ค้ำประกันเงินกู้กับBANK | decha.com
X Close ปิดเองอัตโนมัติภายใน  30 วินาที
452

งานเผยแพร่ความรู้ทางด้าน กฎหมาย การบริหารการจัดการหนี้สินในองค์กรภาครัฐและภาคเอกชน การฝึกอบรมสัมมนาพัฒนาบุคลากร ในการประกอบธุรกิจ หากหน่วยงานของรัฐ บริษัทห้างร้าน สถาบันการเงิน มีความสนใจ เชิญทีมงานไปฝึกอบรมสัมมนาหรือต้องการข้อมูลข่าวสาร ติดต่อได้ที่ 02-948-5700

อ่านต่อได้ที่นี่

3120

ท่านใดที่สนใจเกี่ยวกับหลักสูตรฝึกอบรมการติดตามหนี้ ทวงหนี้อย่างไรให้ได้ผล ได้เงิน รักษาภาพลักษณ์ รักษาลูกค้า/หลักสูตรการป้องกันและการปราบปรามการทุจริตภายในองค์กร/หลักสูตรกฎหมายแรงงาน สำหรับเจ้าหน้าที่ฝ่ายบุคคลหรือผู้บริหารบริษัท สนใจโทร.02-9485700

อ่านต่อได้ที่นี่

576

สืบทุกเรื่องที่คุณอยากรู้ มีเรื่องคาใจอยากรู้ความจริง โทรมาคุยกับกุ้งได้ที่ 081-625-2161หรือ 089-669-5026 \"อย่าปล่อยให้มีเรื่องคาใจ อะไรที่ไม่สบายใจ ต้องหาทางปลดปล่อย สืบให้รู้ความจริง จะได้จบสิ้นกันเสียที สำหรับความทุกข์ที่คาใจมาเป็นเวลานาน อย่าปล่อยให้คนนอกใจลอยนวล\"

อ่านต่อได้ที่นี่

รับแปลเอกสารต่างๆ

อ่านต่อได้ที่นี่

ค้ำประกันเงินกู้กับBANK

  • ค้ำประกันเงินกู้กับBANK

              ถ้าเราเป็นผู้ค้ำประกันเงินกู้กับธนาคาร  ผู้กู้ไม่จ่ายเงินเลย แต่ยังมีชีวิตอยู่ ไม่สาบสูญ ค้างธนาคารมา 9 ปี จนดอกเบี้ยทบต้น  ในกรณีผู้กู้ไม่ไปติดต่อทางธนาคารเลย สรุปว่าผู้ค้ำต้องรับผิดชอบใช่มั๊ยค่ะ มีทางออกอื่นมั๊ย

    คำแนะนำทนายคลายทุกข์
             การที่ท่านเป็นผู้ค้ำประกันหนี้เงินกู้  ตามกฎหมายย่อมเป็นกรณีที่ท่านได้ผูกพันตนต่อธนาคารเจ้าหนี้  เพื่อชำระหนี้ในเมื่อลูกหนี้ผู้กู้ไม่ชำระหนี้นั้น  ตาม ป.พ.พ. มาตรา 682  โดยท่านในฐานะเป็นผู้ค้ำประกัน  ก็ต่อเมื่อลูกหนี้ผู้กู้ได้ผิดนัดชำระหนี้  ตาม ป.พ.พ. มาตรา 686
              ดังนั้น  เมื่อธนาคารเจ้าหนี้ฟ้องให้ท่านรับผิดตามสัญญาค้ำประกัน  ท่านก็ย่อมมีสิทธิเกี่ยงการชำระหนี้ตามกฎหมายได้ 3 ประการคือ
    1.  เกี่ยงให้ธนาคารไปเรียกให้ลูกหนี้ผู้กู้ชำระหนี้เงินกู้ก่อนได้ ตาม ป.พ.พ. มาตรา 688 
    2.  ท่านย่อมมีสิทธิพิสูจน์ต่อธนาคารเจ้าหนี้ได้ว่า  ลูกหนี้ผู้กู้นั้นมีทางที่จะชำระหนี้ได้และการที่จะบังคับให้ลูกหนี้ชำระหนี้นั้น  จะไม่เป็นการยาก  หากท่านพิสูจน์ได้นั้นแล้ว  ตามกฎหมายได้กำหนดให้ธนาคารเจ้าหนี้จะต้องบังคับการชำระหนี้รายนั้นเอาจากทรัพย์สินของลูกหนี้ก่อน  ตามที่บัญญัติไว้ใน ป.พ.พ. มาตรา 689
    3.  และถ้าหากธนาคารเจ้าหนี้มีทรัพย์ของลูกหนี้ผู้กู้  ไม่ว่าจะเป็นที่ดิน บ้าน ฯลฯ  ยึดถือไว้เป็นประกัน  เมื่อท่านร้องขอให้ธนาคารบังคับชำระหนี้เอาจากทรัพย์ซึ่งเป็นประกันนั้นก่อน  ตามกฎหมายจึงกำหนดให้ธนาคารจะต้องให้ชำระหนี้เอาจากทรัพย์ซึ่งเป็นประกันนั้นก่อน  ตาม ป.พ.พ มาตรา 690
              ดังนั้น  สิทธิเกี่ยงให้ธนาคารเจ้าหนี้ไปเรียกบังคับชำระหนี้แก่ลูกหนี้ผู้กู้ก่อน  จึงเป็นสิทธิเกี่ยงตามกฎหมายที่ให้สิทธิแก่ท่านในฐานะที่เป็นผู้ค้ำประกัน  กรณีจึงเป็นทางออกของท่าน  ในอันที่จะใช้สิทธิเกี่ยงดังกล่าวได้ตามกฎหมาย

