โอนมรดก|โอนมรดก

โอนมรดก

  • ทนายคลายทุกข์ ปรึกษากฎหมาย โทร 02-9485700
  • Email: [email protected]
Header Background Image

งานเผยแพร่ความรู้ทางด้าน กฎหมาย การบริหารการจัดการหนี้สินในองค์กรภาครัฐและภาคเอกชน การฝึกอบรมสัมมนาพัฒนาบุคลากร ในการประกอบธุรกิจ หากหน่วยงานของรัฐ บริษัทห้างร้าน มีความสนใจ เชิญทีมงานไปฝึกอบรมสัมมนาหรือต้องการข้อมูลข่าวสาร ติดต่อได้ที่ 02-948-5700 อ่านต่อ

ท่านใดที่สนใจเกี่ยวกับหลักสูตรฝึกอบรมการติดตามหนี้ ทวงหนี้อย่างไรให้ได้ผล ได้เงิน รักษาภาพลักษณ์ รักษาลูกค้า/หลักสูตรการป้องกันและการปราบปรามการทุจริตภายในองค์กร/หลักสูตรกฎหมายแรงงาน สำหรับเจ้าหน้าที่ฝ่ายบุคคลหรือผู้บริหารบริษัท สนใจโทร.02-9485700 อ่านต่อ

สืบทุกเรื่องที่คุณอยากรู้ มีเรื่องคาใจอยากรู้ความจริง โทรมาคุยกับกุ้งได้ที่ 081-625-2161หรือ 089-669-5026 "อย่าปล่อยให้มีเรื่องคาใจ อะไรที่ไม่สบายใจ ต้องหาทางปลดปล่อย สืบให้รู้ความจริง จะได้จบสิ้นกันเสียที สำหรับความทุกข์ที่คาใจมาเป็นเวลานาน อย่าปล่อยให้คนนอกใจลอยนวล" อ่านต่อ

รับแปลเอกสารต่างๆ อ่านต่อ

โอนมรดก

พ่อเป็นเจ้าของที่ดินมีชื่อในโฉนดที่ดิน ต่อมาพ่อเสีย(ไม่ได้ทำพินัยกรรม)

บทความวันที่ 17 ส.ค. 2553, 00:00

มีผู้อ่านทั้งหมด 811 ครั้ง


โอนมรดก

          พ่อเป็นเจ้าของที่ดินมีชื่อในโฉนดที่ดิน  ต่อมาพ่อเสีย(ไม่ได้ทำพินัยกรรม)  แม่เลยขอโอนที่แล้วให้ใส่ชื่อในโฉนดที่ดิน ทั้ง 3 คนเลย  คือ  แม่  ดิฉัน  และน้องชาย  ในโฉนดเขียนว่า "โอนมรดก"  เพราะแม่คิดว่าคงไม่มีปัญหาในภายหน้า(เชื่อใจลูก)  ต่อมาน้องชายมีภรรยาเชื่อภรรยามาก  มาบอกแม่ว่าขอที่ดินไปจำนองจะเอาเงินไปใช้หนี้  และจะแบ่งส่วนหนึ่งให้แม่ดิฉันไว้ใช้หนี้  ดิฉันกับแม่ก็ไปเซ็นต์ยินยอมให้  แต่สุดท้ายก็แอบไปรับเงินและเอาเงินไปใช้ออกรถยนต์กันสองผัวเมีย  โดยที่เงินก็ไม่ได้ใช้หนี้และก็ไม่ได้เอามาให้แม่สักบาทเดียว  และก็ไม่เคยส่งเสียแม่ดิฉันเลยสักบาท  แถมยังไม่เคยโผล่หัวมาดูแม่ดิฉันเลยตั้งแต่ได้เงินไป  แม่ดิฉันจะฟ้องว่าลูกเนรคุณได้หรือไม่คะ (แม่อยากจะเปลี่ยนชื่อในโฉนดที่ดินเป็นชื่อเขาคนเดียว  โดยดิฉันยินยอมแต่น้องชายคงไม่ยินยอม) 

คำแนะนำทนายคลายทุกข์
         1.การที่ที่ดินมรดกของพ่อ  ได้ตกทอดมาเป็นมรดกแก่ทายาท โดยได้โอนทางทะเบียนใส่ชื่อของแม่ท่าน  และน้องชายในโฉนดที่ดินนี้  ที่ดินแปลงนี้จึงมีแม่ท่านและน้องชายเป็นเจ้าของรวมซึ่งกฎหมายให้สันนิษฐานไว้ก่อนว่าผู้เป็นเจ้าของรวมกันมีส่วนเท่ากันและมีสิทธิจัดการทรัพย์สินรวมกัน ตามป.พ.พ.ม.1356 ,1357 และ 1358
          2.คุณแม่ท่านและน้องชายซึ่งเป็นเจ้าของรวมในที่ดินและบ้านนั้น ย่อมมีสิทธิจำนองที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างนั้นได้ แต่จะกระทำได้ก็แต่ด้วยความยินยอมแห่งเจ้าของรวมทุกคน ตามป.พ.พ.ม.1361 ดังนั้น สัญญาจำนองย่อมเกิดขึ้นโดยสมบูรณ์และมีผลบังคับตามกฎหมาย เมื่อเจ้าของรวมทุกคนได้ให้ความยินยอมในการจำนองพร้อมสิ่งปลูกสร้างดังกล่าวนั้น
          3.แม้น้องชายจะแอบไปรับเงินและเอาเงินนั้นไปใช้เป็นการส่วนตัวไม่มอบให้คุณแม่ใช้สอยตามที่ตกลงกันไว้รูปเรื่องย่อมไม่ใช่นิติกรรมการให้โดยเสน่ห์หาที่คุณแม่และท่านจะถอนคืนการให้เพราะเหตุผู้รับประพฤติเนรคุณให้ต่อไป กรณีไม่เข้าหลักเกณฑ์ตาม ป.พ.พ.ม.531
           4.กรณีย่อมเป็นเรื่องที่คุณแม่หรือท่านซึ่งเป็นเจ้าของรวมคนหนึ่งๆ มีสิทธิเรียกให้แบ่งที่ดินพร้อมบ้านนั้นได้ ตามความแห่งป.พ.พ.ม.1363

