กลัวบริษัทจะลอยแพ|กลัวบริษัทจะลอยแพ

กลัวบริษัทจะลอยแพ

  • ทนายคลายทุกข์ ปรึกษากฎหมาย โทร 02-9485700
  • Email: [email protected]
Header Background Image

งานเผยแพร่ความรู้ทางด้าน กฎหมาย การบริหารการจัดการหนี้สินในองค์กรภาครัฐและภาคเอกชน การฝึกอบรมสัมมนาพัฒนาบุคลากร ในการประกอบธุรกิจ หากหน่วยงานของรัฐ บริษัทห้างร้าน มีความสนใจ เชิญทีมงานไปฝึกอบรมสัมมนาหรือต้องการข้อมูลข่าวสาร ติดต่อได้ที่ 02-948-5700 อ่านต่อ

ท่านใดที่สนใจเกี่ยวกับหลักสูตรฝึกอบรมการติดตามหนี้ ทวงหนี้อย่างไรให้ได้ผล ได้เงิน รักษาภาพลักษณ์ รักษาลูกค้า/หลักสูตรการป้องกันและการปราบปรามการทุจริตภายในองค์กร/หลักสูตรกฎหมายแรงงาน สำหรับเจ้าหน้าที่ฝ่ายบุคคลหรือผู้บริหารบริษัท สนใจโทร.02-9485700 อ่านต่อ

สืบทุกเรื่องที่คุณอยากรู้ มีเรื่องคาใจอยากรู้ความจริง โทรมาคุยกับกุ้งได้ที่ 081-625-2161หรือ 089-669-5026 "อย่าปล่อยให้มีเรื่องคาใจ อะไรที่ไม่สบายใจ ต้องหาทางปลดปล่อย สืบให้รู้ความจริง จะได้จบสิ้นกันเสียที สำหรับความทุกข์ที่คาใจมาเป็นเวลานาน อย่าปล่อยให้คนนอกใจลอยนวล" อ่านต่อ

