X Close ปิดเองอัตโนมัติภายใน  30 วินาที
452

งานเผยแพร่ความรู้ทางด้าน กฎหมาย การบริหารการจัดการหนี้สินในองค์กรภาครัฐและภาคเอกชน การฝึกอบรมสัมมนาพัฒนาบุคลากร ในการประกอบธุรกิจ หากหน่วยงานของรัฐ บริษัทห้างร้าน สถาบันการเงิน มีความสนใจ เชิญทีมงานไปฝึกอบรมสัมมนาหรือต้องการข้อมูลข่าวสาร ติดต่อได้ที่ 02-948-5700

อ่านต่อได้ที่นี่

3120

ท่านใดที่สนใจเกี่ยวกับหลักสูตรฝึกอบรมการติดตามหนี้ ทวงหนี้อย่างไรให้ได้ผล ได้เงิน รักษาภาพลักษณ์ รักษาลูกค้า/หลักสูตรการป้องกันและการปราบปรามการทุจริตภายในองค์กร/หลักสูตรกฎหมายแรงงาน สำหรับเจ้าหน้าที่ฝ่ายบุคคลหรือผู้บริหารบริษัท สนใจโทร.02-9485700

อ่านต่อได้ที่นี่

576

สืบทุกเรื่องที่คุณอยากรู้ มีเรื่องคาใจอยากรู้ความจริง โทรมาคุยกับกุ้งได้ที่ 081-625-2161หรือ 089-669-5026 \"อย่าปล่อยให้มีเรื่องคาใจ อะไรที่ไม่สบายใจ ต้องหาทางปลดปล่อย สืบให้รู้ความจริง จะได้จบสิ้นกันเสียที สำหรับความทุกข์ที่คาใจมาเป็นเวลานาน อย่าปล่อยให้คนนอกใจลอยนวล\"

อ่านต่อได้ที่นี่

รับแปลเอกสารต่างๆ

อ่านต่อได้ที่นี่

คำพิพากษาฎีกาที่เกี่ยวกับการบังคับคดี ตอน 2

  •  

    คำพิพากษาฎีกาที่เกี่ยวกับการบังคับคดี ตอน 2

               

                ทนายคลายทุกข์ขอนำคำพิพากษาฎีกาที่น่าสนใจเกี่ยวกับการบังคับคดี  เรื่อง คำบังคับตาม,ค้ำประกันในศาล, หมายบังคับคดี, เจ้าพนักงานบังคับคดีอยู่ในฐานะผู้แทนเจ้าหนี้ฯ, ทรัพย์สินและสิทธิเรียกร้องที่ไม่อยู่ในข่ายบังคับคดี, ขอกันส่วน,เจ้าของรวมร้องขัดทรัพย์ไม่ได้  ต้องร้องกันส่วน, ผู้อยู่ในฐานะอันจะให้จดทะเบียนได้อยู่ก่อน, กำหนดเวลายื่นคำร้อง

     

    คำบังคับ (มาตรา 272,273)

     

    1.  ฎีกาที่ 2352/2521

                ทนายจำเลยทราบคำบังคับ  ถือว่าจำเลยทราบคำบังคับด้วย

     

    2.  ฎีกาที่ 1938/2527

                มีข้อความเพียงว่าบังคับตามยอม  ยังถือไม่ได้ว่าเป็นคำบังคับแล้ว

     

    3.  ฎีกาที่ 1131-1132/2544

                คำบังคับที่ออกตามคำพิพากษาให้จำเลยรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างออกจากที่ดิน  ย่อมบังคับรวมถึงสิ่งปลูกสร้างที่เกิดขึ้นใหม่ในระหว่างคดีที่จำเลยกระทำขึ้นหรือยินยอมให้ผู้อื่นกระทำด้วย  การที่จำเลยยอมรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างเดิมและสร้างสิ่งปลูกสร้างขึ้นใหม่  ถือว่ายังไม่ได้ปฏิบัติตามคำบังคับโดยครบถ้วน

     

    4.  ฎีกาที่ 4311/2536

                ในคดีที่มีการบังคับคดีได้สิ้นสุดลงแล้ว  จำเลยได้เข้ามารบกวนการครอบครองอีกถือการกระทำที่เกิดขึ้นใหม่  จะบังคับในคดีเดิมไม่ได้  ต้องฟ้องขับไล่เป็นคดีใหม่

