ซื้อของมากลายเป็นลักทรัพย์|ซื้อของมากลายเป็นลักทรัพย์

ซื้อของมากลายเป็นลักทรัพย์

  • ทนายคลายทุกข์ ปรึกษากฎหมาย โทร 02-9485700
  • Email: [email protected]
Header Background Image

งานเผยแพร่ความรู้ทางด้าน กฎหมาย การบริหารการจัดการหนี้สินในองค์กรภาครัฐและภาคเอกชน การฝึกอบรมสัมมนาพัฒนาบุคลากร ในการประกอบธุรกิจ หากหน่วยงานของรัฐ บริษัทห้างร้าน มีความสนใจ เชิญทีมงานไปฝึกอบรมสัมมนาหรือต้องการข้อมูลข่าวสาร ติดต่อได้ที่ 02-948-5700 อ่านต่อ

ท่านใดที่สนใจเกี่ยวกับหลักสูตรฝึกอบรมการติดตามหนี้ ทวงหนี้อย่างไรให้ได้ผล ได้เงิน รักษาภาพลักษณ์ รักษาลูกค้า/หลักสูตรการป้องกันและการปราบปรามการทุจริตภายในองค์กร/หลักสูตรกฎหมายแรงงาน สำหรับเจ้าหน้าที่ฝ่ายบุคคลหรือผู้บริหารบริษัท สนใจโทร.02-9485700 อ่านต่อ

สืบทุกเรื่องที่คุณอยากรู้ มีเรื่องคาใจอยากรู้ความจริง โทรมาคุยกับกุ้งได้ที่ 081-625-2161หรือ 089-669-5026 "อย่าปล่อยให้มีเรื่องคาใจ อะไรที่ไม่สบายใจ ต้องหาทางปลดปล่อย สืบให้รู้ความจริง จะได้จบสิ้นกันเสียที สำหรับความทุกข์ที่คาใจมาเป็นเวลานาน อย่าปล่อยให้คนนอกใจลอยนวล" อ่านต่อ

รับแปลเอกสารต่างๆ อ่านต่อ

ซื้อของมากลายเป็นลักทรัพย์

กระผมได้ซื้อเครื่องใช้ในห้องจากเจ้าของห้องติดกัน

บทความวันที่ 21 ก.ค. 2553, 00:00

มีผู้อ่านทั้งหมด 685 ครั้ง


ซื้อของมากลายเป็นลักทรัพย์

          กระผมได้ซื้อเครื่องใช้ในห้องจากเจ้าของห้องติดกัน เป็นการเหมาซื้อหมดยกห้อง  ในราคา 9,000 บาท และได้แจ้งให้กับเจ้าของตึกทราบแล้ว พร้อมกับพี่เจ้าของห้องที่ขายของให้แจ้งย้ายออก และผมทำการย้ายเข้ามาอยู่แทน และผมได้จำหน่ายของที่มีให้กับคนอื่นในตึกเดียวกันจนหมด หลังจากนั้นไม่นาน(เวลาซื้อขายเป็นเวลาบ่าย 3) มีคนอื่นมาแจ้งว่า  เขาได้ซื้อตู้กับข้าวของพี่เจ้าของห้องไว้แล้วในราคา 500 บาท(ตอนประมาณ 2 ทุ่ม) แต่ผมได้ขายไปหมดแล้ว และพี่เจ้าของห้องที่ผมซื้อไม่ได้แจ้งให้ทราบ(เขาต้องการเงินย้าย) คนที่บอกว่าซื้อตู้ไว้แล้ว  แจ้งว่าต้องการของที่เขาซื้อไว้ ทางผมแจ้งว่าได้ขายไปแล้วไม่สามารถคืนให้ได้  และผมไม่ผิดให้ติดต่อกับเจ้าของห้องเอาเอง คนที่ว่าเป็นทนายความ  เขาเลยบอกจะฟ้องผม และเขาก็ฟ้อง แจ้งผมในข้อหาลักทรัพย์ และรับของโจร มาเป็นหมายนำ ผมงงมากที่ผมกลายเป็นจำเลย แต่คนที่ขายของให้ผมกลับกลายเป็นพยาน พร้อมแจ้งว่า ลักทรัพย์ในเวลากลางคืน  และระบุว่า  ตู้ที่ผมเอามาราคา 2,500 ทั้งที่จริงราคา 500 ผมควรทำอย่าไร 
 