    ตัวบทกฎหมายอ้างอิง
    ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์
    มาตรา 686
    ลูกหนี้ผิดนัดลงเมื่อใด ท่านว่าเจ้าหนี้ชอบที่จะเรียกให้ผู้ค้ำประกันชำระหนี้ได้แต่นั้น

    มาตรา 688  เมื่อเจ้าหนี้ทวงให้ผู้ค้ำประกันชำระหนี้  ผู้ค้ำประกันจะขอให้เรียกลูกหนี้ชำระก่อนก็ได้ เว้นแต่ลูกหนี้จะถูกศาลพิพากษาให้เป็นคนล้มละลายเสียแล้ว หรือไม่ปรากฏว่าลูกหนี้ไปอยู่แห่งใดในพระราชอาณาเขต

    มาตรา 689 ถึงแม้จะได้เรียกให้ลูกหนี้ชำระหนี้ดั่งกล่าวมาในมาตราก่อนนั้นแล้วก็ตาม ถ้าผู้ค้ำประกันพิสูจน์ได้ว่าลูกหนี้นั้นมีทางที่จะชำระหนี้ได้ และการที่จะบังคับให้ลูกหนี้ชำระหนี้นั้นจะไม่เป็นการยากไซร้ ท่านว่าเจ้าหนี้จะต้องบังคับการชำระหนี้รายนั้นเอาจากทรัพย์สินของลูกหนี้ก่อน

    มาตรา 690  ถ้าเจ้าหนี้มีทรัพย์ของลูกหนี้ยึดถือไว้เป็นประกันไซร้ เมื่อผู้ค้ำประกันร้องขอ ท่านว่าเจ้าหนี้จะต้องให้ชำระหนี้เอาจากทรัพย์ซึ่งเป็นประกันนั้นก่อน

     

" บทความและคำแนะนำของทนายคลายทุกข์เป็นประโยชน์ต่อท่านหรือไม่ "


ความคิดเห็น

  • ความคิดเห็นที่ 4

    ดิฉันก็เป็นอีกคนที่ค้ำประกันเงินกู้กับเพื่อนร่วมงาน จำนวน 400,000 บาท แต่เขาค้ำประกันให้ดิฉันจำนวน 600,000 บาท ที่ ธ.กรุงไทย เป็นข้าราชการท้องถิ่น แต่เพื่อนที่เราผลัดกันค้ำประกันเขาถูกวินัยให้ออกจากราชการ เฉพาะตัวเองต้องผ่อนรถ และชำระเงินกู้อีกมากจนเงินเดือนไม่พอใช้ แต่ต้องแบกภาระหนี้ให้คนอื่น แต่เขายังมีพ่อกับแม่นะคะ ขอคำแนะนำหน่อยนะคะว่าธนาคารจะบังคับให้พ่อกับแม่เขาชำระหนี้แทนลูกได้หรือไม่ ขอบคุณมากนะคะ

