แตกต่างระหว่างกฎหมายปัจจุบันกับร่าง พ.ร.บ.คุ้มครองผู้เสียหายจากการรับบริการสาธารณสุข|แตกต่างระหว่างกฎหมายปัจจุบันกับร่าง พ.ร.บ.คุ้มครองผู้เสียหายจากการรับบริการสาธารณสุข

แตกต่างระหว่างกฎหมายปัจจุบันกับร่าง พ.ร.บ.คุ้มครองผู้เสียหายจากการรับบริการสาธารณสุข

  • ทนายคลายทุกข์ ปรึกษากฎหมาย โทร 02-9485700
  • Email: [email protected]
Header Background Image

งานเผยแพร่ความรู้ทางด้าน กฎหมาย การบริหารการจัดการหนี้สินในองค์กรภาครัฐและภาคเอกชน การฝึกอบรมสัมมนาพัฒนาบุคลากร ในการประกอบธุรกิจ หากหน่วยงานของรัฐ บริษัทห้างร้าน มีความสนใจ เชิญทีมงานไปฝึกอบรมสัมมนาหรือต้องการข้อมูลข่าวสาร ติดต่อได้ที่ 02-948-5700 อ่านต่อ

ท่านใดที่สนใจเกี่ยวกับหลักสูตรฝึกอบรมการติดตามหนี้ ทวงหนี้อย่างไรให้ได้ผล ได้เงิน รักษาภาพลักษณ์ รักษาลูกค้า/หลักสูตรการป้องกันและการปราบปรามการทุจริตภายในองค์กร/หลักสูตรกฎหมายแรงงาน สำหรับเจ้าหน้าที่ฝ่ายบุคคลหรือผู้บริหารบริษัท สนใจโทร.02-9485700 อ่านต่อ

สืบทุกเรื่องที่คุณอยากรู้ มีเรื่องคาใจอยากรู้ความจริง โทรมาคุยกับกุ้งได้ที่ 081-625-2161หรือ 089-669-5026 "อย่าปล่อยให้มีเรื่องคาใจ อะไรที่ไม่สบายใจ ต้องหาทางปลดปล่อย สืบให้รู้ความจริง จะได้จบสิ้นกันเสียที สำหรับความทุกข์ที่คาใจมาเป็นเวลานาน อย่าปล่อยให้คนนอกใจลอยนวล" อ่านต่อ

รับแปลเอกสารต่างๆ อ่านต่อ

แตกต่างระหว่างกฎหมายปัจจุบันกับร่าง พ.ร.บ.คุ้มครองผู้เสียหายจากการรับบริการสาธารณสุข

ทนายคลายทุกข์ขอนำร่าง พ.ร.บ.คุ้มครองผู้เสียหายจากการรับบริการสาธารณสุข มานำเสนอ ซึ่งได้ให้สัมภาษณ์ รายการโลกของเรา

บทความวันที่ 9 ส.ค. 2553, 00:00

มีผู้อ่านทั้งหมด 926 ครั้ง


ข้อแตกต่างระหว่างกฎหมายปัจจุบันกับร่าง พ.ร.บ.คุ้มครองผู้เสียหายจากการรับบริการสาธารณสุข

          ทนายคลายทุกข์ขอนำร่าง พ.ร.บ.คุ้มครองผู้เสียหายจากการรับบริการสาธารณสุข  มานำเสนอ  ซึ่งได้ให้สัมภาษณ์ รายการโลกของเรา  ทาง FM 105  ออกอากาศ 19.30 น.  ซึ่งมีการพิจารณาถึงข้อดี-ข้อเสีย เปรียบเทียบกันระหว่าง กฎหมายปัจจุบันกับกฎหมายใหม่ที่กำลังจะออกมา  รายละเอียดปรากฎตามข้างล่างนี้

 

