งานเผยแพร่ความรู้ทางด้าน กฎหมาย การบริหารการจัดการหนี้สินในองค์กรภาครัฐและภาคเอกชน การฝึกอบรมสัมมนาพัฒนาบุคลากร ในการประกอบธุรกิจ หากหน่วยงานของรัฐ บริษัทห้างร้าน มีความสนใจ เชิญทีมงานไปฝึกอบรมสัมมนาหรือต้องการข้อมูลข่าวสาร ติดต่อได้ที่ 02-948-5700 อ่านต่อ
ท่านใดที่สนใจเกี่ยวกับหลักสูตรฝึกอบรมการติดตามหนี้ ทวงหนี้อย่างไรให้ได้ผล ได้เงิน รักษาภาพลักษณ์ รักษาลูกค้า/หลักสูตรการป้องกันและการปราบปรามการทุจริตภายในองค์กร/หลักสูตรกฎหมายแรงงาน สำหรับเจ้าหน้าที่ฝ่ายบุคคลหรือผู้บริหารบริษัท สนใจโทร.02-9485700 อ่านต่อ
สืบทุกเรื่องที่คุณอยากรู้ มีเรื่องคาใจอยากรู้ความจริง โทรมาคุยกับกุ้งได้ที่ 081-625-2161หรือ 089-669-5026 "อย่าปล่อยให้มีเรื่องคาใจ อะไรที่ไม่สบายใจ ต้องหาทางปลดปล่อย สืบให้รู้ความจริง จะได้จบสิ้นกันเสียที สำหรับความทุกข์ที่คาใจมาเป็นเวลานาน อย่าปล่อยให้คนนอกใจลอยนวล" อ่านต่อ
รับแปลเอกสารต่างๆ อ่านต่อ
คดีทำร้ายร่างกายไม่มีความคืบหน้า
เนื่องจากเมื่อคืนวันอาทิตย์ที่ 11 ก.ค. 53 พี่ชายของดิฉันได้ไปดื่มเหล้าที่ร้านขายของชำ และโดนพวกขี้เหล้าเกเรในหมู่บ้านร่วมกันรุมทำร้าย 3 คน พี่ชายดิฉันมีคนเดียวสู้ไม่ไหว ได้รับบาดเจ็บสาหัสจนสลบไป เมื่อมีคนมาบอกดิฉันรีบนำตัวส่งโรงพยาบาลใกล้บ้าน ปรากฎว่า ต้องส่งต่อโรงพยาบาลในเมือง เนื่องจากเลือดคั่งในสมอง และเลือดออกในช่องท้อง กระดูกซี่โครงร้าว ดิฉันได้ไปแจ้งความไว้แล้ว แต่พวกนั้นให้ลูกน้องซึ่งเป็นหนึ่งในสาม ที่ทำร้ายร่างกายพี่ชายรับสารภาพคนเดียว เพราะไม่มีพยานรู้เห็นเหตุการณ์ มีแต่พยานแวดล้อมคือเจ้าของร้าน และเจ้าของร้านได้บอกว่าปิดร้านไปแล้ว แต่รู้ว่ามีใครร่วมดื่มเหล้าด้วย แต่ไม่เห็นเหตุการณ์ตอนชกต่อยทำร้ายกัน ดิฉันกลัวว่าคดีนี้จะไม่โปร่งใส เนื่องจากผู้ที่รุมทำร้ายเป็นลูกผู้ใหญ่บ้านและลูก ผรส. ในหมู่บ้าน ดิฉันคาดว่า จะไม่ได้รับความเป็นธรรม
อยากทราบว่า ตอนนี้พี่ชายได้ให้ปากคำแก่ตำรวจได้แล้ว และระบุว่าเป็นทั้งสามคนที่รุมทำร้ายไม่ใช่คนเดียว และมีอาวุธด้วยคือเหล็กแป๊บตีบริเวณท้ายทอย ตำรวจยังไม่เรียกสอบปากคำอีก สองคนเพิ่มเติมและยังไม่ดำเนินการใดๆ กับสองคนนี้ ทั้งที่ได้แจ้งข้อหาเพิ่มไปแล้วทางตำรวจอ้างว่าติดเสาร์- อาทิตย์ ศาลไม่ทำงานต้องขึ้นศาลเพื่อขอคำสั่งฝากขังไว้ก่อน คดีนี้ดิฉันสมควรต้องทำอย่างไรบ้างคะหากไม่คืบหน้า
คำแนะนำทนายคลายทุกข์
กรณีที่พี่ชายของท่านได้ถูกทำร้ายร่างกายเป็นเหตุให้ได้รับอันตรายสาหัส เนื่องจากต้องทุพพลภาพ หรือป่วยเจ็บด้วยอาการทุกขเวทนาเกิน 20 วัน หรือจนประกอบกรณียกิจตามปกติไม่ได้เกินกว่า 20 วัน พี่ชายจึงเป็นบุคคลที่ได้รับความเสียหายเนื่องจากการกระทำความผิดดังกล่าว พี่ชายจึงเป็นผู้เสียหายมีอำนาจที่จะแจ้งความร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวนให้ดำเนินคดีแก้ผู้กระทำความผิดทั้งสามคนนั้นได้ ตาม ป.อ. มาตรา 297(8) ซึ่งระวางโทษจำคุกตั้งแต่หกเดือนถึงสิบปี และหากท่านเห็นว่าพนักงานสอบสวนดำเนินคดีดังกล่าวล่าช้า และอาจไม่ได้รับความเป็นธรรมได้ ท่านในฐานะที่เป็นผู้เสียหายย่อมมีสิทธิจะฟ้องคดีอาญาต่อศาลให้ลงโทษผู้ทำร้ายทั้งสามคนนั้นได้ตามความผิดดังกล่าวได้เอง โดยอาศัยอำนาจตามความแห่ง ป.วิ.อ. มาตรา 28(2)
ตัวบทกฎหมายอ้างอิง
ประมวลกฎหมายอาญา
มาตรา 298 ผู้ใดกระทำความผิดฐานทำร้ายร่างกาย จนเป็นเหตุให้ผู้ถูกกระทำร้ายรับอันตรายสาหัส ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่หกเดือนถึงสิบปี
อันตรายสาหัสนั้น คือ
(8) ทุพพลภาพ หรือป่วยเจ็บด้วยอาการทุกขเวทนาเกินกว่ายี่สิบวันหรือจนประกอบกรณียกิจตามปกติไม่ได้เกินกว่ายี่สิบวัน
ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา
มาตรา 28 บุคคลเหล่านี้มีอำนาจฟ้องคดีอาญาต่อศาล
(2) ผู้เสียหาย