X Close ปิดเองอัตโนมัติภายใน  30 วินาที
960

งานเผยแพร่ความรู้ทางด้าน กฎหมาย การบริหารการจัดการหนี้สินในองค์กรภาครัฐและภาคเอกชน การฝึกอบรมสัมมนาพัฒนาบุคลากร ในการประกอบธุรกิจ หากหน่วยงานของรัฐ บริษัทห้างร้าน สถาบันการเงิน มีความสนใจ เชิญทีมงานไปฝึกอบรมสัมมนาหรือต้องการข้อมูลข่าวสาร ติดต่อได้ที่คุณศุภานัน 02-948-5700

อ่านต่อได้ที่นี่

938

ท่านใดที่สนใจเกี่ยวกับหลักสูตรฝึกอบรม เกี่ยวกับการติดตามหนี้ ทวงหนี้อย่างไรให้ได้ผล ได้เงิน และยังสร้างความประทับใจให้กับลูกค้า/หลักสูตรการป้องกันและการปราบปรามการทุจริตภายในองค์กร/หลักสูตรกฎหมายแรงงาน สำหรับเจ้าหน้าที่ฝ่ายบุคคลหรือผู้บริหารบริษัท/หลักสูตรสำหรับพนักงานบริษัทในการเอาตัวรอดจากการทวงหนี้ที่ไม่เป็นธรรม สนใจโทร.02-9485700 (คุณศุภานัน)

อ่านต่อได้ที่นี่

1986

สืบทุกเรื่องที่คุณอยากรู้ มีเรื่องคาใจอยากรู้ความจริง โทรมาคุยกับกุ้งได้ตลอด 24 ชั่วโมง นะคะ โทร. 081-625-2161 \"อย่าปล่อยให้มีเรื่องคาใจ อะไรที่ไม่สบายใจ ต้องหาทางปลดปล่อย สืบให้รู้ความจริง จะได้จบสิ้นกันเสียที สำหรับความทุกข์ที่คาใจมาเป็นเวลานาน อย่าปล่อยให้คนนอกใจลอยนวล\"

อ่านต่อได้ที่นี่

233

รับแปลเอกสารต่างๆ

อ่านต่อได้ที่นี่

บัตรแนะนำรายการฯ แบบใหม่ !

  • บัตรแนะนำรายการแบบใหม่

    บัตรแนะนำรายการแบบใหม่

     

                 รายการทนายคลายทุกข์ ได้ออกบัตรแนะนำรายการแบบใหม่ท่านใดสนใจจะช่วยนำไปเผยแพร่ให้กับพี่น้องประชาชนสนใจติดต่อได้ที่  โทรศัพท์  02-9485700

     

    ตัวอย่างบัตรแนะนำรายการ

" บทความและคำแนะนำของทนายคลายทุกข์เป็นประโยชน์ต่อท่านหรือไม่ "


ความคิดเห็น

  •  1  2  3  4   

  • ความคิดเห็นที่ 78

    ภรรยาผม ปลอมลายเซ็นผม ซื้อบ้านเป็นชื่อเธอ โดยสมคบกะเพื่อนเธอ เพื่อนเธอเป็นข้าราชการที่ย้ายมา เพื่อทำเรื่องเบิกค่าเช่าบ้าน เพื่อนเธอผ่อนค่าเช่าบ้านให้เธอ มีสลิปการโอนเงินผ่านบัญชีทุกเดือน ภรรยาผมและเพื่อนเธอเป็นข้าราชการทั้งสองคน ผมไม่รับรู้เพราะทำงานอยู่ต่างจังหวัดในช่วงที่เธอทำนิติกรรม ประเมินราคา จดจำนองกับธนาคาร ได้เงินมาก็ไปชำระเจ้าของโครงการบ้านที่เธอซื้อ ผมมาทราบเรื่องก็เวลาผ่านไป 5 ปีแล้ว และเกิดปากเสียงกัน เพื่อนเธอก็จะขอซื้อบ้านต่อจากเธอ ผมไม่รับรู้เรื่องที่เธอกับเพื่อนเธอที่สมคบกันทำนิติกรรมอำพราง  ผมไม่ยอมเซ็นให้ ภรรยาผมขู่ผมว่าเพื่อนเธอเป็นข้าราชชั้นผุ้ใหญ่ จะฟ้องร้องผม และเธอก็จะเป็นพยานให้กับเพื่อนเธอ ผมก็ขำๆ ไม่คิดโต้ตอบอะไร เพรียงบอกไปว่าอยากฟ้องก็ฟ้องไปเลย ไม่เคยกลัวเพราะนิติกรรมที่เธอและเพื่อนเธอสมคบกันทำ ทำในขณะที่ผมไม่อยู่บ้าน ไปทำงานอยู่ต่างจังหวัด มีเวลาและสถานที่ชัดเจน มีพยานเป้นบุคลและเอกสารชัดเจน ถ้าโดนฟ้องจริงผมจะสู้ในแนวนี้ได้ไหมครับ