     

    5.  ฎีกาที่ 2701/2537

                กรณีคำพิพากษาบังคับให้จำเลยทำนิติกรรมโดยมิได้มีข้อความว่าให้ถือเอาคำพิพากษาแทนการแสดงเจตนาของจำเลย  ศาลชั้นต้นก็มีคำสั่งดังกล่าวในคำบังคับได้  เพราะเป็นคำสั่งเกี่ยวเนื่องกับการบังคับคดี

     

    ค้ำประกันในศาล (มาตรา 274)

     

    1.  ฎีกาที่ 8228/2538

                ในการทุเลาการบังคับในระหว่างอุทธรณ์  ศาลอาจจะวางเงื่อนไขว่าให้หาประกันมาให้พอกับหนี้ตามคำพิพากษา  ในกรณีเช่นนี้หากมีบุคคลภายนอกเข้ามาเป็นผู้ค้ำประกันเพื่อให้มีการทุเลาการบังคับในระหว่างอุทธรณ์  ความรับผิดของผู้ค้ำประกัน  ย่อมมีผลในชั้นอุทธรณ์เท่านั้น  เพราะเป็นการค้ำประกันการทุเลาการบังคับคดีในชั้นอุทธรณ์นั่นเอง

     

    หมายบังคับคดี (มาตรา 275, 276)

     

    1.  ฎีกาที่ 6479/2541

                ศาลพิพากษาให้จำเลยจดทะเบียนทางภาระจำยอมในที่ดินของจำเลยแก่ที่ดินของโจทก์  ปรากฏว่าจำเลยได้โอนที่ดินให้แก่บุคคลภายนอกไปแล้ว  ทำให้จำเลยไม่ใช่เจ้าของกรรมสิทธิ์ที่ดินภารยทรัพย์อีกต่อไป  และไม่อยู่ในฐานะจะไปจดทะเบียนภาระจำยอมได้ถือว่าสภาพแห่งการบังคับคดีไม่เปิดช่องให้จำเลยปฏิบัติตามคำพิพากษาได้

     

    2.  ฎีกาที่ 1131-1132/2544

                ถ้าศาลพิพากษาให้จำเลยรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างออกไปจากที่ดินของโจทก์  การที่จำเลยโอนสิ่งปลูกสร้างและที่ดินให้บุคคลอื่นไปแล้ว  แต่จำเลยยังเป็นผู้จัดการดูแลครอบครองสิ่งปลูกสร้างอยู่  ถือไม่ได้ว่าสภาพแห่งการบังคับคดีไม่เปิดช่องให้กระทำได้

     

    3.  ฎีกาที่ 5642/2540

                หมายบังคับคดีจะออกได้ต่อเมื่อระยะเวลาที่กำหนดให้ลูกหนี้ตามคำพิพากษาปฏิบัติตามคำบังคับได้ล่วงพ้นไปแล้วและลูกหนี้  ไม่ชำระหนี้  หมายบังคับคดีที่ออกในขณะที่ยังไม่พ้นกำหนดเวลาตามคำบังคับตามมาตรา 276  วรรคหนึ่ง  เป็นหมายบังคับคดีทันทีในขณะที่ยังไม่พ้นระยะเวลาตามคำบังคับและถึงแม้จะรอให้พ้นกำหนดเวลาตามคำบังคับ  จำเลยก็คงไม่ชำระหนี้และต้องออกหมายบังคับคดีและถึงแม้จะรอให้พ้นกำหนดเวลาตามคำบังคับ  จำเลยก็คงไม่ชำระหนี้และต้องออกหมายบังคับคดีอยู่นั่นเอง  ศาลอาจไม่ให้เพิกถอนหมายบังคับคดีก็ได้

     

    4.  ฎีกาที่ 2364/2526

                การออกหมายบังคับคดี จะต้องออกตามคำพิพากษา  จะอ้างว่าสภาพแห่งหนี้ไม่เปิดช่องให้ปฏิบัติตามคำพิพากษาได้  จึงให้ใช้ค่าเสียหายแทนโดยมิได้พิพากษาเช่นนั้นไม่ได้ 

     

    5.  ฎีกาที่ 2403/2527

                ถ้าเป็นเรื่องที่ต้องปฏิบัติตอบแทนกัน  ไม่ถือว่าเป็นการบังคับนอกเหนือคำพิพากษา

     

