ถูกเรียกเก็บหนี้ที่ไม่สามารถจ่ายได้ทำอย่างไรดี|ถูกเรียกเก็บหนี้ที่ไม่สามารถจ่ายได้ทำอย่างไรดี

ถูกเรียกเก็บหนี้ที่ไม่สามารถจ่ายได้ทำอย่างไรดี

  • ทนายคลายทุกข์ ปรึกษากฎหมาย โทร 02-9485700
  • Email: [email protected]
Header Background Image

งานเผยแพร่ความรู้ทางด้าน กฎหมาย การบริหารการจัดการหนี้สินในองค์กรภาครัฐและภาคเอกชน การฝึกอบรมสัมมนาพัฒนาบุคลากร ในการประกอบธุรกิจ หากหน่วยงานของรัฐ บริษัทห้างร้าน มีความสนใจ เชิญทีมงานไปฝึกอบรมสัมมนาหรือต้องการข้อมูลข่าวสาร ติดต่อได้ที่ 02-948-5700 อ่านต่อ

ท่านใดที่สนใจเกี่ยวกับหลักสูตรฝึกอบรมการติดตามหนี้ ทวงหนี้อย่างไรให้ได้ผล ได้เงิน รักษาภาพลักษณ์ รักษาลูกค้า/หลักสูตรการป้องกันและการปราบปรามการทุจริตภายในองค์กร/หลักสูตรกฎหมายแรงงาน สำหรับเจ้าหน้าที่ฝ่ายบุคคลหรือผู้บริหารบริษัท สนใจโทร.02-9485700 อ่านต่อ

สืบทุกเรื่องที่คุณอยากรู้ มีเรื่องคาใจอยากรู้ความจริง โทรมาคุยกับกุ้งได้ที่ 081-625-2161หรือ 089-669-5026 "อย่าปล่อยให้มีเรื่องคาใจ อะไรที่ไม่สบายใจ ต้องหาทางปลดปล่อย สืบให้รู้ความจริง จะได้จบสิ้นกันเสียที สำหรับความทุกข์ที่คาใจมาเป็นเวลานาน อย่าปล่อยให้คนนอกใจลอยนวล" อ่านต่อ