    โดยคุณ ผมงานเข้าครับ  (118.174.123.244)     20 มี.ค. 2553

  • ตอบกลับความคิดเห็นที่ 78

    - หลังจากที่คุณทราบว่ามีการปลอมแปลงเอกสารและปลอมแปลงลายมือชื่อ ให้ไปแจ้งความฐานปลอมแปลงเอกสารไว้
    - แต่งตั้งทนายความเพื่อฟ้องร้องและแก้ไขนิติกรรมต่าง ๆ เพื่อให้ถือว่าเป็นโมฆะ

    โดยคุณ ทีมงานทนายคลายทุกข์ (สมาชิก)  (58.136.10.1)     21 มี.ค. 2553

  • ความคิดเห็นที่ 77

     โครงการพระราชดำริ ทุกโครงการเป็นโครงการที่ขจัดความเดือดร้อน และ นำความผาสุขมาสู่ปวงชน

    โดยคุณ ส.อมรรัตน์  (118.172.229.246)     6 พ.ย. 2552

  • ความคิดเห็นที่ 76

    ชาติ ศาสน์ กษัตริย์ ช่วยรัฐ – ราษฎร์สามัคคี สมัครสมานเป็นชาติพลี สร้างความดีเพื่อแผ่นดิน

    โดยคุณ ท.ทหาร  (118.172.231.41)     2 พ.ย. 2552

  • ความคิดเห็นที่ 75

    พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมิทรงย่อท้อเข้าไปช่วยเหลือราษฎรไม่ว่าจะอยู่ห่างไกลสักเพียงใดไม่ว่าเชื้อชาติใด ศาสนาใด

    โดยคุณ กรมทหารม้าที่ 3  (118.172.228.52)     30 ต.ค. 2552

  • ความคิดเห็นที่ 74

    ตอบความคิดเห็นที่ 72 1. ให้ทำหนังสือขอตรวจสอบข้อมูลกับทางขนส่งว่ารถคัน ดังกล่าวอยู่ในระหว่างที่ไฟแนนซ์A โอนให้คุณมีการดัดแปลงหรือไม่ 2. ในข้อหาเปลี่ยนแปลงตัวรถมีความผิดตาม พ.ร.บ.รถยนต์ พ.ศ. 2522 มีโทษปรับไม่เกิน 2,000 บาท ตามมาตรา 60

    โดยคุณ ทีมงานทนายคลายทุกข์     

  • ความคิดเห็นที่ 73

    เป็นลูกหนี้NPLค่ะ และได้รับ จดหมายจากสำนักงานกฎหมาย แจ้งให้เข้าไปเครียล์หนี้คงค้าง แต่ไม่แน่ใจว่า มาจากสำนักงานกฎหมายจริงหรือเปล่า เลขที่หัวกระดาษมุมซ้าย เขียนว่า "พิเศษ001/2551" และดิฉันมีผู้กู้ร่วมด้วยแต่ว่าสงสารเขาที่ต้องมาตกที่นั่งร่วมชะตากรรมกับดิฉัน จึงอยากให้เอาชื่อผู้กู้ร่วมออก พอจะมีวิธีช่วยเหลือไหมคะ ร้อนใจมากเลยค่ะ ในจดหมายระบุให้เครียล์ ภายในเดือนนี้ ขอบคุณค่ะ

