งานเผยแพร่ความรู้ทางด้าน กฎหมาย การบริหารการจัดการหนี้สินในองค์กรภาครัฐและภาคเอกชน การฝึกอบรมสัมมนาพัฒนาบุคลากร ในการประกอบธุรกิจ หากหน่วยงานของรัฐ บริษัทห้างร้าน มีความสนใจ เชิญทีมงานไปฝึกอบรมสัมมนาหรือต้องการข้อมูลข่าวสาร ติดต่อได้ที่ 02-948-5700 อ่านต่อ
ท่านใดที่สนใจเกี่ยวกับหลักสูตรฝึกอบรมการติดตามหนี้ ทวงหนี้อย่างไรให้ได้ผล ได้เงิน รักษาภาพลักษณ์ รักษาลูกค้า/หลักสูตรการป้องกันและการปราบปรามการทุจริตภายในองค์กร/หลักสูตรกฎหมายแรงงาน สำหรับเจ้าหน้าที่ฝ่ายบุคคลหรือผู้บริหารบริษัท สนใจโทร.02-9485700 อ่านต่อ
สืบทุกเรื่องที่คุณอยากรู้ มีเรื่องคาใจอยากรู้ความจริง โทรมาคุยกับกุ้งได้ที่ 081-625-2161หรือ 089-669-5026 "อย่าปล่อยให้มีเรื่องคาใจ อะไรที่ไม่สบายใจ ต้องหาทางปลดปล่อย สืบให้รู้ความจริง จะได้จบสิ้นกันเสียที สำหรับความทุกข์ที่คาใจมาเป็นเวลานาน อย่าปล่อยให้คนนอกใจลอยนวล" อ่านต่อ
รับแปลเอกสารต่างๆ อ่านต่อ
โดนเอาเปรียบเรื่องสัญญาเช่าห้องพัก
ผมเข้าพักที่หอพักแห่งหนึ่ง วันที่ 1พ.ค.53 แต่พอแจ้งย้ายออกว่าจะออกวันที่ 31พ.ค.53 เขากลับจะให้ผมจ่ายค่าเช่าในเดือน พ.ค. ด้วย ในรายละเอียดมีดังนี้ครับ ค่าเช่า1800 ต่อเดือน จ่ายเงินมัดจำก่อนเข้าอยู่เงินมัดจำ 3000บาท อยู่ก่อนจ่าย อยู่ไม่ครบ 7 เดือนริบเงินประกัน อยู่ครบคืนให้ พร้อมทั้งจ่ายค่าเช่าในเดือนนั้นด้วย หากไม่จ่ายสามารถยึดทรัพย์สินของผู้เช่าเพื่อขายและหักเป็นค่าเช่าได้ โดยผู้เช่าไม่สามารถเอาผิดได้ ในตอนนี้ถ้าผมไม่จ่ายค่าเช่าในเดือนที่ออกเจ้าของหอพักจะเอาผิดและไม่ให้ยึดของในห้องผมได้หรือไม่ เพราะผมถือว่าจ่ายเงินมัดจำ 3000 ไปแล้วผมให้เขาริบไปเลย แต่เขาไม่ยอมจะเก็บเงินค่าเช่าที่ผมอีก และเขาบอกว่าหักในเงินประกันไม่ได้ ต้องโดนยึดอยู่แล้ว และคดีนี้ถ้าฟ้องกันใครจะชนะครับ เพราะผมอยู่ไม่ครบสัญญาแต่จ่ายเงินประกันไปแล้ว
คำแนะนำทนายคลายทุกข์
ข้อตกลงตามสัญญาเช่าทีมีค่าเช่า 1,800 บาท/ เดือน โดยเรียกเงินมัดจำคืนหรือเงินค่าประกัน ซึ่งท่านในฐานะผู้เช่าได้จ่ายให้แล้วเป็นเงินจำนวน 3,000 บาท หากเช่าอาศัยไม่ครบ 7 เดือน ก็ให้ริบเงินประกัน แต่หากอยู่ครบตามสัญญาผู้ให้เช่าจะคืนเงินประกันให้ พร้อมทั้งหักจ่ายเงินค่าเช่าในเดือนที่ออกนั้นด้วย และหากไม่จ่ายค่าเช่า ผู้ให้เช่าสามารถยึดทรัพย์สินของผู้เช่าเพื่อขาย และหักเป็นค่าเช่าได้ โดยผู้เช่าไม่สามารถเอาผิดได้