    เจ้าพนักงานบังคับคดีอยู่ในฐานะผู้แทนเจ้าหนี้ฯ (มาตรา 278)

     

    1.  ฎีกาที่ 4038/2543

                ในการดำเนินการบังคับคดี  เจ้าพนักงานบังคับคดีมีอำนาจในฐานะเป็นผู้แทนเจ้าหนี้ตามคำพิพากษา  จึงถือว่าเจ้าพนักงานบังคับคดียึดและขายทอดตลาดทรัพย์ที่ยึดและรับเงินจากการขายทอดตลาดไว้แทนเจ้าหนี้ตามคำพิพากษา  เจ้าหนี้ตามคำพิพากษาจึงมีสิทธิคิดดอกเบี้ยจนถึงวันที่ขายทอดตลาดเท่านั้น

     

    2.  ฎีกาที่ 691/2522

                เงินมัดจำที่ผู้ซื้อทรัพย์จากการขายทอดตลาดวางไว้ต่อเจ้าพนักงานบังคับคดี  ถือว่าเป็นเงินที่ได้จากการขายทอดตลาดที่เจ้าพนักงานบังคับคดีรับไว้แทนเจ้าหนี้ตามคำพิพากษา  เมื่อผู้ซื้อผิดสัญญาและถูกริบเงิน  เจ้าพนักงานบังคับคดีต้องรวบรวมไว้ชำระหนี้แก่เจ้าหนี้ตามคำพิพากษา

     

    การยึดและอายัดทรัพย์สินของลูกหนี้  (มาตรา 282-284)

     

    1.  ฎีกาที่ 586/2543

                เจ้าพนักงานบังคับคดีชอบที่จะยึดและอายัดทรัพย์สินตามที่เจ้าหนี้ตามคำพิพากษาอ้างว่าเป็นลูกหนี้ตามคำพิพากษา  ดังนั้น  เจ้าพนักงานบังคับคดีจึงไม่ชอบที่จะขอให้อายัดสิทธิเรียกร้องที่เจ้าหนี้ยังโต้แย้งว่า  จำเลยยังมีข้อพิพาทกับบุคคลภายนอก

     

    ทรัพย์สินและสิทธิเรียกร้องที่ไม่อยู่ในข่ายบังคับคดี (มาตรา 285,286)

     

    1.  ฎีกาที่ 2227/2537

                ทรัพย์สินของลูกหนี้ตามคำพิพากษาที่ไม่อยู่ในข่ายบังคับคดีตาม ป.วิ.พ. มาตรา 285(4)  คือทรัพย์สินที่โอนกันไม่ได้ตามกฎหมาย  หรือตามกฎหมายย่อมไม่อยู่ในความรับผิดแห่งการบังคับคดี  สิทธิการเช่าเป็นสิทธิเฉพาะตัว  เมื่อไม่มีข้อตกลงให้ผู้เช่าโอนสิทธิการเช่าได้ ถือว่าเป็นทรัพย์สินที่โอนกันไม่ได้ตามกฎหมาย  ไม่อยู่ในความรับผิดแห่งการบังคับคดี   โจทก์ไม่มีสิทธินำยึดขายทอดตลาดได้

     

    2.  ฎีกาที่ 3020/2532 (ประชุมใหญ่)

                เงินเดือน ค่าจ้าง บำนาญ  เงินบำเหน็จฯ ตามมาตรา 286(2) และ (3) แม้จำเลยจะได้รับมาจากเจ้าหน้าที่แล้ว  ก็เป็นเงินที่ไม่อยู่ในข่ายบังคับคดี

     

    3.  ฎีกาที่ 2541/2545

                ลูกจ้างของการรถไฟ ได้รับเงินเดือนจากงบประมาณของการรถไฟ  ไม่ใช่ลูกจ้างของรัฐบาล  กรณีจึงอยู่ในเขตบังคับตาม ป.วิ.พ. มาตรา 286(3)

     

    ขอกันส่วน

     