    โดยคุณ may2y2001@yahoo.com     

  • ความคิดเห็นที่ 72

    01- ส.ค. - 2551 เรียนอาจารย์เดชา กระผมได้ซื้อรถยนต์ ฮอนด้า ซีวิค 1 คันหมายเลยทะเบียน 1ษ ? 26XX กทม. จาก เต้นท์ A โดยมี นาย A เป็นผู้ทำสัญญากัน เมื่อวันที่ 25 ก.พ. 2549 ในราคา 300,000 บาท ทาง เต้นท์ A ได้ทำการโอนทางทะเบียนให้กระผม แต่ทาง เต้นท์ A ได้ไปดำเนินการให้เองทุกอย่าง โดยทางกระผมมิได้ไปร่วมรู้เห็นในการโอน และตรวจสภาพรถด้วยเลยเพราะทาง เต้นท์ A ไปทำเรื่องโอนให้ โดยเก็บเงินค่าจัด ไฟแนนท์ 3,000 บาท ค่าโอน 3,000 บาท ต่อมากระผมได้ขายรถคันดังกล่าวให้แก่ นาย B เมื่อวันที่ 8 ก.พ. 2551 ในราคา 205,000 บาท และในระหว่างที่กระผมใช้รถคันนี้อยู่ ไม่เคยมีการชน และ เข้ารับการซ่อมหนักเลยแม้แต่ครั้งเดียว และกระผมก็ได้ทำประกันชั้น 3 ทั้ง 2 ปี ตลอดการส่งค่างวดไฟแนนท์ รถคันดังกล่าว และต่อมา นาย B ได้ขายรถยนต์คันดังกล่าว ให้กับ เต้นท์ อื่น ๆ อีกต่อหนึ่ง โดยผู้ซื้อคนสุดท้ายเป็นตำรวจ และผู้ซื้อคนสุดท้ายได้นำรถยนต์ ไปทำการตรวจโอนรถยนต์ที่ขนส่ง เมื่อวันที่ 14 ก.ค. 2551 ที่ขนส่ง ก็ได้เกิดปัญหาในการตรวจโอนขึ้นก็คือ นี่คือบันทึกการตรวจสอบรถจากเจ้าหน้าที่ขนส่ง ? พบร่องรอยการตัดต่อตัวถังรถ ( ครึ่งคัน ) ? พงร่องรอยการแก้ไขบริเวณ ...................... ? ไม่สามารถตรวจสอบได้ว่าเป็นรถคันเดิมหรือไม่ ? เห็นควรส่งรถไปตรวจสอบความถูกต้องที่ กองพิสูจน์หลักฐาน ? และบริษัทผู้ผลิตก่อนดำเนินการต่อไป ? ประทับตราคำว่า ? ไม่ผ่าน ? ตอนนี้เล่มทะเบียนรถยนต์ ก็ยังเป็นชื่อของกระผมอยู่เพราะ ตอนขายกระผมได้ทำสัญญาซื้อขายให้กับ นาย B โดยการโอนลอยให้ไป นับระยะเวลา ตั้งแต่การขายรถ เมื่อ 8 ก.พ. 2551 จนถึง 14 ก.ค. 2551 ก็ประมาณ 5 เดือน กว่าจะพบปัญหาการโอนไม่ผ่าน เคยได้ไปคุยกับทาง เต้นท์ A แล้ว ว่าเกิดปัญหาอย่างนี้ทาง เต้นท์ A จะช่วยแก้ไขอย่างไร ปรากฏว่า ทาง เต้นท์ A ไม่ขอรับผิดชอบ โดยทาง เต้นท์ A กล่าวอ้างว่า ได้ทำการตรวจโอนให้กระผมเรียบร้อยแล้ว หมดความรับผิดชอบจาก เต้นท์ A แล้ว และยังบอกอีกด้วยว่า กระผมอาจจะไปทำการตัดต่อมาก็ได้ เพราะได้ขายให้กระผมไปแล้ว และยังจัดไฟแนนท์ให้กระผมได้เรียบร้อยแล้วด้วย ทางคุณ B ก็มาขอความร่วมมือกับกระผมในการเจรจา ขอคืนรถยนต์คันดังกล่าวให้กับ เต้นท์ A และถ้าทาง เต้นท์ A ไม่รับผิดชอบ ก็จะให้กระผม ในฐานะที่มีชื่อในเล่มทะเบียนรถยนต์อยู่ ณ. ตอนนี้ ร้องเรียน สคบ. อีกที่ ? กระผมอยากทราบว่าตอนนี้กระผมมีความผิดหรือไม่และถ้าผิด ผิดมากน้อยขนาดไหน ? คุณฺ B สามารถฟ้องร้องกระผมได้หรือไม่ว่าขายรถตัดต่อ ไม่ถูกระเบียบขนส่ง ให้ คุณ B ไป ? กระผมต้องทำอย่างไรเพื่อไม่ให้ตัวเองโดนฟ้องร้อง และกระผมต้องทำอย่างไรต่อไปครับ ด้วยความเคารพนับถือ มนตรี

    โดยคุณ montree@itd.co.th     

  • ความคิดเห็นที่ 71

    ตอบคำถามที่ 65 เรื่องอำนาจปกครองบุตร 1. ให้บิดาไปยื่นฟ้องภรรยาที่ศาลจังหวัดนครนายก แผนกคดีเยาวชนและครอบครัวเพื่อขอให้เพิกถอนอำนาจปกครองของภรรยา ตามมาตรา 1598/7(5) และขอให้ศาลมีคำสั่งให้ภรรยาส่งมอบบุตรให้กับบิดา ซึ่งในทางปฏิบัติศาลจะให้ตกลงกันอระหว่างบิดาและมารดา กับจัดเวลาเยี่ยมบัตรหรือส่งบุตรไปค้าง 2. ถ้ามารดาพาเด็กหนี้ไปที่อื่นให้ยื่นคำร้องต่อศาลใหม่ 3. ถ้ามารดาไม่ให้ติดต่อบุตร บิดาสามารถพบบุตรได้ ตามมาตรา 1584/1