รับแปลเอกสารต่างๆ อ่านต่อ

กลัวบริษัทจะลอยแพ

เนื่องจากดิฉันเพิ่งได้เข้าทำงานเมื่อวันที่ 7 ม.ค. 2553

บทความวันที่ 5 ก.ค. 2553, 00:00

มีผู้อ่านทั้งหมด 320 ครั้ง


กลัวบริษัทจะลอยแพ

          เนื่องจากดิฉันเพิ่งได้เข้าทำงานเมื่อวันที่ 7 ม.ค. 2553 เป็นบริษัทเกี่ยวกับบริหารงานขายให้กับโครงการอสังหาริมทรัพย์(ตั้งอยู่จังหวัดสมุทรปราการ)ดิฉันเป็นคนจังหวัดชลบุรี และได้รับการว่าจ้างให้เป็นพนักงานขายขายบ้านซึ่งตั้งอยู่ในจังหวัดชลบุรีเช่นกัน จนเมื่อวันที่ 17 มิ.ย. 2553 ได้มีเอกสารมาจากสำนักงานที่จังหวัดสมุทรปราการ ข้อความดังนี้ "เรียนพนักงานขายประจำโครงการ XYZ ทุกท่านทราบ เนื่องจาก บริษัท ABC ได้หมดสัญญาว่าจ้างกับบริษัท XYZ (เจ้าของโครงการ XYZ ภายในวันที่ 9 กรกฎาคม 2553)  ดังนั้นบริษัทฯ จึงมีความประสงค์ขอแจ้งให้พนักงานขายประจำโครงการทุกท่านทราบว่า ตั้งแต่วันที่ 10 กรกฎาคม 2553 ให้พนักงานของบริษัท ABC ที่ประจำอยู่ ณ โครงการฯ ดังกล่าวย้ายไปประจำโครงการใหม่ที่กรุงเทพฯ เป็นต้นไป
ขอคำปรึกษาดังนี้
          1.หากได้มีการเซ็นต์ชื่อลงไปในเอกสารดังกล่าว จะมีผลอะไรกับดิฉันหรือไม่
          2.ดิฉันไม่สามารถไปปฏิบัติงานที่กรุงเทพฯได้ เพราะมีภูมิลำเนาและบุพการีที่ต้องดูแลอยู่จังหวัดชลบุรี ดิฉันมีสิทธิ์ได้รับค่าชดเชยหรือไม่
(กรณีของเพื่อนดิฉัน  เริ่มงานพร้อมกันค่ะ)
           เขาได้แจ้งกับทางบริษัทแล้วว่าสามารถไปปฏิบัติงานที่กรุงเทพฯ ได้  แต่ทางบริษัทไม่มีงานที่กรุงเทพฯ ให้เพื่อนดิฉันทำ จึงได้แจ้งปากเปล่าว่า  จะคุยกับทางเจ้าของโครงการให้ เพื่อให้เพื่อนดิฉันได้ทำงานที่เดิมไปก่อน  จนกว่าจะมีตำแหน่งว่างที่กรุงเทพฯ หรือมีบริษัทหรือโครงการอื่นว่าจ้าง  เนื่องด้วยเพื่อนดิฉันไม่มีความมั่นใจว่าเจ้าของโครงการจะจ้างหรือไม่ เพราะจนถึงขณะนี้ก็ยังไม่ได้รับคำตอบแต่อย่างใด เพื่อนดิฉันจึงได้โทรถามและติดตามคำตอบกับทางบริษัท แต่ได้คำตอบว่า หากทางโครงการไม่จ้าง ก็คงต้องรองานต่อไปเรื่อยๆ และในระหว่างรองานนั้นทางบริษัทก็จะไม่มีเงินเดือนให้แต่อย่างใด ...
(ช่วงนี้เพื่อนดิฉันก็เริ่มไปสมัครงานที่อื่นแล้ว)
ขอคำปรึกษาดังนี้ค่ะ
           1.กรณีโครงการ XYZ ตกลงจะให้พนักงาน(บางคน)ของบริษัทABCทำงานต่อไปซึ่งอาจระบุระยะเวลา.. แต่ในขณะเดียวกันหากมีบริษัทอื่นติดต่อเข้ามาเพื่อขอรับเพื่อนดิฉันเข้าทำงาน..เพื่อนดิฉันควรทำอย่างไร
           2.กรณีโครงการXYZไม่ต้องการพนักงานขายจากทางบริษัทABCแล้ว..เพื่อนดิฉันสามารถเรียกร้องอะไรได้บ้างค่ะ
           อีกอย่างนะค่ะ..ดิฉันไม่เคยได้วันหยุดตามประเพณีเลย หากดิฉันและเพื่อนดิฉันต้องออกจากงาน  ดิฉันและเพื่อนดิฉันสามารถได้รับเงินชดเชยในส่วนวันหยุดตามประเพณีด้วยหรือไม่ค่ะ
         ตอนนี้ดิฉันและเพื่อนเครียดมากค่ะ เพราะงานหายากมากแล้วไหนจะภาระทางบ้านอีก กลัวทางบริษัทจะลอยแพ