รับแปลเอกสารต่างๆ อ่านต่อ

ถูกเรียกเก็บหนี้ที่ไม่สามารถจ่ายได้ทำอย่างไรดี

ต้องออกจากงานตอนฟองสบู่แตกปี 2540 เป็นหนี้บัตรเครดิตของ CITI BANK

บทความวันที่ 16 ส.ค. 2553, 00:00

มีผู้อ่านทั้งหมด 611 ครั้ง


ถูกเรียกเก็บหนี้ที่ไม่สามารถจ่ายได้ทำอย่างไรดี

          ต้องออกจากงานตอนฟองสบู่แตกปี 2540 เป็นหนี้บัตรเครดิตของ CITI BANK ได้รับเอกสารจากศาลแขวงพระนครใต้ เป็นคดีแดงพิพากษาลงวันที่ 2 กรกฎาคม 2544 พิพากษาให้ดิฉันชำระเงินจำนวน 110,889.79 บาท  และให้จ่ายดอกเบี้ยร้อยละ 15 ต่อปี  แต่ดิฉันไม่ได้ชำระเลย  เนื่องจากไม่มีงานประจำทำ ไม่มีรายรับที่แน่นอน อาศัยอยู่บ้านแม่ ไม่มีสินทรัพย์อะไรทั้งสิ้น มือถือก็เป็นของน้องชายเอามาให้ใช้ เนื่องจากมีหน้าที่ดูแลแม่ที่มีอายุ 82 ปี และสุขภาพไม่ดี ส่วนตัวดิฉันเองมีโรคประจำตัวคือ ข้อสะโพกเสื่อม ไม่สามารถทำงานหนักได้  เพิ่งเปลี่ยนข้อสะโพกมาประมาณ 9 เดือนที่ผ่านมา ตลอดเวลา 10 ปีไม่ได้ทำงานหลักเลย ค่าใช้จ่ายส่วนตัว พี่ๆ ให้เดือนละ 2,000 - 3,000 บาท ไว้จ่ายส่วนตัว กินขนม และส่งประกันสังคม ม.39 เดือนละ 432 บาท ที่ได้ส่งต่อเนื่องมาเพื่อไว้รักษาตัวเอง  ตลอด 8 - 9 ปีที่ผ่านมาได้รับจดหมายจากบริษัททนายความให้เจรจา แต่ไม่เคยติดต่อกลับ  เนื่องจากไม่สามารถเจรจาอะไรได้ เปลี่ยนมาประมาณ 3 บริษัทแล้ว จนเมื่อวันพุธที่ 28 กรกฎาคม 53  มีเด็กส่งเอกสารมาถามหาดิฉันที่บ้านบอกจะมาขอเจรจา แต่ดิฉันไม่อยู่ น้องให้เขาเขียนเบอร์ติดต่อไว้ เมื่อเช้าดิฉันตัดสินใจโทรไปหาเจ้าหน้าที่ ถามว่า คดีไปถึงไหน ต้องการจะคุยอะไร เจ้าหน้าที่บอกว่ามีจ่ายวันนี้ไหม ดิฉันบอกไม่มีหรอก ไม่มีงานทำ แต่ให้น้องมีกดกริ่งหน้าบ้าน ที่บ้านมีคนแก่และไม่สบายอยู่เดี๋ยวเขาตกใจ เจ้าหน้าที่บอกว่าจะให้เขาทำอย่างไร คุณไม่จ่ายหนี้ เขาก็มีระบบในการบังคับให้คุณจ่าย จะมาบอกว่า ไม่มีเงินจ่ายแล้วโทรมาว่าให้เจ้าหน้าที่ไปกดกริ่ง  ไม่ไปบังคับคดี  หรือเข้ามายึดทรัพย์ไม่ได้หรอก ดิฉันถามว่า จะให้ดิฉันทำอย่างไร เขาสรุปว่าตอนนี้ทั้งต้นและดอกอยู่ที่ประมาณ  270,000 บาท แต่ถ้าจ่ายวันนี้ เขาจะเสนอนายให้จ่ายแค่คำพิพากษา ดิฉันบอกว่า จะจ่ายได้อย่างไร เจ้าหน้าที่ถามตอนนี้มีเงินอยู่ที่ตัวเท่าไร ดิฉันบอกมีอยู่ 2,000 บาท เจ้าหน้าที่บอกเขาไม่เอาหรอก คุณเก็บไว้ซื้อข้าวกินเถอะ (ฟังแล้วโมโหจี๊ด) เขาตัดบทบอกว่า จะติดต่อมาอีก วันที่ 9 สิงหาคม ขอเรียนถามว่า
          1. เคยโทรไปปรึกษาที่ 1167 เขาแนะนำว่าให้ไปดูคำสั่งศาลที่พระนครใต้ใหม่ก่อน ถ้าจะจ่ายให้ไปจ่ายที่ศาล ดิฉันถามว่าถ้ามีคนมาที่บ้านอีก ให้ตอบว่าอย่างไร เพราะกลัวจะมีคนมาก่อกวนให้แม่ คนแก่ไม่สบายใจ เขาบอกว่าจะไปเจรจาที่ศาล คิดว่าเป็นคำตอบที่ควรไหมค่ะ
          2. คดีความจะหมดหรือยัง ฟังจากที่อื่นมาบอกว่า ถ้าคดีใกล้จะหมดเจ้าหนี้จะโอนหนี้ไปที่อื่นเพื่อต่ออายุความ หรือเริ่มอายุความใหม่
          3. เจ้าหน้าที่บริษัท จะนำพาคนอื่นๆ เช่น ตำรวจ หรือเจ้าหน้าที่บังคับคดีเข้ามาในบ้านแม่และมาเอาทรัพย์สินของในบ้านได้ไหมค่ะ
          4. พี่สาวทิ้งรถยนต์ไว้ให้ขับพาแม่ไปหาหมอ หรือซื้อกลับข้าว ถ้าเจ้าหน้าที่เจอดิฉันขับรถอยู่เขาจะมายึดรถได้หรือไม่ รถชื่อพี่สาวค่ะ