    โดยคุณ อ.เดชา กิตติวิทยานันท์     

  • ความคิดเห็นที่ 70

    ตอบความเห็นที่ 68 คำแนะนำจากทนายคลายทุกข์ 1. ควรแต่งตั้งทนายความไปประสานงานตำรวจเพื่อขอทราบความคืบหน้าของคดี 2. นำเรื่องร้องเรียนสำนักงานประกันภัยได้ทันที 3. ค่าเสียหายที่ผู้กระทำละเมิดหมายถึงคนขับ , เจ้าของรถ , บริษัทประกันภัย จะต้องรับผิดชอบตามกฎหมายเป็นไปตาม ป.พ.พ. มาตรา 420 เนื่องจากเป็นการกระทำละเมิด และถ้าผู้กระทำละเมิดมีนายจ้าง นายจ้างต้องร่วมรับผิดตามมาตรา 425 ความเสียหายต่อร่างกาย อนามัย สูญเสียความสามารถในการประกอบการงาน เรียกได้ตามมาตรา 444 ค่าขาดการงานเรียกได้ตามมาตรา 445 4. อายุความฟ้องร้องภายใน 1 ปี นับแต่วันรู้เรื่องละเมิด และรู้ตัวผู้จะพึงใช้ค่าสินไหมทดแทน มาตรา 448 5. ผู้ที่ต้องรับผิดคือผู้กระทำละเมิด คนขับ ตามมาตรา 420 และมาตรา 437 , นายจ้าง เจ้าของรถ , บริษัทประกันภัย ต้องร่วมกันรับผิด ส่วนประกันภัยรับผิดไม่เกินจำนวนที่รับประกันตามมาตรา 887 ส่วนบริษัทประกันภัยต้องฟ้องภายใน 2 ปี นับแต่วันวินาศภัย ตามมาตรา 882 6. คดีอาญา หากพนักงานสอบสวนล่าช้า ท่านสามารถดำเนินคดีได้เองหรือร้องเรียนวินัย ในข้อหาประมาท เป็นเหตุให้ผู้อื่นได้รับอันตรายสาหัส ตาม ป.อ.มาตรา 300 โทษจำคุกไม่เกินสามปี ปรับไม่เกินหกพันบาท ต้องดำเนินคดีภายใน 10 ปี ตามมาตรา 95 (3)

    โดยคุณ อ.เดชา กิตติวิทยานันท์     

  • ความคิดเห็นที่ 69

    ตอบความเห็นที่ 67 คำแนะนำ การกระทำดังกล่าวก่อนที่จะดำเนินคดี ให้ไปที่ กทช (คณะกรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ) WWW.NTC.COM ให้ไปยื่นคำร้องและตรวจสอบว่าใครเป็นเจ้าของหมายเลขโทรศัพท์ หรือติดต่อไปที่ศูนย์ HOT LINE 1200 หรือ 02-271-0151-60 ต่อ 394 เมื่อได้ข้อมูลแล้ว จึงไปแจ้งความดำเนินคดีตามกฎหมาย พ.รบ..คอมพิวเตอร์ พ.ศ. 2550 มาตรา 11 เป็นการปกปิดแหล่งที่มา ปรับไม่เกิน 100,000 บาท และมาตรา 14 จำคุกไม่เกิน 5 ปี ปรับไม่เกิน 100,000 บาทหรือปรึกษาไปที่กระทรวง ICT

