อยากเลิกจ้างยาม|อยากเลิกจ้างยาม

อยากเลิกจ้างยาม

  • ทนายคลายทุกข์ ปรึกษากฎหมาย โทร 02-9485700
  • Email: [email protected]
Header Background Image

งานเผยแพร่ความรู้ทางด้าน กฎหมาย การบริหารการจัดการหนี้สินในองค์กรภาครัฐและภาคเอกชน การฝึกอบรมสัมมนาพัฒนาบุคลากร ในการประกอบธุรกิจ หากหน่วยงานของรัฐ บริษัทห้างร้าน มีความสนใจ เชิญทีมงานไปฝึกอบรมสัมมนาหรือต้องการข้อมูลข่าวสาร ติดต่อได้ที่ 02-948-5700 อ่านต่อ

ท่านใดที่สนใจเกี่ยวกับหลักสูตรฝึกอบรมการติดตามหนี้ ทวงหนี้อย่างไรให้ได้ผล ได้เงิน รักษาภาพลักษณ์ รักษาลูกค้า/หลักสูตรการป้องกันและการปราบปรามการทุจริตภายในองค์กร/หลักสูตรกฎหมายแรงงาน สำหรับเจ้าหน้าที่ฝ่ายบุคคลหรือผู้บริหารบริษัท สนใจโทร.02-9485700 อ่านต่อ

สืบทุกเรื่องที่คุณอยากรู้ มีเรื่องคาใจอยากรู้ความจริง โทรมาคุยกับกุ้งได้ที่ 081-625-2161หรือ 089-669-5026 "อย่าปล่อยให้มีเรื่องคาใจ อะไรที่ไม่สบายใจ ต้องหาทางปลดปล่อย สืบให้รู้ความจริง จะได้จบสิ้นกันเสียที สำหรับความทุกข์ที่คาใจมาเป็นเวลานาน อย่าปล่อยให้คนนอกใจลอยนวล" อ่านต่อ

รับแปลเอกสารต่างๆ อ่านต่อ

อยากเลิกจ้างยาม

ได้เลิกจ้างยามโดยบอกกล่าว15 วัน สาเหตุยามไม่เชื่อฟัง

บทความวันที่ 22 ก.ค. 2553, 00:00

มีผู้อ่านทั้งหมด 5921 ครั้ง


อยากเลิกจ้างยาม

      ได้เลิกจ้างยามโดยบอกกล่าว15 วัน สาเหตุยามไม่เชื่อฟัง  และขาดงานเกิน-3วัน  และไม่บอกกล่าว พอกลับมาจึงให้เขียนใบลาย้อนหล้ง  พอเตือนมากเข้า  ก็พาบ้านที่หนุนหลังมาว่า จึงจ้างบริษัทมาแทน  หลังจากนั้นยามไม่มารับเงิน แต่ไปฟ้องศาลว่าไม่จ่ายเงิน อยากได้ทนายปรีกษา

คำแนะนำทนายคลายทุกข์
          1.พฤติการณ์ที่ยามลูกจ้างของท่าน ไม่ยอมเชื่อฟังคำสั่งของท่านซึ่งเป็นนายจ้าง อันเป็นคำสั่งที่ชอบด้วยกฎหมายและเป็นธรรม และท่านได้ตักเตือนเป็นหนังสือแล้ว เว้นแต่กรณีที่ร้ายแรงท่านไม่จำเป็นต้องตักเตือน และนอกจากนี้ยามลูกจ้างยังได้ละทิ้งหน้าที่เป็นเวลา 3 วัน ทำงานติดต่อกัน  ไม่ว่าจะมีวันหยุดคั่นหรือไม่ก็ตามโดยไม่มีเหตุอันสมควรทั้งหมด ล้วนเป็นเหตุที่ท่านสามาถเลิกจ้างยามผู้นี้ได้โดยไม่ต้องจ่ายค่าชดเชยแก่ยามลูกจ้างได้  ตามความแห่งพรบ.คุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 มาตรา119(4),(5)
         2.เมื่อยามท่านนี้ไม่ได้มารับเงินค่าจ้าง แต่กลับฟัองคดีต่อศาลกล่าวหาว่าท่านไม่จ่ายเงินค่าจ้าง ค่าชดเชยให้หากท่านประสงค์ที่จะขอคำปรึกษาทนายความเรียนเชิญท่านพบและปรึกษากับทีมทนายความของสำนักงานทนายคลายทุกข์ได้ด้วยตนเองโดยไม่มีค่าใช้จ่ายใดๆ