คำแนะนำทนายคลายทุกข์
          1.  กรณีที่ได้มีการเซ็นชื่อลงไปในเอกสารแจ้งย้ายการปฏิบัติงานของพนักงานขายไปประจำโครงการอื่นของบริษัท  จึงเป็นเพียงการลงลายมือชื่อเพื่อรับทราบคำสั่งเท่านั้น  แต่ไม่ได้หมายความรวมถึงว่าพนักงานหรือลูกจ้างจะยินยอมตามคำสั่งนั้นด้วย
          2.  การที่บริษัทได้แจ้งย้ายให้พนักงานขายไปประจำยังโครงการใหม่  อันเป็นการย้ายสถานประกอบการไปตั้ง ณ สถานที่อื่นอันมีผลกระทบต่อการดำรงชีวิตตามปกติของท่านลูกจ้างหรือครอบครองท่าน  ก็ย่อมมีสิทธิบอกเลิกสัญญาจ้างได้ภายใน 30 วัน  นับแต่วันที่ได้รับแจ้งจากบริษัทนายจ้าง หรือวันที่บริษัทย้ายสถานประกอบกิจการ  แล้วแต่กรณี  โดยท่านมีสิทธิได้รับค่าชดเชยพิเศษไม่น้อยกว่าอัตราค่าชดเชยที่ท่านมีสิทธิได้รับตาม พรบ.คุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 มาตรา 118,120
กรณีตามปัญหาของเพื่อนที่ท่านถามเข้ามา
          1.  หากมีบริษัทอื่นได้ติดต่อว่าจ้างเพื่อนให้ไปทำงานด้วยในระหว่างที่โครงการ XYZ ตกลงว่าจ้างเพื่อน  กรณีย่อมเป็นสิทธิของเพื่อนท่านที่จะไปทำงานที่บริษัทติดต่อเข้ามา
          2.  เมื่อโครงการ XYZ ได้ตกลงว่าจ้างเซลล์  ต่อมาหากไม่ประสงค์จะจ้างอีก  ก็เป็นเรื่องที่โครงการเลิกจ้าง  เซลล์ย่อมมีสิทธิเรียกร้องค่าชดเชยจากโครงการได้ตามกฎหมายคุ้มครองแรงงาน
          3.  กรณีที่ท่านกับเพื่อนไม่ได้หยุดตามวันประเพณี  แต่กลับได้ทำงานในวันนั้น  ท่านและเพื่อนย่อมมีสิทธิเรียกค่าทำงานในวันหยุดดังกล่าวจากบริษัทนายจ้างได้ในอัตราที่บริษัทจะต้องจ่ายเพิ่มขึ้นจากค่าจ้างอีกไม่น้อยกว่าหนึ่งเท่าของอัตราค่าจ้างต่อชั่วโมงในวันทำงานตามจำนวนชั่วโมงที่ทำ ตาม พรบ.คุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 มาตรา 62(1)

ตัวบทกฎหมายอ้างอิง
พระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน  พ.ศ. 2541
มาตรา 62
  ในกรณีที่นายจ้างให้ลูกจ้างทำงานในวันหยุดตามมาตรา 28 มาตรา 29 หรือมาตรา 30 ให้นายจ้างจ่ายค่าทำงานในวันหยุดให้แก่ลูกจ้างในอัตรา ดังต่อไปนี้
(1) สำหรับลูกจ้างซึ่งมีสิทธิได้รับค่าจ้างในวันหยุด ให้จ่ายเพิ่มขึ้นจากค่าจ้างอีกไม่น้อยกว่าหนึ่งเท่าของอัตราค่าจ้างต่อชั่วโมงในวันทำงานตามจำนวนชั่วโมงที่ทำหรือไม่น้อยกว่าหนึ่งเท่าของอัตราค่าจ้างต่อหน่วยในวันทำงานตามจำนวนผลงานที่ทำได้สำหรับลูกจ้างซึ่งได้รับค่าจ้างตามผลงานโดยคำนวณเป็นหน่วย