    โดยคุณ อ.เดชา กิตติวิทยานันท์     

  • ความคิดเห็นที่ 68

    เรียน อาจารย์เดชาที่นับถือ ผมมีข้อที่จะขอคำปรึกษาเกี่ยวกับกรณีรถยนต์ชนกัน เหตุเกิดเมื่อวันที่ 12 มิถุนายน 2551 ที่ผ่านมา ประมาณเวลา 23 นาฬิกา โดยมีรถกระบะอีกคันหนึ่งขับสวนทางมาด้วยความเร็วสูง เข้าพุ่งชนรถยนต์ที่น้องสาวขับสวนทางมา โดยรถของน้องได้หลบลงขอบไหล่ทางแล้วก็ไม่พ้น เป็นเหตุให้น้องสาว 3 คนที่นั่งมาด้วยกันในรถ คนหนึ่งขาหัก อีกคนหนึ่งกระดูกสันหลังหลุด และคนสุดท้ายแขนหัก ไหปลาร้าหัก และขาหักด้วย พนักงานได้สอบสวนคนเจ็บไปแล้วหนึ่งปาก ส่วนอีกสองคนยังไม่สามารถมาให้ปากคำได้ และได้นัดคู่กรณีพร้อมกับตัวแทนประกันภัย ( รถน้องสาวประกันชั้น 3 ส่วนคู่กรณีประกันชั้น 1 ในบริษัทมิตรแท้ ซึ่งเป็นบริษัทเดียวกัน ) มาพบพนักงานสอบสวนเพื่อเจรจา ผลการเจรจาครั้งแรกยังตกลงกันไม่ได้เพราะคนเจ็บยังไม่สามารถออกมาให้ปากคำได้ ตกลงเพียงเรื่องรถ โดยผมเลือกไปซ่อมในอู่กลางของประกันในอู่ที่เชื่อถือได้ ตัวแทนประกันตกลง ประกันจึงขอให้มีรนำรถทั้งสองฝ่ายออกเข้าอู่ โดยผมเลือกเข้าอู่ในเครือของประกันตามที่ผมเชื่อถือได้ประกันก็ยอมให้เข้าอู่ตามต้องการ โดยวันต่อมาได้ให้ช่างมาประเมินสภาพและลากรถไป ครั้งที่สองน้องสาวคนหนึ่งสามารถไปให้ปากคำได้ ผลการสอบสวนร้อยเวรสรุปว่าฝ่ายคู่กรณีเป็นฝ่ายผิด ซึ่งต้องรับผิดชอบในความเสียหายที่เกิดขึ้น ส่วนค่าสินไหม ค่ารักษาพยาบาล ประกันได้ให้แต่ละคนประมาณการไปเพื่อส่งให้บริษัทพิจารณา ร้อยเวรจึงนัดให้มาอีกในครั้งต่อไปเพื่อตกลงกันอีก ครั้งที่สามได้ไปตามนัดร้อยเวรไม่ได้มาตามนัดทำให้ไม่สามารถตกลงกันได้ วันต่อมาทางบริษัทประกันโทรศัพท์มาจะขอลากรถเข้ามาซ่อมที่กรุงเทพ (เหตุเกิดที่สุรินทร์ คนทั้งหมดอาศัยอยู่สุรินทร์ ) โดยอ้างว่าที่นี่ซ่อมได้ถูก เพราะฝ่ายราคาของประกันได้ไปขอรายการประเมินจากอู่กลางบริษัทที่สุรินทร์ อู่ที่ผมลากไปซ่อมแล้ว ช่างตีราคาพร้อมค่าแรง 470,000 บาท (รถเสียหายมาก เครื่องแตก ด้านหน้ายุบหายไปเกือบ 1 เมตร ) ผมไม่ยอมให้ลากมา ต่อมาทางผุ้บริหารบริษัทประกันโทรศัพท์มา จะขอลากรถออกไปซ่อมที่อื่น อ้างเหตุต่าง ๆ นานา ผมจึงตัดสินใจว่าจะยอมรับค่าซ่อมบวกกับจะขายซากรถด้วยในรารา 3 แสนบาท (รถผมเป็นกระบะโตโยต้า D4D ปี 2546 ) ตัวแทนประกันรับปากยอมตามที่ตกลง แล้วมาลากรถออกไปให้อีกอู่หนึ่งที่จะซื้อซาก วันต่อมาอู่ที่จะซื้อโทรศัพท์บอกว่ารับซื้อไม่ได้ เพราะบริษัทประกันกดราคาค่าซ่อมลงมาอีก ทั้งที่ก่อนหน้านี้บริษัทประกันขอร้องให้ผมเอารถมาซ่อมที่อู่นี้ หลังจากทราบราคาประเมินจากอู่ก่อนหน้านี้ เพราะอู่นี้จะซ่อมให้ในราคา 200,000 บาท จนขณะนียังตกลงกันไม่ได้ ผมได้โทรศัพท์ไปหาผู้บริหารของบริษัท ก้พยายมบ่ายเบี่ยงและจะกดราคาไม่ยอมดำเนินการตามที่เสนอ ทั้งที่รถคันนี้เมื่อเดือนเมษาทางบริษัทโตโยต้าชัวร์ ตีราคาเทินให้ตั้ง 290,000 บาท ผมจึงเรียนปรึกษาดังนี้ 1. เกี่ยวกับเรื่องรถนี้ ผมควรจะดำเนินการอย่างไรต่อไปอีก 2. จะนำเรื่องเข้าร้องเรียนสำนักงานประกันภัยได้หรือไม่ 3. ค่าสินไหมที่ทางบริษัทประกันจะต้องร่วมรับผิดชอบด้วย คนเจ็บจะสามารถเรียกร้องได้หรือไม่ และจะเรียกร้องได้เท่าไหร่ จึงจะเหมาะสม เพราะขณะนี้หมอต้องนัดตรวจและทำกายภาพบำบัดตลอด (ในจำนวนคนเจ็บ 3 คน มีรับราชการ 2 คน ประกอบอาชีพส่วนตัว 1 คน ได้ใช้สิทธิ์รักษาพยาบาลจาก พรบ.ไปแล้วคนละ 50,000 บาท แต่ไม่พอต้องใช้สิทธิ์ทรางราชการและสิทธิ์ประกันสังคมอีก ออกจากโรงพยาบาลยังต้องเสียเพิ่มอีก การเบิกจ่ายส่วนเกินนี้ส่งเรื่องให้ประกันแล้วยังเงียบไม่เห็นเบิกจ่ายคืนให้) 4. พนักงานสอบสวนยังไม่ดำเนินการสอบสวนให้แล้วเสร็จเพื่อส่งเรื่องให้อัยการพิจารณา เพราะตอนนี้พยายามติดต่อพนักงานสอบสวนก็ติดต่อไม่ได้ จะทำอย่างไร 5. จะสามารถฟ้องทั้งประกันและคู่กรณีได้หรือไม่ 6. ค่าสินไหมตามที่เรียกร้องไป ทราบมาว่าประกันจะขอจ่ายให้ไม่เกินคนละ 50,000 บาท หากไม่ยอมจะดำเนินการอย่างไร 7. พนักงานสอบสวนต้องดำเนินการสอบสวนส่งเรื่องให้อัยการภายในกี่วันนับแต่เกิดเหตู 8. คดีนี้มีอายุความกี่ปี ขอความกรุณาให้ท่านช่วยคลายทุกข์ในเรื่องนี้ให้ด้วยครับ เพราะขณะนี้ยังไม่มีอะไรคืบหน้าเลย