ตัวบทกฎหมายอ้างอิง
พระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541
มาตรา 119
  นายจ้างไม่ต้องจ่ายค่าชดเชยให้แก่ลูกจ้างซึ่งเลิกจ้างในกรณีหนึ่งกรณีใด ดังต่อไปนี้
(4) ฝ่าฝืนข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงาน ระเบียบ หรือคำสั่งของนายจ้างอันชอบด้วยกฎหมายและเป็นธรรม และนายจ้างได้ตักเตือนเป็นหนังสือแล้ว เว้นแต่กรณีที่ร้ายแรง นายจ้างไม่จำเป็นต้องตักเตือน
หนังสือเตือนให้มีผลบังคับได้ไม่เกินหนึ่งปีนับแต่วันที่ลูกจ้างได้กระทำผิด
(5) ละทิ้งหน้าที่เป็นเวลาสามวันทำงานติดต่อกันไม่ว่าจะมีวันหยุดคั่นหรือไม่ก็ตามโดยไม่มีเหตุอันสมควร

 

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 4

1.รปภ.เป็นงานตามมาตรา65(8)ที่ลูกจ้างไม่มีสิทธิได้รับค่าล่วงเวลาตามมาตรา 61 และค่าล่วงเวลาในวันหยุดตามมาตรา 63 แต่ให้มีสิทธิได้รับค่าจ้างเป็นเงินเท่ากับอัตราค่าจ้างต่อชั่วโมงตามวันที่ทำงานจริงถูกต้องหรือเปล่า เช่น รปภ.ทำงานวันละ 12 ชม. ( บริษัทฯ จ่าย วันละ 400 บาท/วัน)สรุปว่า ค่าจ้าง 8 ชม.คือวันละ  300  บาทตามค่าแรงขั้นต่ำ ส่วน 4 ชม.หลังคือโอที  100  บาท  แบบนี้ถูกต้องไหม

2. กรณีวันนักขัตฤกษ์กฏหมายแรงงานบอกว่าปีหนึ่งต้องให้วันหยุดขัตฤกษ์ 13 วัน/ปี สำหรับ รปภ.ไม่สามารถที่จะหยุดได้ แต่บริษัทฯจะจ่ายให้ตามเดือนที่มีขัตฤกษ์และครบจำนวน 13 วันถูกต้องหรือเปล่าหรือไม่ต้องจ่ายให้ครบตาม 13 วัน/ปี ขอทราบรายละเอียดด้วยคะ

โดยคุณ สุวรรณภูมิ 13 ม.ค. 2556, 14:44

ตอบความคิดเห็นที่ 4

1. การจ่ายค่าจ้างสำหรับลูกจ้างซึ่งเป็นพนักงานรักษาความปลอดภัย ย่อมเป็นไปตามที่นายจ้างและลูกจ้างตกลงกันจ่ายเป็นค่าตอบแทนในการทำงานตามสัญญาจ้างสำหรับระยะเวลาการทำงานปกติไว้จะเป็นรายชั่วโมง รายวัน รายสัปดาห์ รายเดือน หรือระยะเวลาอื่น แต่ลักษณะหรือสภาพของงานของลูกจ้าง รปภ.มีหน้าที่อยู่เวรเฝ้าดูแลสถานที่หรือทรัพย์สินซึ่งเป็นหน้าที่ของการทำงานตามปกติของลูกจ้างนั้นแล้ว กรณีไม่เข้าหลักเกณฑ์ตาม พรบ.คุ้มครองแรงงานฯ มาตรา 65(7) ลูกจ้าง รปภ.จึงมีสิทธิได้รับค่าล่วงเวลาตามมาตรา 61 หรือมาตรา 63 แล้วแต่กรณี
2. รายละเอียดเกี่ยวกับการจ่ายค่าจ้างสำหรับวันหยุดตามประเพณี ย่อมเป็นไปตามมาตรา 56 (3)