มาตรา 118  ให้นายจ้างจ่ายค่าชดเชยให้แก่ลูกจ้างซึ่งเลิกจ้างดังต่อไปนี้
(1) ลูกจ้างซึ่งทำงานติดต่อกันครบหนึ่งร้อยยี่สิบวัน แต่ไม่ครบหนึ่งปี ให้จ่ายไม่น้อยกว่าค่าจ้างอัตราสุดท้ายสามสิบวัน หรือไม่น้อยกว่าค่าจ้างของการทำงานสามสิบวันสุดท้ายสำหรับลูกจ้างซึ่งได้รับค่าจ้างตามผลงานโดยคำนวณเป็นหน่วย
(2) ลูกจ้างซึ่งทำงานติดต่อกันครบหนึ่งปี แต่ไม่ครบสามปี ให้จ่ายไม่น้อยกว่าค่าจ้างอัตราสุดท้ายเก้าสิบวัน หรือไม่น้อยกว่าค่าจ้างของการทำงานเก้าสิบวันสุดท้ายสำหรับลูกจ้างซึ่งได้รับค่าจ้างตามผลงานโดยคำนวณเป็นหน่วย
(3) ลูกจ้างซึ่งทำงานติดต่อกันครบสามปี แต่ไม่ครบหกปี ให้จ่ายไม่น้อยกว่าค่าจ้างอัตราสุดท้ายหนึ่งร้อยแปดสิบวัน หรือไม่น้อยกว่าค่าจ้างของการทำงานหนึ่งร้อยแปดสิบวันสุดท้ายสำหรับลูกจ้างซึ่งได้รับค่าจ้างตามผลงานโดยคำนวณเป็นหน่วย
(4) ลูกจ้างซึ่งทำงานติดต่อกันครบหกปี แต่ไม่ครบสิบปี ให้จ่ายไม่น้อยกว่าค่าจ้างอัตราสุดท้ายสองร้อยสี่สิบวัน หรือไม่น้อยกว่าค่าจ้างของการทำงานสองร้อยสี่สิบวันสุดท้ายสำหรับลูกจ้างซึ่งได้รับค่าจ้างตามผลงานโดยคำนวณเป็นหน่วย
(5) ลูกจ้างซึ่งทำงานติดต่อกันครบสิบปีขึ้นไป ให้จ่ายไม่น้อยกว่าค่าจ้างอัตราสุดท้ายสามร้อยวัน หรือไม่น้อยกว่าค่าจ้างของการทำงานสามร้อยวันสุดท้ายสำหรับลูกจ้างซึ่งได้รับค่าจ้างตามผลงานโดยคำนวณเป็นหน่วย
การเลิกจ้างตามมาตรานี้ หมายความว่า การกระทำใดที่นายจ้างไม่ให้ลูกจ้างทำงานต่อไปและไม่จ่ายค่าจ้างให้ ไม่ว่าจะเป็นเพราะเหตุสิ้นสุดสัญญาจ้างหรือเหตุอื่นใด และหมายความรวมถึงกรณีที่ลูกจ้างไม่ได้ทำงานและไม่ได้รับค่าจ้างเพราะเหตุที่นายจ้างไม่สามารถดำเนินกิจการต่อไป
ความในวรรคหนึ่งมิให้ใช้บังคับแก่ลูกจ้างที่มีกำหนดระยะเวลาการจ้างไว้แน่นอนและเลิกจ้างตามกำหนดระยะเวลานั้น
การจ้างที่มีกำหนดระยะเวลาตามวรรคสามจะกระทำได้สำหรับการจ้างงานในโครงการเฉพาะที่มิใช่งานปกติของธุรกิจหรือการค้าของนายจ้างซึ่งต้องมีระยะเวลาเริ่มต้นและสิ้นสุดของงานที่แน่นอนหรือในงานอันมีลักษณะเป็นครั้งคราวที่มีกำหนดการสิ้นสุด หรือความสำเร็จของงาน หรือในงานที่เป็นไปตามฤดูกาลและได้จ้างในช่วงเวลาของฤดูกาลนั้น ซึ่งงานนั้นจะต้องแล้วเสร็จภายในเวลาไม่เกินสองปีโดยนายจ้างและลูกจ้างได้ทำสัญญาเป็นหนังสือไว้ตั้งแต่เมื่อเริ่มจ้าง