    โดยคุณ surinsanchai@hotmail.com     

  • ความคิดเห็นที่ 67

    กราบเรียนท่านอจ เดชา ที่เคารพครับ ภรรยา โดน คนแกล้งส่ง SMS มาด่า ว่ากล่าว ในเรื่อง ที่ไม่เป็นจริง ผู้ส่งใช้เบอร์แบบไม่ได้ลงทะเบียนส่งมา แต่เมื่ออาทิตย์ที่แล้ว ผู้ส่งได้ส่งผิดพลาด โดยใช้เบอร์ ที่ตนเองจดทะเบียนส่งมา ซึ่งเบอร์นี้ เป็นเบอร์ที่ ภรรยา ของกระผมได้บันทึกไว้ ในโทรศัพท์ของภรรยาผม สุดท้ายภรรยาก็รู้ตัวคนส่ง และ ได้เดินทางไปสอบถาม ว่า ส่งข้อความมาด่าเธอทำไม ทางผู้หญิง คนนี้ก็ได้ปฎิเสธ ข้างๆคูๆ ว่ามีคนยืมไปส่ง แต่บอกไม่ได้ว่าเป็นใคร ซึ่งผมและภรรยาเชื่อว่า ผู้หญิง คนนี้เป็นผู้กระทำทั้งหมด ภรรยาจึงได้ไปแจ้งความลงบันทึกประจำวันไว้เป็นหลักฐาน หลังจากนั้นอีกประมาณ 7 วัน ก็มีข้อความส่งมาด่าอีกโดยใช้เบอร์แบบไม่ลงทะเบียนอีก อยากจะรบกวนสอบถาม อจ เดชา ว่า การส่ง sms มาข่มขู่ด่าทอ เสียๆหายๆ นี้ ถือเป็นการดูหมิ่น หรือไม่ครับ สามารถฟ้องร้องได้ไหมครับ อาจารย์ครับ เท่าที่อ่านมา โทษดูหมิ่น จะปรับไม่เกิน 1000 บาท และจำคุก 1 เดือน ใช่ไหมครับ กรณีนี้ กระผมสามารถนำสำเนาใบแจ้งความ ไปที่ ผู้ให้บริการโทรศัพท์ ทำการตรวจสอบได้ไหมครับ ว่า โทรศัพท์นี้ ตั้งอยู่ใช้อยู่ที่ บ้านเลขที่ใด เพราะตอนนี้ ภรรยาผมเขา มีข้อมูล ของผู้หญิงผู้ก่อเหตุหมดแล้ว มีที่อยู่ปัจจุบันทั้งหมดครับ อาจารย์ช่วยแนะนำด้วยนะครับ ขอกราบขอบพระคุณ ล่วงหน้าด้วยครับ ขอแสดงความนับถือครับ ธนภัทร/นนทบุรี/0814440059