โดยคุณ ทีมงานทนายคลายทุกข์ (สมาชิก) 24 ม.ค. 2556, 15:28

ความคิดเห็นที่ 3

1. การจ่ายค่าจ้างสำหรับลูกจ้างซึ่งเป็นพนักงานรักษาความปลอดภัย ย่อมเป็นไปตามที่นายจ้างและลูกจ้างตกลงกันจ่ายเป็นค่าตอบแทนในการทำงานตามสัญญาจ้างสำหรับระยะเวลาการทำงานปกติไว้จะเป็นรายชั่วโมง รายวัน รายสัปดาห์ รายเดือน หรือระยะเวลาอื่น แต่ลักษณะหรือสภาพของงานของลูกจ้าง รปภ.มีหน้าที่อยู่เวรเฝ้าดูแลสถานที่หรือทรัพย์สินซึ่งเป็นหน้าที่ของการทำงานตามปกติของลูกจ้างนั้นแล้ว กรณีไม่เข้าหลักเกณฑ์ตาม พรบ.คุ้มครองแรงงานฯ มาตรา 65(7) ลูกจ้าง รปภ.จึงมีสิทธิได้รับค่าล่วงเวลาตามมาตรา 61 หรือมาตรา 63 แล้วแต่กรณี
2. รายละเอียดเกี่ยวกับการจ่ายค่าจ้างสำหรับวันหยุดตามประเพณี ย่อมเป็นไปตามมาตรา 56 (3)

โดยคุณ ทีมงานทนายคลายทุกข์ (สมาชิก) 24 ม.ค. 2556, 15:28

ความคิดเห็นที่ 2

จ้างยามรักษาความปลอดเป็นเรื่องของจ้างทำของไม่ใช่เหรอ

ไม่ไช่จ้างแรงงาน จึงต้องใช้คำว่าผู้รับจ้างไม่ใช้ลูกจ้าง

เหตุแห่งการเลิกจ้างสมควร

โดยคุณ บัว 5 ก.ย. 2553, 03:12

ตอบความคิดเห็นที่ 2

การจ้าง รปภ.ให้มาดูแลรักษาความปลอดภัย หากผู้ว่าจ้างไม่มีอำนาจบังคับบัญชาเกี่ยวกับ รปภ. โดยตรงเป็นเรื่องที่ รปภ. ได้ใช้วิชาชีพของตนทำการงานตามความสามารถของตนเอง น่อมเป็นเรื่องสัญญาจ้างทำของโดยคู่สัญญาจะเรียกว่าผู้ว่าจ้าง และผู้รับจ้าง สิทธิและหน้าที่ย่อมเป็นไปตาม ป.พ.พ. ว่าด้วย จ้างทำของ และไม่ใช่สัญญาจ้างแรงงานที่จะเรียกคู่สัญญาว่านายจ้าง และลูกจ้างที่จะอยู่ภายใต้บังคับแห่ง ป.พ.พ. ว่าด้วยจ้างแรงงาน และ พรบ.คุ้มครองแรงงาน 2541

โดยคุณ ทีมงานทนายคลายทุกข์ (สมาชิก) 14 ก.ย. 2553, 11:30

ความคิดเห็นที่ 1

การจ้าง รปภ.ให้มาดูแลรักษาความปลอดภัย หากผู้ว่าจ้างไม่มีอำนาจบังคับบัญชาเกี่ยวกับ รปภ. โดยตรงเป็นเรื่องที่ รปภ. ได้ใช้วิชาชีพของตนทำการงานตามความสามารถของตนเอง น่อมเป็นเรื่องสัญญาจ้างทำของโดยคู่สัญญาจะเรียกว่าผู้ว่าจ้าง และผู้รับจ้าง สิทธิและหน้าที่ย่อมเป็นไปตาม ป.พ.พ. ว่าด้วย จ้างทำของ และไม่ใช่สัญญาจ้างแรงงานที่จะเรียกคู่สัญญาว่านายจ้าง และลูกจ้างที่จะอยู่ภายใต้บังคับแห่ง ป.พ.พ. ว่าด้วยจ้างแรงงาน และ พรบ.คุ้มครองแรงงาน 2541

โดยคุณ ทีมงานทนายคลายทุกข์ (สมาชิก) 14 ก.ย. 2553, 11:30

แสดงความเห็น

ข่าวที่มีผู้อ่านมาก