คำแนะนำทนายคลายทุกข์
         1. เมื่อสำนักงานทนายความ อ้างว่า มีคำพิพากษาของศาลให้ชำระหนี้บัตรเครดิต  ท่านซึ่งเป็นลูกหนี้ตามคำพิพากษา   ย่อมมีสิทธิที่จะไปศาลเพื่อตรวจสอบว่า ศาลได้มีคำพิพากษาตามคำกล่าวอ้างของสำนักงานทนายความจริงหรือไม่  ซึ่งหากเป็นจริงท่านก็สามารถขอคำแนะนำและปรึกษากับเจ้าพนักงานบังคับคดีแห่งท้องที่ที่คดีอยู่ในเขต
         2. อายุความตามสิทธิเรียกร้องหนี้บัตรเครดิต  มีกำหนดอายุความ 2 ปี  นับแต่วันที่ลูกหนี้ผิดนัดชำระหนี้ ตาม ป.พ.พ. มาตรา 193/34 (7) แต่หากศาลพิพากษาถึงที่สุดให้ท่านชำระหนี้ตามคำพิพากษา  เจ้าหนี้ตามคำพิพากษาชอบที่จะร้องขอให้บังคับคดีตามคำพิพากษาได้  ภายใน 10 ปี นับแต่วันมีคำพิพากษานั้น  ตาม ป.วิ.พ. มาตรา 271
        3.  เจ้าหน้าที่บริษัท  ไม่อาจนำมาตำรวจทำการบังคับได้  เนื่องจากไม่ใช่หน้าที่ของเจ้าพนักงานตำรวจในการบังคับคดี  แต่อาจนำเจ้าพนักงานบังคับคดีโดยฐานเป็นผู้แทนเจ้าหนี้ตามคำพิพากษา  ในอันที่จะรับชำระหนี้  ยึดหรืออายัด และยึดถือทรัพย์สินของลูกหนี้ตามคำพิพากษาไว้  และมีอำนาจที่จะเอาทรัพย์สินเช่นว่านี้ออกขายทอดตลาดได้  ตาม ป.วิ.พ.มาตรา 278
       4. รถยนต์ซึ่งเป็นของพี่สาวของท่าน ย่อมไม่ใช่ทรัพย์สินของท่าน  ซึ่งเป็นลูกหนี้ตามคำพิพากษา  แม้ท่านจะเป็นผู้ใช้เจ้าพนักงานบังคับคดี  ก็ไม่มีสิทธิยึดออกขายทอดตลาดนำเงินมาชำระหนี้  หากเจ้าพนักงานบังคับคดียึดรถยนต์คันนี้ไป พี่สาวก็ย่อมมีสิทธิตามกฎหมายที่จะยื่นคำร้องขัดทรัพย์ต่อศาล  เพื่อขอให้ปล่อยรถยนต์ที่ยึดได้ต่อไป  ตามความแห่ง ป.วิ.พ.มาตรา 288

ตัวบทกฎหมายอ้างอิง
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์
มาตรา 193/34
  สิทธิเรียกร้องดังต่อไปนี้  ให้มีกำหนดอายุความสองปี
(7)  บุคคลซึ่งมิได้เข้าอยู่ในประเภทที่ระบุไว้ใน (1) แต่เป็นผู้ประกอบธุรกิจในการดูแลกิจการของผู้อื่นหรือรับทำงานการต่างๆ เรียกเอาสินจ้างอันจะพึงได้รับในการนั้น รวมทั้งเงินที่ได้ออกทดรองไป

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง
มาตรา 271 
ถ้าคู่ความหรือบุคคลซึ่งเป็นฝ่ายแพ้คดี (ลูกหนี้ตามคำพิพากษา)มิได้ปฏิบัติตามคำพิพากษาหรือคำสั่งของศาลทั้งหมดหรือบางส่วน คู่ความหรือบุคคลซึ่งเป็นฝ่ายชนะ (เจ้าหนี้ตามคำพิพากษา) ชอบที่จะร้องขอให้บังคับคดีตามคำพิพากษา หรือคำสั่งนั้นได้ภายในสิบปีนับแต่วันมีคำพิพากษาหรือคำสั่ง โดยอาศัยและตามคำบังคับที่ออกตามคำพิพากษาหรือคำสั่งนั้น

มาตรา 278  ภายใต้บังคับบทบัญญัติแห่งภาคนี้ว่าด้วยอำนาจและหน้าที่ของเจ้าพนักงานบังคับคดี นับแต่วันที่ได้ส่งหมายบังคับคดีให้แก่ลูกหนี้ตามคำพิพากษา หรือถ้าหมายนั้นมิได้ส่งนับแต่วันออกหมายนั้นเป็นต้นไป ให้เจ้าพนักงานบังคับคดีมีอำนาจในฐานเป็นผู้แทนเจ้าหนี้ตามคำพิพากษาในอันที่จะรับชำระหนี้หรือทรัพย์สินที่ลูกหนี้นำมาวางและออกใบรับให้กับมีอำนาจที่จะยึดหรืออายัดและยึดถือทรัพย์สินของลูกหนี้ตามคำพิพากษาไว้ และมีอำนาจที่จะเอาทรัพย์สินเช่นว่านี้ออกขายทอดตลาด ทั้งมีอำนาจที่จะจำหน่ายทรัพย์สินหรือเงินรายได้จากการนั้นและดำเนินวิธีการบังคับทั่ว ๆ ไปตามที่ศาลได้กำหนดไว้ในหมายบังคับคดี รวมทั้งให้เจ้าพนักงานบังคับคดีมีอำนาจดำเนินการใด ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการบังคับคดีได้โดยให้ถือเสมือนเป็นเจ้าพนักงานศาล
ให้เจ้าพนักงานบังคับคดีเป็นผู้รับผิดในการรักษาไว้โดยปลอดภัย ซึ่งเงินหรือทรัพย์สินหรือเอกสารทั้งปวงที่ยึดมาหรือที่ได้ชำระหรือส่งมอบให้แก่เจ้าพนักงานตามหมายบังคับคดี
ให้เจ้าพนักงานบังคับคดีทำบันทึกแล้วรักษาไว้ในที่ปลอดภัย ซึ่งวิธีการบังคับทั้งหลายที่ได้จัดทำไป และรายงานต่อศาลเป็นระยะ ๆ ไป
ในการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าพนักงานบังคับคดี เจ้าพนักงานบังคับคดีจะมอบหมายให้บุคคลอื่นปฏิบัติการแทนก็ได้ ทั้งนี้ ตามคุณสมบัติ หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่กำหนดในกฎกระทรวง
ให้หักค่าธรรมเนียมเจ้าพนักงานบังคับคดีตามตาราง 5 ท้ายประมวลกฎหมายนี้ เพื่อให้กรมบังคับคดีพิจารณาจ่ายเป็นค่าตอบแทนแก่ผู้ที่ได้รับมอบหมายตามวรรคสี่โดยไม่ต้องนำส่งกระทรวงการคลัง ทั้งนี้ ตามที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมกำหนดโดยได้รับความเห็นชอบจากกระทรวงการคลัง