    โดยคุณ ธนภัทร/sthanapat@hotmail.com     

  • ความคิดเห็นที่ 66

    เรียน อ.เดชา ม.ราชภัฏใน กทม.แห่งหนึ่งจ้างลูกจ้างชั่วคราวไว้ปฏิบัติงานแต่ไม่มีระเบียบการจ้าง จะใช้สัญญาจ้างในการกำหนดเงื่อนเป็นข้อตกลงกัน มีลูกจ้างประมาณ 500 คน ที่ผ่านมาทุกปีก็ได้รับการต่อสัญญาจ้างทุกครั้ง เมื่อ 1 ต.ค.50 ผู้ที่ได้รับการต่อสัญญาก็ส่งสัญญาจ้างกันเรียบร้อยแล้ว อีกประมาณ 2 เดือน มหาวิทยาลัยแจ้งให้ลูกจ้างทุกคนเปลี่ยนสัญญาใหม่ เนื้อหาของสัญญาก็คือสัญญาฉบับเดิม แต่ได้เพิ่มข้อความใหม่ว่า "มาสายเกิน 20 วัน" เข้าไปในข้อสัญญาที่เป็นความผิดร้ายแรง ( สัญญาข้อนี้คือ ผู้ว่าจ้างมีสิทธิบอกเลิกสัญญาฉบับนี้ทันที โดยไม่จำเป็นต้องบอกกล่าวล่วงหน้า หากผู้รับจ้างได้กระทำการซึ่งถือเป็นความผิดร้ายแรงดังต่อไปนี้ 1. ทุจริตในหน้าที่ 2.... 3. มาสายเกิน 20 วัน) เรียนถามอาจารย์ ดังนี้ 1. การกำหนดมาสายเกิน 20 วันเป็นความผิดร้ายแรง เป็นหลักเกณฑ์ของกฎหมายใด นำมาใช้กับลูกจ้างของส่วนราชการได้หรือไม่ 2. ถ้ามาสายเกิน 20 วันแล้วเลิกจ้าง มหาวิทยาลัยสามารถกระทำได้หรือไม่ 3. ถ้าทำไม่ได้ลูกจ้างสามารถฟ้องศาลได้หรือไม่ และต้องฟ้องศาลใด ขอบคุณอย่างสูง

    โดยคุณ Law.dohotmail.com     

  • ความคิดเห็นที่ 65

    ผมกับอดีตภรรยา ได้เลิกกัน และมีลูกสาว 1 คน(ไม่ได้จดทะเบียน)กรรมสิทธิ์ในตัวลูกจึงตกเป็นของอดีตภรรยาตามกฎหมาย พอกระผมไปขอตกลงกับเธอเรื่องค่าเลี้ยงดู และขอพบลูกบ้างกับถูกกรีดกัน และเธอได้บอกผมว่าถ้าอยากพบลูกหรือดูแลลูกให้ไปฟ้องร้องเอา ผมจึงอยากสอบถามเป็นข้อๆดังนี้ครับ -ผมต้องทำประการใดดีครับ ค่าใช้จ่ายประมาณเท่าไหร่ครับ -ผมอยู่จ.สมุทรปราการ เมียอยู่จ.กำแพงเพชรและ ลูกอยู่ จ.นครนายก ต้องยื่นศาลจังหวัดใหนครับ (ตอนนี้ผมทำงานที่นครนายก) -ถ้ายื่นศาลแล้วแม่เด็กกีดกันหรือไม่เห็นด้วยไม่ให้ลูกเป็นบุตรโดยชอบด้วยกฎหมาย จะทำประการใดครับ **ผมเลี้ยงลูกสาวตั้งแต่เกิดจนปัจจุบันอายุ 3 ขวบ 8 เดือนครับ ส่วนแม่ทำงานคนละจังหวัด เดือนหนึ่งจะมาพบ ผมและลูกเดือนละ 2-3 ครั้งๆละประมาณ2-3 วันครับ**

    โดยคุณ ctnakonnayok@csloxinfo.com     

  • ความคิดเห็นที่ 64

    อยากเรียนถามอ.เดชา ค่ะ คือมีปัญหาอยู่ว่า ดิฉันเพิ่งซื้ออาคารพานิชย์ ผ่อนได้แค่ 4 เดือน แต่มีปัญหาในการผ่อนชำระ อยากขายต่อค่ะ อยากทราบว่า จะหยุดส่งเลยได้หรือเปล่าค่ะ รอจนกว่าจะมีคนมาซื้อต่อ หรือจะต้องทำอย่างไรดีค่ะ คือพ่อกับแม่เลิกกัน ส่งไม่ไหวค่ะ เลยอยากไปซื้อที่อื่นที่ผ่อนน้อยกว่านี้ แต่กลัวติดแบล็กลิสต์ ถ้าไม่ส่งหลังนี้ ค่ะ รบกวนช่วยตอบด้วยนะค่ะ ขอบคุณค่ะ