    1.  ฎีกาที่ 1767/2527

                บุคคลภายนอกจะใช้สิทธิตามมาตรา 287  นี้ได้  ต้องมีการบังคับคดีหรือบังคับชำระหนี้เอาแก่ทรัพย์สินของลูกหนี้ด้วย  หากเจ้าหนี้ตามคำพิพากษาใช้สิทธิติดตามเอาคืนซึ่งทรัพย์สิน  ผู้ร้องจะร้องขอคุ้มครองตามมาตรานี้ไม่ได้

     

    2.  ฎีกาที่ 5470/2536

                ในกรณีที่เป็นการฟ้องร้องให้แบ่งทรัพย์สินระหว่างเจ้าของรวม  บุคคลอื่นจะร้องขอกันส่วนไม่ได้เช่นกัน

     

    3.  ฎีกาที่ 3323/2528

                ผู้ที่คุ้มครองชั่วคราวตามมาตรา 287 นี้  ต้องเป็นผู้มีบุริมสิทธิหรือสิทธิอื่นๆ  ซึ่งผู้นั้นอาจร้องขอให้บังคับเหนือที่ยึดหรืออายัดได้  สำหรับสิทธิอื่น ๆ  นี้จะต้องเป็นสิทธิทำนองเดียวกับบุริมสิทธิ

     

    4.  ฎีกาที่ 2517/2534

                เจ้าหนี้ผู้รับจำนำเป็นผู้มีสิทธิเหนือทรัพย์ที่จำนำ  จึงมีสิทธิขอกันส่วนเพื่อขอรับชำระหนี้ของตนตามมาตรา 287  แต่ถ้าผู้รับจำนำยอมให้ทรัพย์ที่จำนำกลับคืนไปสู่การครอบครองของผู้รับจำนำแล้ว  สิทธิจำนำย่อมระงับสิ้นไป  ผู้รับจำนำจะร้องขอกันส่วนไม่ได้

     

    เจ้าของรวมร้องขัดทรัพย์ไม่ได้  ต้องร้องกันส่วน

     

    1.  ฎีกาที่ 541/2509

                ผู้ที่เป็นเจ้าของรวมในทรัพย์สินร่วมกับจำเลย  จะร้องขัดทรัพย์ไม่ได้  เพราะจำเลยมีส่วนเป็นเจ้าของอยู่ด้วย  แต่เจ้าของรวมคนอื่นมีสิทธิร้องขอกันส่วนของตนตามมาตรา 287 

     

    2.  ฎีกาที่ 679/2532

                ถ้าทรัพย์สินที่ยึดเป็นสินสมรส  ถือว่าคู่สมรสที่ไม่ได้ถูกฟ้องด้วยบุคคลภายนอกมีสิทธิร้องขอให้บังคับเหนือทรัพย์สินนั้นได้  จึงมีสิทธิร้องขอกันส่วนจากเงินที่ได้จากการขายทอดตลาดสินสมรสนั้น  แต่ทั้งนี้ต้องได้ความว่าหนี้ที่โจทก์ฟ้องบังคับนั้นไม่ใช่หนี้ร่วมระหว่างสามีภริยา 

     

    3.  ฎีกาที่ 2725/2528

                กรณีผู้ร้องกับจำเลยเป็นสามีภริยากัน  และหนี้ตามคำพิพากษาเป็นหนี้ร่วมระหว่างสามีภริยา  สามีภริยาต้องรับผิดในหนี้ดังกล่าวร่วมกัน  ผู้ร้องจึงร้องขอกันส่วนจากสินสมรสที่ถูกยึดไม่ได้

     

    4.  ฎีกาที่ 445/2540

                ถ้าเจ้าหนี้ที่โจทก์ฟ้องเป็นหนี้ร่วม  สามีหรือภริยาที่มิได้ถูกฟ้องจะร้องขอกันส่วนจากสินสมรสที่ถูกยึดทรัพย์บังคับคดีไม่ได้  แต่ถ้าเป็นสินส่วนตัวของคู่สมรสที่มิได้ถูกฟ้องเป็นจำเลยด้วยแม้จะเป็นหนี้ร่วมระหว่างสามีภริยาก็ตาม  เจ้าหนี้ตามคำพิพากษาจะยึดมาชำระหนี้ดังกล่าวไมได้

     