กฎหมายปัจจุบัน

กฎหมายใหม่

1.      ไม่มีการเยียวยา หรือช่วยเหลือ เบื้องต้น

2.      ไม่มีการพิจารณาเรื่องเงินชดเชย (ค่าสินไหมทดแทนความผิดพลาดจากการรักษา

3.      ใช้กฎหมายแพ่งเรื่องละเมิดและพรบ.เรื่องความรับผิดพนักงานเจ้าหน้าที่

4.      ต้องพิสูจน์ความผิดก่อนจึงจะช่วยเหลือ

5.      ได้รับเงินช่วยเหลือช้า

6.      ต้องฟ้องศาลใช้เวลานานเสียค่าใช้จ่ายสูงในการดำเนินคดี

7.      สถานพยาบาลไม่ต้องส่งเงินเข้ากองทุน

8.      ถูกดำเนินคดีตามกฎหมายอาญา ติดคุกจริง เช่นที่ภาคใต้ จำคุกหมอ 3 ปี

9.      อายุความ 1 ปี ละเมิด

10.  ไม่สะดุดหยุดอยู่

1.      มีการได้รับเงินช่วยเหลือเบื้องต้น

2.      ได้รับเงินชดเชย ตามมาตรา 5

3.      ใช้กฎหมายปัจจุบัน + กฎหมายใหม่ ควบคู่

4.      ไม่ต้องพิสูจน์ความรับผิด

5.      เร็ว มีคณะกรรมการ(หมอเรียกศาลเตี้ย)

6.      เป็นคดีผู้บริโภคไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายและได้รับการช่วยเหลือบางส่วนไปแล้ว

7.      ต้องส่งเงินเข้ากองทุนที่ตั้งขึ้นมา ตามโครงสร้างรายได้

8.      ศาลไม่ลงโทษหมอก็ได้ มาตรา  45 ถ้าเห็นว่าประวัติ พฤติการณ์ แห่งคดี มาตรฐานแห่งวิชาชีพ การบรรเทาผลร้ายแห่งคดี  การรู้สำนึกในความผิด การที่ได้มีการทำสัญญาประนีประนอมยอมความตามมาตรา 33 หรือมาตรา 34 การใช้ใช้เยียวยาความเสียหายและการที่ผู้เสียหายไม่ติดใจให้จำเลยได้รับโทษ ตลอดจนเหตุผลอื่นอันสมควร  มาพิจารณาประกอบด้วยในการนี้ ศาลจะลงโทษน้อยกว่าที่กฎหมายกำหนดไว้สำหรับความผิดนั้นเพียงใด หรือ จะไม่ลงโทษเลยก็ได้

9.      อายุความ 3 ปี ไม่เกิน 10 ปี

10.  อายุความสะดุดหยุดอยู่ เมื่อยื่นคำร้องขอความช่วยเหลือและขอค่าชดเชย

 

 

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 1

อันนี้ ไม่ถูกต้องนะครับ ข้อ 1 -4 -5 ผิด

การเยียวยามีแล้ว ช่วยเหลือเบื้องต้น ใน ม.41 จ่ายเร็ว ใน 1 เดือนอยู่แล้ว

ที่ 50,000 120,000 200,000 บาท จาก สปสช. ใน 46 ล้านคน

แต่ต้องการปรับเป็น 63 ล้านคนต่างหากครับ

ข้อ 6. ใช้ พรบ.วิผู้บริโภคฟ้องฟรีครับ ไม่เสียเงิน

ข้อ 7. สถานพยาบาลรัฐ รัฐมีงบประมาณ ปี 52 รวม 1000 ล้าน จ่ายจริง แค่ 73 ล้าน 

รพ.เอกชน จ่ายประกันเอกชนอยู่แล้ว อันนี้เจตนามารวบไว้กองเดียวครับ..

โปรดเข้าใจใหม่ด้วยครับ

โดยคุณ นิติกร รัฐสภา 8 ก.ย. 2553, 00:11

แสดงความเห็น

ข่าวที่มีผู้อ่านมาก