มาตรา 120  ในกรณีที่นายจ้างจะย้ายสถานประกอบกิจการไปตั้ง ณ สถานที่อื่นอันมีผลกระทบสำคัญต่อการดำรงชีวิตตามปกติของลูกจ้างหรือครอบครัว นายจ้างต้องแจ้งให้ลูกจ้างทราบล่วงหน้าไม่น้อยกว่าสามสิบวันก่อนวันย้ายสถานประกอบกิจการ ในการนี้ ถ้าลูกจ้างไม่ประสงค์จะไปทำงานด้วยให้ลูกจ้างมีสิทธิบอกเลิกสัญญาจ้างได้ภายในสามสิบวันนับแต่วันที่ได้รับแจ้งจากนายจ้าง หรือวันที่นายจ้างย้ายสถานประกอบกิจการ แล้วแต่กรณี โดยลูกจ้างมีสิทธิได้รับค่าชดเชยพิเศษไม่น้อยกว่าอัตราค่าชดเชยที่ลูกจ้างพึงมีสิทธิได้รับตามมาตรา 118
ในกรณีที่นายจ้างไม่แจ้งให้ลูกจ้างทราบล่วงหน้าตามวรรคหนึ่ง ให้นายจ้างจ่ายค่าชดเชยพิเศษแทนการบอกกล่าวล่วงหน้าเท่ากับค่าจ้างอัตราสุดท้ายสามสิบวัน หรือเท่ากับค่าจ้างของการทำงานสามสิบวันสุดท้ายสำหรับลูกจ้างซึ่งได้รับค่าจ้างตามผลงานโดยคำนวณเป็นหน่วย
ให้นายจ้างจ่ายค่าชดเชยพิเศษ หรือค่าชดเชยพิเศษแทนการบอกกล่าวล่วงหน้าให้แก่ลูกจ้างภายในเจ็ดวันนับแต่วันที่ลูกจ้างบอกเลิกสัญญา
ในกรณีที่นายจ้างไม่จ่ายค่าชดเชยพิเศษ หรือค่าชดเชยพิเศษแทนการบอกกล่าวล่วงหน้าตามวรรคสาม ให้ลูกจ้างมีสิทธิยื่นคำร้องต่อคณะกรรมการสวัสดิการแรงงานภายในสามสิบวันนับแต่วันครบกำหนดการจ่ายค่าชดเชยพิเศษ หรือค่าชดเชยพิเศษแทนการบอกกล่าวล่วงหน้า
ให้คณะกรรมการสวัสดิการแรงงานพิจารณาและมีคำสั่งภายในหกสิบวันนับแต่วันที่ได้รับคำร้อง
เมื่อคณะกรรมการสวัสดิการแรงงานพิจารณาแล้ว ปรากฏว่า ลูกจ้างมีสิทธิได้รับค่าชดเชยพิเศษหรือค่าชดเชยพิเศษแทนการบอกกล่าวล่วงหน้า ให้คณะกรรมการสวัสดิการแรงงานมีคำสั่งเป็นหนังสือ ให้นายจ้างจ่ายค่าชดเชยพิเศษ หรือค่าชดเชยพิเศษแทนการบอกกล่าวล่วงหน้า แล้วแต่กรณี ให้แก่ลูกจ้าง ภายในสามสิบวันนับแต่วันที่ทราบ หรือถือว่าทราบคำสั่ง
ในกรณีที่คณะกรรมการสวัสดิการแรงงานพิจารณาแล้วปรากฏว่า ลูกจ้างไม่มีสิทธิได้รับค่าชดเชยหรือค่าชดเชยพิเศษแทนการบอกกล่าวล่วงหน้า แล้วแต่กรณี ให้คณะกรรมการสวัสดิการแรงงานมีคำสั่งเป็นหนังสือและแจ้งให้นายจ้างและลูกจ้างทราบ
คำสั่งของคณะกรรมการสวัสดิการแรงงานให้เป็นที่สุด เว้นแต่นายจ้างหรือลูกจ้างจะอุทธรณ์คำสั่งต่อศาลภายในสามสิบวันนับแต่วันที่ได้ทราบคำสั่ง ในกรณีที่นายจ้างเป็นฝ่ายนำคดีไปสู่ศาลนายจ้างต้องวางหลักประกันต่อศาลตามจำนวนที่ต้องจ่ายตามคำสั่งนั้น จึงจะฟ้องคดีได้

 

แสดงความเห็น

ข่าวที่มีผู้อ่านมาก