ยืมแล้วเงียบ|ยืมแล้วเงียบ

ยืมแล้วเงียบ

  • ทนายคลายทุกข์ ปรึกษากฎหมาย โทร 02-9485700
  • Email: [email protected]
Header Background Image

งานเผยแพร่ความรู้ทางด้าน กฎหมาย การบริหารการจัดการหนี้สินในองค์กรภาครัฐและภาคเอกชน การฝึกอบรมสัมมนาพัฒนาบุคลากร ในการประกอบธุรกิจ หากหน่วยงานของรัฐ บริษัทห้างร้าน มีความสนใจ เชิญทีมงานไปฝึกอบรมสัมมนาหรือต้องการข้อมูลข่าวสาร ติดต่อได้ที่ 02-948-5700 อ่านต่อ

ท่านใดที่สนใจเกี่ยวกับหลักสูตรฝึกอบรมการติดตามหนี้ ทวงหนี้อย่างไรให้ได้ผล ได้เงิน รักษาภาพลักษณ์ รักษาลูกค้า/หลักสูตรการป้องกันและการปราบปรามการทุจริตภายในองค์กร/หลักสูตรกฎหมายแรงงาน สำหรับเจ้าหน้าที่ฝ่ายบุคคลหรือผู้บริหารบริษัท สนใจโทร.02-9485700 อ่านต่อ

สืบทุกเรื่องที่คุณอยากรู้ มีเรื่องคาใจอยากรู้ความจริง โทรมาคุยกับกุ้งได้ที่ 081-625-2161หรือ 089-669-5026 "อย่าปล่อยให้มีเรื่องคาใจ อะไรที่ไม่สบายใจ ต้องหาทางปลดปล่อย สืบให้รู้ความจริง จะได้จบสิ้นกันเสียที สำหรับความทุกข์ที่คาใจมาเป็นเวลานาน อย่าปล่อยให้คนนอกใจลอยนวล" อ่านต่อ

รับแปลเอกสารต่างๆ อ่านต่อ

ยืมแล้วเงียบ

ผมมีเรื่องอยากรู้ครับ การที่เราให้เขายืมเงินไปโดยไม่มีสัญญา

บทความวันที่ 22 ก.ค. 2553, 00:00

มีผู้อ่านทั้งหมด 951 ครั้ง


ยืมแล้วเงียบ

      ผมมีเรื่องอยากรู้ครับ  การที่เราให้เขายืมเงินไปโดยไม่มีสัญญา  เราสามารถทำยังไงได้บ้างหรอครับถึงจะได้เงินคืน  เพราะคนที่ยืมเงินไปก็นิ่งเฉย  ไม่ยอมคืนเงินให้อ่ะครับ  เราไม่มีหลักฐานอะไรเลยอ่ะครับ มีก็แต่ใบเสร็จที่ผมโอนเงินไปให้เขาเท่านั้น  เราสามารถบังคับให้เขาคืนเงินเราได้หรือเปล่า  และถ้าเราส่งหนังสือทวงหนี้ ไป  จะได้หรือเปล่า  ถ้าทำได้กระผมขอแบบหนังสือทวงหนี้ด้วยได้ป่ะครับ