ตัวบทกฎหมายอ้างอิง
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์
มาตรา 531
  อันผู้ให้จะเรียกถอนคืนการให้เพราะเหตุผู้รับประพฤติเนรคุณนั้นท่านว่าอาจจะเรียกได้แต่เพียงในกรณีดังจะกล่าวต่อไปนี้
(1) ถ้าผู้รับได้ประทุษร้ายต่อผู้ให้เป็นความผิดฐานอาญาอย่างร้ายแรงตามประมวลกฎหมายลักษณะอาญา หรือ
(2) ถ้าผู้รับได้ทำให้ผู้ให้เสียชื่อเสียง หรือหมิ่นประมาทผู้ให้อย่างร้ายแรง หรือ
(3) ถ้าผู้รับได้บอกปัดไม่ยอมให้สิ่งของจำเป็นเลี้ยงชีวิตแก่ผู้ให้ ในเวลาที่ผู้ให้ยากไร้และผู้รับยังสามารถจะให้ได้

มาตรา 1356  ถ้าทรัพย์สินเป็นของบุคคลหลายคนรวมกัน ท่านให้ใช้บทบัญญัติในหมวดนี้บังคับ เว้นแต่จะมีกฎหมายบัญญัติไว้เป็นอย่างอื่น

มาตรา 1357  ท่านให้สันนิษฐานไว้ก่อนว่าผู้เป็นเจ้าของรวมกันมีส่วนเท่ากัน

มาตรา 1358  ท่านให้สันนิษฐานไว้ก่อนว่าเจ้าของรวมมีสิทธิจัดการทรัพย์สินรวมกัน
ในเรื่องจัดการตามธรรมดา ท่านว่าพึงตกลงโดยคะแนนข้างมากแห่งเจ้าของรวมแต่เจ้าของรวมคนหนึ่งๆ อาจทำสิ่งใดสิ่งหนึ่งในทางจัดการตามธรรมดาได้ เว้นแต่ฝ่ายข้างมากได้ตกลงไว้เป็นอย่างอื่น แต่เจ้าของรวมคนหนึ่งๆ อาจทำการเพื่อรักษาทรัพย์สินได้เสมอ
ในเรื่องจัดการอันเป็นสาระสำคัญ ท่านว่าต้องตกลงกันโดยคะแนนข้างมากแห่งเจ้าของรวม และคะแนนข้างมากนั้นต้องมีส่วนไม่ต่ำกว่าครึ่งหนึ่งแห่งค่าทรัพย์สิน
การเปลี่ยนแปลงวัตถุที่ประสงค์นั้น ท่านว่าจะตกลงกันได้ก็แต่เมื่อเจ้าของรวมเห็นชอบทุกคน

มาตรา 1361 เจ้าของรวมคนหนึ่งๆ จะจำหน่ายส่วนของตน หรือจำนอง หรือก่อให้เกิดภาระติดพันก็ได้
แต่ตัวทรัพย์สินนั้นจะจำหน่าย จำนำ จำนอง หรือก่อให้เกิดภาระติดพันได้ก็แต่ด้วยความยินยอมแห่งเจ้าของรวมทุกคน
ถ้าเจ้าของรวมคนใดจำหน่าย จำนำ จำนอง หรือก่อให้เกิดภาระติดพันทรัพย์สินโดยมิได้รับความยินยอมแห่งเจ้าของรวมทุกคน แต่ภายหลังเจ้าของรวมคนนั้นได้เป็นเจ้าของทรัพย์สินแต่ผู้เดียวไซร้ ท่านว่านิติกรรมนั้นเป็นอันสมบูรณ์

มาตรา1363  เจ้าของรวมคนหนึ่งๆ มีสิทธิเรียกให้แบ่งทรัพย์สินได้ เว้นแต่จะมีนิติกรรมขัดอยู่ หรือถ้าวัตถุที่ประสงค์ที่เป็นเจ้าของรวมกันนั้นมีลักษณะเป็นการถาวร ก็เรียกให้แบ่งไม่ได้
สิทธิเรียกให้แบ่งทรัพย์สินนั้น ท่านว่าจะตัดโดยนิติกรรมเกินคราวละสิบปีไม่ได้
ท่านว่าเจ้าของรวมจะเรียกให้แบ่งทรัพย์สินในเวลาที่ไม่เป็นโอกาสอันควรไม่ได้

 

แสดงความเห็น

ข่าวที่มีผู้อ่านมาก