    โดยคุณ 589094@fedex.com     

  • ความคิดเห็นที่ 63

    อยากเรียนถามอ.เดชา ค่ะ คือมีปัญหาอยู่ว่า ดิฉันเพิ่งซื้ออาคารพานิชย์ ผ่อนได้แค่ 4 เดือน แต่มีปัญหาในการผ่อนชำระ อยากขายต่อค่ะ อยากทราบว่า จะหยุดส่งเลยได้หรือเปล่าค่ะ รอจนกว่าจะมีคนมาซื้อต่อ หรือจะต้องทำอย่างไรดีค่ะ คือพ่อกับแม่เลิกกัน ส่งไม่ไหวค่ะ เลยอยากไปซื้อที่อื่นที่ผ่อนน้อยกว่านี้ แต่กลัวติดแบล็กลิสต์ ถ้าไม่ส่งหลังนี้ ค่ะ รบกวนช่วยตอบด้วยนะค่ะ ขอบคุณค่ะ

    โดยคุณ 589094@fedex.com     

  • ความคิดเห็นที่ 62

    เรียนอ.เดชา ที่เคารพ ผมได้ซื้อรถแท๊กซี่กับเต้นท์รถ1คันราคา 300000บาท ตอนแรกตกลงดาว์น 50000 แต่พอมัดจำไป 5000 พอจะไปรับรถเขาบอกไฟแนนให้กู้180000ต้องดาวน์120000 ผมมีแค่ 70000เขาให้ค้าง 50000 ผ่อน 10 เดือนไม่คิดดอกเบี้ย รถซ่อมฟรีค่าแรงตลอดการใช้งาน เงินที่ค้างเขียนไว้ในสัญญาซื้อขายรถยนต์ พอจะรับรถเขาให้เขียนสัญญาเงินกู้อีก1ใบ พอเอารถไปใช้รถก็เสียเลยวันนั้นแล้วก็เสียบ่อยมากเอาไปให้เขาซ่อมเขาก็ไม่ยอมซ่อมผมต้องขับไปซ่อมไป เลยจ่ายเงินที่ค้างไว้ไม่ครบ ตอนนี้มีหมายศาลฟ้องมาฟ้องว่าผิดสัญญาเงินกู้ ผมขอถามอ.ว่าผมผิดสัญญาซื้อขายรถยนต์ หรือ ผิด สัญญาเงินกู้ ผมควรจะสู้อย่างไร ขอบคุณครับ ด้วยความเครพอย่างสูง

    โดยคุณ thongchai_2005@hotmail.com     

  • ความคิดเห็นที่ 61

    หนูเขียนไปเล่าให้อ.ฟังรายละเอียดคร่าวแล้วนะค่ะเรื่องคดียักยอกเงินที่ทางบริษัทแจ้งกับตำรวจแต่ยังไม่ได้เป็นการแจ้งความนะค่ะตำรวจให้ไกล่เกลี่ยกับเจ้านายก่อนแต่หนูไปสน.มาตั้ง 5 รอบแล้วยังเคลีียไม่ได้ตอนที่บันทึกแจ้งว่ายอดล้านกว่าบาทหนูเคลียแล้วตอนนี้เหลือ400000 บาทแต่ทางเจ้าทุกข์เหมือนจะไม่ค่อยพอใจทั้งที่เอกสารอยู่กับทางบริษัทฯหมดเลยเอาแต่รายละเอียดลายมือชื่อที่หนูเบิกจากธนาคารมาฟ้องหนูค่ะแล้วตำรวจก็เป็นใจกับเขาเหมือนเป็นคนรู้จักกัน และก็เคยมาขอเงินกับทางฝ่ายหนูด้วยบอกว่าจะช่วยพูดให้จะได้จบเหมือนหนูยังไม่ได้พิสูจน์เลยว่ายอดที่เขาแจ้งนี้เป็นความจริงหรือเปล่าตอนนี้หนูดัดสินใจให้มันฟ้องอ.คิดว่าหนูทำถูกหรือเปล่าค่ะเพราะทางเข้าไม่ได้ให้บัญชีผู้ตรวจสอบเป็นคนเช็คข้อมูลเช็คโดยตัวเจ้านายเองแบบว่าไม่ค่อยรู้บัญชีค่ะอ.คิดว่าหนูควรจะทำอย่างไรค่ะ

    โดยคุณ สุ/atidesign2550@gmail.com     

  •  1  2  3  4   

แสดงความคิดเห็น

  •    
    ชื่อ
    เมล์
    ความคิดเห็น
    ตัวเลขที่เห็น
     แจ้งทาง e-mail เมื่อมีผู้ตอบกระทู้นี้

เข้าสู่ระบบ

คุณสามารถ สมัครสมาชิกได้ที่นี่...

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ข่าวที่มีผู้อ่านมากที่สุดในหมวด

ข่าวที่ถูกค้นมากที่สุดในหมวด