งานเผยแพร่ความรู้ทางด้าน กฎหมาย การบริหารการจัดการหนี้สินในองค์กรภาครัฐและภาคเอกชน การฝึกอบรมสัมมนาพัฒนาบุคลากร ในการประกอบธุรกิจ หากหน่วยงานของรัฐ บริษัทห้างร้าน มีความสนใจ เชิญทีมงานไปฝึกอบรมสัมมนาหรือต้องการข้อมูลข่าวสาร ติดต่อได้ที่ 02-948-5700 อ่านต่อ
ท่านใดที่สนใจเกี่ยวกับหลักสูตรฝึกอบรมการติดตามหนี้ ทวงหนี้อย่างไรให้ได้ผล ได้เงิน รักษาภาพลักษณ์ รักษาลูกค้า/หลักสูตรการป้องกันและการปราบปรามการทุจริตภายในองค์กร/หลักสูตรกฎหมายแรงงาน สำหรับเจ้าหน้าที่ฝ่ายบุคคลหรือผู้บริหารบริษัท สนใจโทร.02-9485700 อ่านต่อ
สืบทุกเรื่องที่คุณอยากรู้ มีเรื่องคาใจอยากรู้ความจริง โทรมาคุยกับกุ้งได้ที่ 081-625-2161หรือ 089-669-5026 "อย่าปล่อยให้มีเรื่องคาใจ อะไรที่ไม่สบายใจ ต้องหาทางปลดปล่อย สืบให้รู้ความจริง จะได้จบสิ้นกันเสียที สำหรับความทุกข์ที่คาใจมาเป็นเวลานาน อย่าปล่อยให้คนนอกใจลอยนวล" อ่านต่อ
รับแปลเอกสารต่างๆ อ่านต่อ
บริษัทเบี้ยวไม่ยอมจ่ายค่าคอมมิชชั่น
ผมเป็นพนักงานขายบ้านและที่ดินบริษัทแห่งหนึ่ง ซึ่งตอนตกลงมาทำงานได้ตกลงกันไว้ว่า ถ้าขายได้แล้วจะมีค่าคอมมิชชั่นให้ แต่ไม่เยอะ แต่ก็ไม่ได้รับการแจ้งข้อมูลใดๆ ในการจ่าย (ประมาณว่ายังไม่เคยจ่ายมาก่อน) ระยะเวลาผ่านไป 6 เดือนผ่านไป หลังจากที่มีการท้วงถามเรื่องค่าคอมมิชชั่นได้รับคำตอบว่า ถ้าขายได้ไม่ถึงครึ่งหนึ่งของเป้าหมาย ซึ่งได้ตั้งไว้สูงเกินกว่าที่จะทำได้จะไม่จ่าย ซึ่งเมื่อดูจากประกาศของคณะกรรมการบริษัทแล้วไม่มีประกาศข้อนี้ (ซึ่งมีการปิดบังจากทางผู้บริหารไม่ให้ระดับพนักงานดูประกาศ) และเมื่อถึงสิ้นปีผู้บริหารท่านนี้ก็ได้ทำการตั้งเบิกเงินค่าคอมมิชชั่นให้กับทุกคน แต่ก็ยังดึงเรื่องไว้ผ่านมา 7 เดือนแล้ว พนักงานยังไม่ได้ทำรับค่าคอมมิชชั่นและไม่ได้ชี้แจ้ง จึงอยากจะเรียนถามว่าจะสามารถเอาผิดหรือฟ้องศาลแรงงานได้อย่างไรบ้าง ซึ่งเอกสารในการทำการขายและเอกสารในการเบิกค่าคอมมิชชั่นที่ประกาศได้จัดเตรียมสำเนาไว้ครบแล้ว
คำแนะนำทนายคลายทุกข์
ค่าคอมมิชชั่นที่บริษัทตกลงจ่ายให้แก่พนักงานขาย ย่อมถือเป็นเงินผลประโยชน์อื่นเนื่องในการจ้าง ตามกฎหมายได้กำหนดให้บริษัทนายจ้างจ่ายให้ถูกต้องและตามกำหนดเวลา โดยให้จ่ายเดือนหนึ่งไม่น้อยกว่าหนึ่งครั้ง เว้นแต่จะมีการตกลงกันเป็นอย่างอื่นที่เป็นประโยชน์แก่ลูกจ้าง ตามความแห่ง พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 มาตรา 70(1) และเมื่อประกาศของคณะกรรมการบริษัท ก็ไม่มีข้อประกาศในส่วนที่เกี่ยวกับกรณีหากขายได้ไม่ถึงครึ่งหนึ่งของเป้าหมายที่กำหนดได้ จะไม่มีการจ่ายค่าคอมมิชชั่นให้แก่พนักงานขายไว้แต่อย่างใด ประกอบกับพฤติการณ์ที่ทางผู้บริหารได้ทำเรื่องเบิกค่าคอมฯ ให้กับพนักงาน แต่ก็ไม่มีการจ่ายให้จริง ย่อมเป็นพฤติการณ์ที่บริษัทฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามเกี่ยวกับสิทธิที่ลูกจ้างมีสิทธิได้รับเงินตาม พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 ท่านก็ย่อมมีสิทธิยื่นคำร้องต่อพนักงานตรวจแรงงานแห่งท้องที่ที่ทำงานอยู่ หรือ ที่บริษัทนายจ้างมีภูมิลำเนาอยู่ให้ทำการสอบสวนข้อเท็จจริงและมีคำสั่งให้บริษัทจ่ายเงินค่าคอมมิชชั่นดังกล่าวต่อไป ตาม พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน พ.ศ.2541 มาตรา 123,124