คำแนะนำทนายคลายทุกข์
          การกู้ยืมเงินกว่า 2,000 บาทขึ้นไปนั้น ต้องมีหลักฐานแห่งการกู้ยืมเงินเป็นหนังสืออย่างใดอย่างหนึ่ง ลงลายมือชื่อผู้ยืมเป็นสำคัญ จึงจะฟ้องร้องให้บังคับคดีได้ ตาม ป.พ.พ.มาตรา 653 ดังนั้นเมื่อท่านยังไม่มีหลักฐานแห่งการกู้ยืมเงินดังกล่าวเป็นหนังสือ ลงลายมือชื่อผู้กู้ยืมเป็นสำคัญ ท่านจึงไม่สามารถฟ้องร้องบังคับให้ผู้ยืมชำระหนี้กู้ยืมได้ กรณีจึงเป็นเรื่องที่มีความจำเป็นอย่างยิ่งที่ท่านจะต้องมีหลักฐานแห่งการกู้ยืมเงินเป็นหนังสือลงลายมือชื่อผู้กู้ยืมเป็นสำคัญ ไม่ว่าจะเป็นการแจ้งความลงบันทึกประจำวันนั้น ย่อมเป็นการลงลายมือชื่อผู้ยืมเป็นสำคัญนำมาบันทึกนั้นมาเป็นหลักฐานฟ้องร้องบังคับคดีได้  หรือท่านอาจส่งจดหมายโต้ตอบในการทวงหนี้เงินกู้  ข้อสำคัญให้มีลายมือชื่อผู้กู้เป็นสำคัญนำมาบันทึกนั้นมาเป็นหลักฐานฟ้องร้องบังคับคดีได้ โดยหลักฐานแห่งการกู้ยืมเงินเป็นหนังสือไม่จำเป็นต้องเป็นเอกสารฉบับเดียว อาจเป็นเอกสารหลาบฉบับ แต่เมื่ออ่านรวมกันแล้วมีข้อความเดียวกับการกู้ยืมกันจริงและมีการลงลายมือชื่อผู้กู้ยืมเป็นสำคัญ เท่านั้นก็นำมาเป็นหลักฐานฟ้องร้องต้องเรียกหนี้กู้ยืมได้ และโดยใบเสร็จที่ท่านได้โอนเงินไปให้แก่ผู้ยืมนั้น ไม่ใช่หลักฐานแห่งการกู้ยืมเงินเป็นหนังสือลงลายมือชื่อผู้กู้เป็นสำคัญ แต่เป็นเพียงหลักฐานการนำสืบถึงผู้ยืมได้รับเงินที่ยืมไปแล้วอันทำให้สัญญากู้ยืมเงินสมบูรณ์เท่านั้น ตาม ป.พ.พ. มาตรา 650 วรรค2
          อนึ่ง  ท่านก็มีสิทธิที่จะส่งหนังสือบอกกล่าวทวงหนี้เรียกหนี้เงินกู้จากผู้ยืมได้ ไม่มีกฎหมายบัญญัติห้าม และท่านก็ยอมให้ทนายความยื่นหนังสือบอกกล่าวทวงถามหนี้ไปยังผู้ยืมได้ ซึ่งไม่มีแบบหนังสือทวงถามจะส่งให้แต่ท่านได้ ต้องให้ทนายความร่างต่อไป

ตัวบทกฎหมายอ้างอิง
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์
มาตรา 650
  อันว่ายืมใช้สิ้นเปลืองนั้น คือสัญญาซึ่งผู้ให้ยืมโอนกรรมสิทธิ์ในทรัพย์สินชนิดใช้ไปสิ้นไปนั้นเป็นปริมาณมีกำหนดให้ไปแก่ผู้ยืม และผู้ยืมตกลงว่าจะคืนทรัพย์สินเป็นประเภท ชนิด และปริมาณเช่นเดียวกันให้แทนทรัพย์สินซึ่งให้ยืมนั้น
สัญญานี้ย่อมบริบูรณ์ต่อเมื่อส่งมอบทรัพย์สินที่ยืม

มาตรา 653 การกู้ยืมเงินกว่าสองพันบาทขึ้นไปนั้น ถ้ามิได้มีหลักฐานแห่งการกู้ยืมเป็นหนังสืออย่างใดอย่างหนึ่งลงลายมือชื่อผู้ยืมเป็นสำคัญ จะฟ้องร้องให้บังคับคดีหาได้ไม่
ในการกู้ยืมเงินมีหลักฐานเป็นหนังสือนั้น ท่านว่าจะนำสืบการใช้เงินได้ต่อเมื่อมีหลักฐานเป็นหนังสืออย่างใดอย่างหนึ่งลงลายมือชื่อผู้ให้ยืมมาแสดงหรือเอกสารอันเป็นหลักฐานแห่งการกู้ยืมนั้นได้เวนคืนแล้ว หรือได้แทงเพิกถอนลงในเอกสารนั้นแล้ว
 

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 1

การฟ้องร้องคดีต้องมีค่าใช่จ่ายเท่าไรครับ

ในการให้ทนายดำเนินการ

โดยคุณ สมชาย 22 ส.ค. 2553, 16:57

แสดงความเห็น

ข่าวที่มีผู้อ่านมาก