และเมื่อปรากฎว่าท่านได้แจ้งย้ายออกจากหอพักเพื่อครบกำหนด 1 เดือนนับแต่วันที่ได้เข้าพักอาศัย โดยที่ท่านเช่าอาศัยอยู่ไม่ครบกำหนด 7 เดือน ซึ่งทางหอพักผู้ให้เช่าต้องการให้ท่านชำระค่าเช่าในเดือนที่ท่านจะออกนั้นด้วย โดยท่านก็ยินยอมให้หอพักริบเงินประกันหรือมัดจำไปแล้ว ทางหอพักก็ไม่มีสิทธิเรียกให้ท่านชำระค่าเช่าในเดือนนั้นอีก เพราะจะเป็นการให้หอพักได้รับชดใช้ความเสียหายมากเกินสมควรอันจะทำให้ต้องรับภาระมากกว่าที่ควรรับได้ตามกฎหมาย อันเป็นเหตุที่จะทำให้ท่านไม่ได้รับความเป็นธรรม
ซึ่งข้อสัญญาที่ให้ผู้เช่าต้องรับผิดชำระค่าเช่าในเดือนที่ออกนั้น ถือว่าเป็นข้อตกลงที่ให้สิทธิคู่สัญญาฝ่ายหนึ่งเรียกร้อง หรือกำหนดให้ท่านต้องรับภาระเพิ่มขึ้นมากกว่าภาระที่เป็นอยู่ในเวลาทำสัญญา ตามกฎหมายย่อมเป็นข้อตกลงที่มีลักษณะหรือมีผลให้ท่านผู้เช่าต้องปฏิบัติหรือรับภาระเกินกว่าที่วิญญูชนจะพึงคาดหมายได้ตามปกติ อันเป็นข้อตกลงที่อาจถือได้ว่า ทำให้หอพักได้เปรียบท่านซึ่งเป็นคู่สัญญาอีกฝ่ายหนึ่ง จึงถือว่าเป็นข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม และให้มีผลบังคับได้เพียงเท่าที่เป็นธรรมและพอสมควรแก่กรณีเท่านั้น ตามมาตรา 4 วรรค 2(5) แห่ง พ.ร.บ.ว่าด้วยข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม พ.ศ. 2540
ตัวบทกฎหมายอ้างอิง
พระราชบัญญัติว่าด้วยข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม พ.ศ. 2540
มาตรา 4 ข้อตกลงในสัญญาระหว่างผู้บริโภคกับผู้ประกอบธุรกิจการค้า หรือวิชาชีพ หรือในสัญญาสำเร็จรูป หรือในสัญญาขายฝากที่ทำให้ผู้ประกอบธุรกิจการค้า หรือวิชาชีพ หรือผู้กำหนดสัญญาสำเร็จรูป หรือผู้ซื้อฝากได้เปรียบคู่สัญญาอีกฝ่ายหนึ่งเกินสมควร เป็นข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม และให้มีผลบังคับได้เพียงเท่าที่เป็นธรรมและพอสมควรแก่กรณีเท่านั้น
ในกรณีที่มีข้อสงสัย ให้ตีความสัญญาสำเร็จรูปไปในทางที่เป็นคุณแก่ฝ่ายซึ่งมิได้เป็นผู้กำหนดสัญญาสำเร็จรูปนั้น