มาตรา 288  ภายใต้บังคับบทบัญญัติแห่งมาตรา 55 ถ้าบุคคลใดกล่าวอ้างว่าจำเลยหรือลูกหนี้ตามคำพิพากษาไม่ใช่เจ้าของทรัพย์สินที่เจ้าพนักงานบังคับคดีได้ยึดไว้ ก่อนที่ได้เอาทรัพย์สินเช่นว่านี้ออกขายทอดตลาด หรือจำหน่ายโดยวิธีอื่น บุคคลนั้นอาจยื่นคำร้องขอต่อศาลที่ออกหมายบังคับคดีให้ปล่อยทรัพย์สินเช่นว่านั้น ในกรณีเช่นนี้ ให้ผู้กล่าวอ้างนั้นนำส่งสำเนาคำร้องขอแก่โจทก์หรือเจ้าหนี้ตามคำพิพากษา และจำเลยหรือลูกหนี้ตามคำพิพากษาและเจ้าพนักงานบังคับคดีโดยลำดับ เมื่อเจ้าพนักงานบังคับคดีได้รับคำร้องขอเช่นว่านี้ ให้งดการขายทอดตลาด หรือจำหน่ายทรัพย์สินที่พิพาทนั้นไว้ในระหว่างรอคำวินิจฉัยชี้ขาดของศาล ดังที่บัญญัติไว้ต่อไปนี้
เมื่อได้ยื่นคำร้องขอต่อศาลแล้ว ให้ศาลพิจารณาและชี้ขาดตัดสินคดีนั้นเหมือนอย่างคดีธรรมดา เว้นแต่
(1) เมื่อเจ้าหนี้ตามคำพิพากษาได้ยื่นคำขอโดยทำเป็นคำร้อง ไม่ว่าเวลาใด ๆ ก่อนวันกำหนดชี้สองสถานหรือก่อนวันสืบพยาน หากมีพยานหลักฐานเบื้องต้นแสดงว่าคำร้องขอนั้นไม่มีมูลและยื่นเข้ามาเพื่อประวิงให้ชักช้า ศาลมีอำนาจที่จะมีคำสั่งให้ผู้กล่าวอ้างวางเงินต่อศาลภายในระยะเวลาที่ศาลจะกำหนดไว้ในคำสั่งตามจำนวนที่ศาลเห็นสมควรเพื่อเป็นประกันการชำระค่าสินไหมทดแทนแก่เจ้าหนี้ตามคำพิพากษาสำหรับความเสียหายที่อาจได้รับ เนื่องจากเหตุเนิ่นช้าในการบังคับคดีอันเกิดแต่การยื่นคำร้องขอนั้น ถ้าผู้กล่าวอ้างไม่ปฏิบัติตามคำสั่งของศาล ให้ศาลมีคำสั่งจำหน่ายคดีออกจากสารบบความ
(2) ถ้าทรัพย์สินที่พิพาทนั้นเป็นสังหาริมทรัพย์และมีพยานหลักฐานเบื้องต้นแสดงว่าคำร้องขอนั้นไม่มีเหตุอันควรฟัง หรือถ้าปรากฏว่าทรัพย์สินที่ยึดนั้นเป็นสังหาริมทรัพย์ที่เก็บไว้นานไม่ได้ ศาลมีอำนาจที่จะมีคำสั่งให้เจ้าพนักงานบังคับคดีขายทอดตลาดหรือจำหน่ายทรัพย์สินเช่นว่านี้โดยไม่ชักช้า
คำสั่งของศาลตามวรรคสอง (1) และ (2) ให้เป็นที่สุด

 

แสดงความเห็น

ข่าวที่มีผู้อ่านมาก