ตัวบทกฎหมายอ้างอิง
พระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541
มาตรา 70 ให้นายจ้างจ่ายค่าจ้าง ค่าล่วงเวลา ค่าทำงานในวันหยุด และค่าล่วงเวลาในวันหยุดให้ถูกต้องและตามกำหนดเวลาดังต่อไปนี้
(1) ในกรณีที่มีการคำนวณค่าจ้างเป็นรายเดือน รายวัน รายชั่วโมงหรือเป็นระยะเวลาอย่างอื่นที่ไม่เกินหนึ่งเดือน หรือตามผลงานโดยคำนวณเป็นหน่วย ให้จ่ายเดือนหนึ่งไม่น้อยกว่าหนึ่งครั้ง เว้นแต่จะมีการตกลงกันเป็นอย่างอื่นที่เป็นประโยชน์แก่ลูกจ้าง
มาตรา 123 ในกรณีที่นายจ้างฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามเกี่ยวกับสิทธิได้รับเงินอย่างหนึ่งอย่างใดตามพระราชบัญญัตินี้และลูกจ้างมีความประสงค์ให้พนักงานเจ้าหน้าที่ดำเนินการตามพระราชบัญญัตินี้ ให้ลูกจ้างมีสิทธิยื่นคำร้องต่อพนักงานตรวจแรงงานแห่งท้องที่ที่ลูกจ้างทำงานอยู่หรือที่นายจ้างมีภูมิลำเนาอยู่ตามแบบที่อธิบดีกำหนด
ในกรณีที่เกี่ยวกับสิทธิได้รับเงินอย่างหนึ่งอย่างใดตามพระราชบัญญัตินี้ ถ้าลูกจ้างถึงแก่ความตายให้ทายาทโดยธรรมมีสิทธิยื่นคำร้องต่อพนักงานตรวจแรงงานได้
มาตรา 124 เมื่อมีการยื่นคำร้องตามมาตรา 123 ให้พนักงานตรวจแรงงานสอบสวนข้อเท็จจริงและมีคำสั่งภายในหกสิบวันนับแต่วันที่รับคำร้อง
ในกรณีที่มีความจำเป็นไม่อาจมีคำสั่งภายในเวลาตามวรรคหนึ่งได้ ให้พนักงานตรวจแรงงานขอขยายเวลาต่ออธิบดีหรือผู้ซึ่งอธิบดีมอบหมายพร้อมด้วยเหตุผล และอธิบดีหรือผู้ซึ่งอธิบดีมอบหมายอาจพิจารณาอนุญาตได้ตามที่เห็นสมควร แต่ต้องมีระยะเวลาไม่เกินสามสิบวันนับแต่วันที่ครบกำหนดตามวรรคหนึ่ง
เมื่อพนักงานตรวจแรงงานสอบสวนแล้วปรากฏว่าลูกจ้างมีสิทธิได้รับเงินอย่างหนึ่งอย่างใดที่นายจ้างมีหน้าที่ต้องจ่ายตามพระราชบัญญัตินี้ ให้พนักงานตรวจแรงงานมีคำสั่งให้นายจ้างจ่ายเงินดังกล่าวให้แก่ลูกจ้างหรือทายาทโดยธรรมของลูกจ้างซึ่งถึงแก่ความตาย ตามแบบที่อธิบดีกำหนดภายในสามสิบวันนับแต่วันที่ทราบหรือถือว่าได้ทราบคำสั่ง
ให้นายจ้างจ่ายเงินตามวรรคสามให้แก่ลูกจ้างหรือทายาทโดยธรรมของลูกจ้างซึ่งถึงแก่ความตาย ณ สถานที่ทำงานของลูกจ้าง ในกรณีที่ลูกจ้างหรือทายาทโดยธรรมของลูกจ้างซึ่งถึงแก่ความตายร้องขอ ให้พนักงานตรวจแรงงานมีอำนาจสั่งให้นายจ้างจ่ายเงินดังกล่าว ณ สำนักงานของพนักงานตรวจแรงงานหรือสถานที่อื่นตามที่นายจ้าง และลูกจ้างหรือทายาทโดยธรรมของลูกจ้างซึ่งถึงแก่ความตายตกลงกัน
ในกรณีที่ลูกจ้างหรือทายาทโดยธรรมของลูกจ้างซึ่งถึงแก่ความตายไม่มารับเงินดังกล่าวภายในสิบห้าวันนับแต่วันที่พนักงานตรวจแรงงานมีคำสั่ง ให้พนักงานตรวจแรงงานนำส่งเงินนั้นเพื่อเก็บรักษาในกองทุนสงเคราะห์ลูกจ้างโดยฝากไว้กับธนาคาร ในการนี้ ถ้ามีดอกเบี้ยหรือดอกผลใดเกิดขึ้นเนื่องจากการฝากเงิน ให้ตกเป็นสิทธิแก่ลูกจ้าง หรือทายาทโดยธรรมของลูกจ้างซึ่งถึงแก่ความตายซึ่งมีสิทธิได้รับเงินนั้น
ในกรณีที่พนักงานตรวจแรงงานเห็นว่าลูกจ้างหรือทายาทโดยธรรมของลูกจ้างซึ่งถึงแก่ความตายไม่มีสิทธิได้รับเงินตามมาตรา 123 ให้พนักงานตรวจแรงงานมีคำสั่งและแจ้งเป็นหนังสือให้นายจ้างและลูกจ้างหรือทายาทโดยธรรมของลูกจ้างซึ่งถึงแก่ความตายทราบ