คำแนะนำทนายคลายทุกข์
          องค์ประกอบความผิดฐานลักทรัพย์ ตาม ป.อ. มาตรา 334  เป็นเรื่องที่ผู้ใดเอาทรัพย์ของผู้อื่นไปเโดยทุจริตผู้นั้นจึงมีความผิดฐานลักทรัพย์  ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี และปรับไม่เกิน 6,000 บาท ดังนั้น  การเอาทรัพย์สินของผู้อื่นไปนั้น  ต้องมีเจตนาโดยทุจริตอันเป็นการแสวงหาประโยชน์ที่มิควรได้โดยชอบกฎหมาย  สำหรับตนเองและทรัพย์ที่ผู้กระทำเอาไปนั้น  ผู้กระทำจะต้องรู้หรือทราบข้อเท็จจริงเบื้องต้นว่า เป็นทรัพย์สินของผู้อื่น  กล่าวคือ  ต้องรู้ว่าตู้กับข้าวนั้นพี่เจ้าของห้องได้ขายให้แก่ผู้อื่น  และผู้นั้นเป็นเจ้าของตู้กับข้าวนั้นด้วย  ดังนั้น  เมื่อท่านได้ขายตู้กับข้าวนั้นไปโดยไม่รู้ข้อเท็จจริงว่าตู้กับข้าวเป็นของผู้อื่น  แต่เข้าใจว่าเป็นของตนจากการซื้อเหมานั้น  ตามกฎหมายเท่ากับว่าท่านมิได้รู้ข้อเท็จจริงอันเป็นองค์ประกอบของความผิดฐานลักทรัพย์  จะถือว่าท่านประสงค์ต่อผล  หรือย่อมเล็งเห็นผลของการกระทำนั้นไม่ได้  การกระทำของท่านจึงขาดเจตนาลักทรัพย์  จะถือว่าหากท่านทราบว่าเป็นทรัพย์ของผู้อื่นก็คงไม่ขายไป  การกระทำดังกล่าวของท่านจึงขาดองค์ประกอบความผิดฐานลักทรัพย์  ท่านจึงไม่มีความผิดฐานลักทรัพย์  ศาลก็มีอำนาจพิพากษายกฟ้องโจทก์ต่อไป  ตาม ป.วิ.อ. มาตรา 185  แต่กรณีย่อมเป็นเรื่องที่ท่านถูกบุคคลที่อ้างว่าเป็นเจ้าของตู้มาก่อการรบการสิทธิในการอันจะครองทรัพย์สินโดยปกติสุข  เพราะเหตุที่บุคคลนั้นมีสิทธิเหนือทรัพย์สินที่ได้ซื้อขายกันอยู่ในเวลาซื้อขาย  จึงเป็นการรอนสิทธิของท่านโดยเป็นความผิดของพี่เจ้าของห้องผู้ขายที่จะต้องรับผิดในผลอันนั้นจึงเป็นเรื่องที่ผู้ซื้อตู้  จะต้องไปเรียกร้องให้เจ้าของเดิมรับผิดทางแพ่งต่อไป ตาม ป.พ.พ. มาตรา 475

ตัวบทกฎหมายอ้างอิง
ประมวลกฎหมายอาญา
มาตรา 334
  ผู้ใดเอาทรัพย์ของผู้อื่น หรือที่ผู้อื่นเป็นเจ้าของรวมอยู่ด้วยไปโดยทุจริต ผู้นั้นกระทำความผิดฐานลักทรัพย์ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสามปี และปรับไม่เกินหกพันบาท

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา
มาตรา 185 
ถ้าศาลเห็นว่าจำเลยมิได้กระทำผิดก็ดี การกระทำของจำเลยไม่เป็นความผิดก็ดี คดีขาดอายุความแล้วก็ดี มีเหตุตามกฎหมายที่จำเลยไม่ควรต้องรับโทษก็ดี ให้ศาลยกฟ้องโจทก์ปล่อยจำเลยไป แต่ศาลจะสั่งขังจำเลยไว้หรือปล่อยชั่วคราวระหว่างคดียังไม่ถึงที่สุดก็ได้
เมื่อศาลเห็นว่าจำเลยได้กระทำผิด และไม่มีการยกเว้นโทษตามกฎหมาย ให้ศาลลงโทษแก่จำเลยตามความผิด แต่เมื่อเห็นสมควรศาลจะปล่อยจำเลยชั่วคราวระหว่างคดียังไม่ถึงที่สุดก็ได้

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์
มาตรา 475
หากว่ามีบุคคลผู้ใดมาก่อการรบกวนขัดสิทธิของผู้ซื้อในอันจะครองทรัพย์สินโดยปกติสุข เพราะบุคคลผู้นั้นมีสิทธิเหนือทรัพย์สินที่ได้ซื้อขายกันนั้นอยู่ในเวลาซื้อขายก็ดี เพราะความผิดของผู้ขายก็ดี ท่านว่าผู้ขายจะต้องรับผิดในผลอันนั้น


 

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 1

สภาทนายออกใบอนุญาตให้มันด้วยเหรอ? ทนายจริงเหรอครับ ?

มันโม้รึป่าว ? ควรไล่ไปเรียนอาญาภาค 2 ใหม่อย่างด่วนจี๋

โดยคุณ เอก 22 ก.ย. 2553, 21:41

แสดงความเห็น

ข่าวที่มีผู้อ่านมาก