้อมกับดำเนินคดีและเรียกร้องเอาค่าเสียหายตลอดชดใช้ค่าทนายความจากท่านต่อไป
คำถาม
แม่ดิฉันไม่ได้กู้เงินทาง ก. และไม่มีการเซ็นต์สัญญา แล้วทนายเอาที่ไหนมาอ้างว่า มีดิฉันเป็นหนี้ นาง ก. - เกรงว่าทั้งสองจะรวมมือกันกลั่นแกล้งแม่ดิฉันซึ่งเป็นคนไม่รู้หนังสือได้หรือไม่ ดิฉันสามารถดำเนินการกับเจ้าหนี้ และทนายคนนี้อย่างไรได้บ้าง
1. สามารถฟ้องร้องหมิ่นประมาทและสร้างหลักฐานเท็จเพื่อเอาเปรียบได้หรือไม่ ทำให้แม่ดิฉันเสียขวัญกำลังใจในการดำเนินชีวิต และอับอายชาวบ้านได้เหรอไม่
2. เจ้าหนี้นอกระบบสามารถว่าจ้างทนายให้ดำเนินการติดตามหนี้ได้หรือไม่
3. ทนายสามารถ เรียกเก็บค่าทนายจากผู้ถูกดำเนินคดี ได้ด้วยเหรอค่ะ
จากเหตุการณ์ข้างบน ดิฉันสามารถฟ้องร้องข้อหาอะไรได้บ้าง และสามารถเรียกค่าเสียหายได้เท่าไหร่ ตามหลักกฎหมาย
คำแนะนำทนายคลายทุกข์
1. หากนาง ก. ได้ระบุยอดต้นเงินที่กู้เป็นจำนวน 9 แสนกว่าบาท ทั้งที่คุณแม่กู้เงินมาเพียง 2 หมื่นบาท หากเป็นจริงตามที่ท่านกล่าวอ้างว่า เท่ากับว่าจำนวนเงินที่กู้ยืมจริง 2 หมื่นบาท ไม่เคยปรากฎในสัญญากู้มาก่อน แล้วนาง ก. มาระบุยอดต้นเงินเป็น 9 แสนกว่าบาท ซึ่งเป็นต้นเงินที่ไม่เป็นความจริง สัญญากู้รายนี้ย่อมเป็นสัญญากู้ปลอม หาก นาง ก. ได้ให้ทนายความนำสัญญากู้นี้มาฟ้องให้ท่านรับผิดชำระหนี้ตามสัญญากู้ปลอมนี้ ย่อมก่อให้เกิดความเสียหายขึ้นแก่ท่าน ท่านย่อมมีสิทธิแจ้งความร้องทุกข์ต่อเจ้าพนักงานตำรวจให้ดำเนินคดีอาญากับ นาง ก ในความผิดฐานปลอมแปลงเอกสารและใช้เอกสารปลอม ตาม ป.อ. มาตรา 264, 268
2. โดยปกติแล้วหากเจ้าหนี้เงินกู้นอกระบบ มีหลักฐานแห่งการกู้ยืมเป็นหนังสือลงลายมือชื่อของผู้ยืมเป็นสำคัญ ย่อมมีสิทธิจ้างทนายความให้ฟ้องคดีแก่ลูกหนี้ผู้กู้ให้ชำระหนี้ตามสัญญากู้ได้ ตาม ป.พ.พ. มาตรา 653 โดย ไม่มีกฎหมายบัญญัติห้ามไว้
3. หาก นาง ก. มีหลักฐานแห่งการกู้ยืมเป็นหนังสือสัญญากู้ของคุณแม่ผู้ยืมเป็นสำคัญ และมียอดเงินต้นที่กู้ตามจริง นาง ก. ย่อมมีสิทธิฟ้องร้องต่อศาลเรียกบังคับชำระหนี้เงินกู้นั้นได้ และถือเป็นการใช้สิทธิตามปกตินิยมที่กฎหมายบัญญัติคุ้มครองไว้แก่เจ้าหนี้ ย่อมไม่ถือว่าทำให้ลูกหนี้เสียชื่อเสียงแต่อย่างใด ลูกหนี้ไม่มีสิทธิเรียกค่าเสียหาย
4. หากเจ้าหนี้ฟ้องศาลบังคับชำระหนี้แก่เจ้าหนี้ และศาลตัดสินให้ลูกหนี้ชำระหนี้ ตามกฎหมายลูกหนี้ผู้แพ้คดีจะต้องชำระค่าฤชาธรรมเนียมทนายความแทนโจทก์เจ้าหนี้ด้วย
ตัวบทกฎหมายอ้างอิง
ประมวลกฎหมายอาญา
มาตรา 264 ผู้ใดทำเอกสารปลอมขึ้นทั้งฉบับหรือแต่ส่วนหนึ่งส่วนใด เติมหรือตัดทอนข้อความ หรือแก้ไขด้วยประการใดๆ ในเอกสารที่แท้จริง หรือประทับตราปลอม หรือลงลายมือชื่อปลอมในเอกสาร โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ผู้อื่นหรือประชาชน ถ้าได้กระทำเพื่อให้ผู้หนึ่งผู้ใดหลงเชื่อว่าเป็นเอกสารที่แท้จริง ผู้นั้นกระทำความผิดฐานปลอมเอกสารต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสามปี หรือปรับไม่เกินหกพันบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
ผู้ใดกรอกข้อความลงในแผ่นกระดาษหรือวัตถุอื่นใด ซึ่งมีลายมือชื่อของผู้อื่นโดยไม่ได้รับความยินยอม หรือโดยฝ่าฝืนคำสั่งของผู้อื่นนั้น ถ้าได้กระทำเพื่อนำเอาเอกสารนั้นไปใช้ในกิจการที่อาจเกิดเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใดหรือประชาชน ให้ถือว่าผู้นั้นปลอมเอกสาร ต้องระวางโทษเช่นเดียวกัน
มาตรา 268 ผู้ใดใช้หรืออ้างเอกสารอันเกิดจากการกระทำความผิดตามมาตรา 264 มาตรา 265 มาตรา 266 หรือมาตรา 267 ในประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ผู้อื่นหรือประชาชน ต้องระวางโทษดังที่บัญญัติไว้ในมาตรานั้นๆ
ถ้าผู้กระทำความผิดตามวรรคแรกเป็นผู้ปลอมเอกสารนั้น หรือเป็นผู้แจ้งให้เจ้าพนักงานจดข้อความนั้นเองให้ลงโทษตามมาตรานี้แต่กระทงเดียว
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์
มาตรา 653 การกู้ยืมเงินกว่าสองพันบาทขึ้นไปนั้น ถ้ามิได้มีหลักฐานแห่งการกู้ยืมเป็นหนังสืออย่างใดอย่างหนึ่งลงลายมือชื่อผู้ยืมเป็นสำคัญ จะฟ้องร้องให้บังคับคดีหาได้ไม่
ในการกู้ยืมเงินมีหลักฐานเป็นหนังสือนั้น ท่านว่าจะนำสืบการใช้เงินได้ต่อเมื่อมีหลักฐานเป็นหนังสืออย่างใดอย่างหนึ่งลงลายมือชื่อผู้ให้ยืมมาแสดงหรือเอกสารอันเป็นหลักฐานแห่งการกู้ยืมนั้นได้เวนคืนแล้ว หรือได้แทงเพิกถอนลงในเอกสารนั้นแล้ว