    โดยคุณ ผู้ค้ำประกันเงินกู้ข้าราชการ  (182.52.84.235)     30 ก.ย. 2556

  • ความคิดเห็นที่ 3

     คือ กรณีของดิฉันคือ ดิฉันเป็นลูกหนี้ของแบงค์ๆหนึ่ง และได้ค้างชำระเงินมา11 งวด ซึ่งเป็นเงิน 27000 บาท ซึ่ง ได้นัดชำระเงินคืนเป็น 2 งวด ภายใน 1 เดือน(พ.ค.) ในครั้งแรกดิฉันได้นำเงินไปชำระวันที่ 21 พ.ค.เป็นเงิน 4000 บาท และ ภายในกำหนดระยะเวลานั้น ได้ล่วงเลยมา 4 วันแล้ว ดิฉันจะนำเงินไปจ่ายอีกในวันที่5 มิ.ย. ของเดือนถัดมา แต่ในเวลาดังกล่าว ได้มีหนังสือจาก ทนายส่งมา ถึงดิฉัน ลงวันที่ 22 พ.ค. บอกให้นำเงินไปชำระทั้งต้นและดอกภายใน 7 วัน เป็นเงิน 1 แสนกว่า บาท  ดิฉันอยากทราบว่าจะนำเงินไปจ่ายในจำนวนที่เราคุยกันไว้ได้หรือไม่ เพราะเราไม่สามารถหาเงินแสนได้ใน 7 วัน และจะทำให้คนค้ำติดบุโล หรือไม่ ด่วนมากค่ะ

    โดยคุณ ไม่อยากให้มีปัญหาไปถึงคนค้ำ  (101.51.33.144)     5 มิ.ย. 2556

  • ความคิดเห็นที่ 2

    กรณี ที่หักจากบัญชีเงินเดือนเรา    ธนาคารจะหักจ่ายหนี้แทนจ่ากบัญชีเราได้เลยรึป่าวคับ  ถ้าเรื่องยังไม่ได้ส่งฟ้องศาล    คือ ทางธนาคารจะแนะนำให้ผมกู้เพิ่มเพื่อมาปิด หนี้คนที่หนีหนี้ไปแทนตลอด  ยังไม่ได้มีหมายศาลแต่อย่างใด   ทางธนาคารจะมีสิทธิ์  ทำหนังสือ มาให้หน่วยงาน หักเงินจากบัญชี  ผมเลยได้มั้ยคับ   ขอความกรุณา  ให้ความรู้ทีคับ

    โดยคุณ โดนเหมือนกัน  (182.53.156.100)     20 พ.ค. 2556

  • ความคิดเห็นที่ 1

    ขอบคุณมากค่ะ...ที่ให้คำแนะนำที่มีประโยชน์ในการไปขึ้นศาล

    ดิฉันได้คำประกันเงินกู้จำนวน  600,000 กว่าบาท  ซึ่งทางธ.กรุงไทย ได้ยืนเรื่องต่อศาลให้ดิฉันผู้ค้ำเป็นจำเลยที่ 2 และจำเลยที่ 1 ผู้กู้ (ซึ่งไม่รู้เขาจะไปขึ้นศาลหรือเปล่า )  ซึ่งดิฉันซึ่งเป็นข้าราชการและมีหนี้สินเฉพาะของตัวเองก็ปาไป 900,000 บาทแล้ว  และต้องไปแบกภาระหนี้ที่ดิฉันไม่ได้ก่อ คือการค้ำประกันเพื่อนร่วมงานซึ่งได้ลาออกไปแล้วนั้น เป็นกังวลมากค่ะ ขอความคำแนะนำที่จะมีประโยชน์เพิ่มเติมได้ที่ E -mail  และทางโทรศพท์ 080-4056538  ค่ะ

    และอีกเรื่องหนึ่งค่ะ  การค้ำประกันของดิฉันมีขึ้นก่อนสมรสและจดทะเบียนค่ะ  จะมีผลต่อสามีไหมค่ะ  กังวลมากค่ะกลัวเขายึดเงินเดือนสามีค่ะ

    โดยคุณ ผู้คำประกันซึ่งเดือดร้อนมาก  (61.19.66.183)     15 พ.ย. 2553

แสดงความคิดเห็น

  •    
    ชื่อ
    เมล์
    ความคิดเห็น
    ตัวเลขที่เห็น
     แจ้งทาง e-mail เมื่อมีผู้ตอบกระทู้นี้

เข้าสู่ระบบ

คุณสามารถ สมัครสมาชิกได้ที่นี่...

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ข่าวที่มีผู้อ่านมากที่สุดในหมวด

ข่าวที่ถูกค้นมากที่สุดในหมวด