    5.  ฎีกาที่ 2883/2528

                ถ้าหากมีการแบ่งแยกครอบครองที่ดินที่เป็นกรรมสิทธิ์รวมเป็นสัดส่วนแล้ว  ดังนี้  เจ้าของรวมย่อมขอกันส่วนที่ดินส่วนที่ตนครอบครองออกก่อนขายทอดตลาดได้  ไม่ใช่กันส่วนจากเงินที่ได้จากการขายทอดตลาดที่ดิน

     

    6.  ฎีกาที่ 675/2546

                ถ้าเพียงแต่ตกลงกันเป็นลายลักษณ์อักษรกันเองว่าจะแบ่งแยกการครอบครองที่ดินกันเท่านั้น  แต่ไม่มีการแบ่งแยกการครอบครองอย่างเป็นรูปธรรมชัดเจน  ถือว่าเจ้าของรวมนั้นครอบครองที่ดินร่วมกันทุกส่วน  จึงไม่มีสิทธิขอกันส่วนที่ดิน

     

    7.  ฎีกาที่ 772/2523

                เจ้าหนี้ตามคำพิพากษาของเจ้าของรวมในคดีอื่นก็มีสิทธิร้องขอกันส่วนตามมาตรา 287

     

    ผู้อยู่ในฐานะอันจะให้จดทะเบียนได้อยู่ก่อนตาม ป.พ.พ. มาตรา 1300

     

    8.  ฎีกาที่ 2688/2538

                ผู้ที่อยู่ในฐานะอันจะให้จดทะเบียนสิทธิของตนได้ก่อนในทรัพย์สินที่โจทก์นำยึดตาม ป.พ.พ. มาตรา 1300  ถือว่าเป็น สิทธิอื่น ๆ  ซึ่งบุคคลภายนอกอาจร้องขอให้บังคับคดีเหนือทรัพย์สินนั้นได้ตามกฎหมายตามมาตรา 287

     

    9.  ฎีกาที่ 5557/2545

                ผู้มีสิทธิตามสัญญาจะซื้อจะขาย  แม้ได้รับมอบทรัพย์แล้ว  แต่ยังไม่ชำระราคาไม่ครบ  ถือไม่ได้ว่าอยู่ในฐานะอันจะให้จดทะเบียนสิทธิของตนได้อยู่ก่อน  ไม่ได้รับความคุ้มครองตาม ป.วิ.พ. มาตรา 287

     

    10.ฎีกาที่ 3766/2545

                ต่อมามีคำพิพากษาวินิจฉัยว่า  แม้ผู้จะได้ชำระราคาที่ดินครบถ้วนแล้ว  อันทำให้เป็นผู้อยู่ในฐานะอันจะให้จดทะเบียนสิทธิของตนได้ก่อน ตาม ป.พ.พ. มาตรา 1300  ก็ตามก็ไม่ใช่สิทธิอื่น ๆ  ตามที่บัญญัติไว้ใน ป.วิ.พ. มาตรา 287

     

    กำหนดเวลายื่นคำร้องตามมาตรา 287

     

    11.  ฎีกาที่ 1195/2510

                การยื่นคำร้องตามมาตรา 287  นั้นไม่ได้กำหนดเวลาไว้  ดังนั้น  จึงอาจยื่นภายหลังจากการขายทอดตลาดแล้วก็ได้  ไม่จำต้องยื่นคำร้องก่อนขายทอดตลาดทรัพย์ที่บังคับคดี

     

    12.ฎีกาที่ 974/2529

                ตามมาตรา 287 ที่ว่า...การบังคับคดีแก่ทรัพย์สินของลูกหนี้ตามคำพิพากษานั้น  ย่อมไม่กระทบกระทั่งถึงบุริมสิทธิ...การบังคับคดีดังกล่าวหมายถึงการบังคับคดีภายหลังมีคำพิพากษาแล้ว  หากเป็นการยึดหรืออายัดชั่วคราวก่อนพิพากษาตามมาตรา 254  ผู้ร้องยังไม่มีสิทธิอ้างสิทธิตามมาตรา 287

     

" บทความและคำแนะนำของทนายคลายทุกข์เป็นประโยชน์ต่อท่านหรือไม่ "


ความคิดเห็น

  • ความคิดเห็นที่ 4

    สอบถามอาจารย์หน่อยครับถูกบังคับคดีบัตรเครดิตและบัตรเงินสดแต่ปรากฎว่าก่อนบังคับคดีประมาณ 3 เดือนได้เจรจาประนอมนี้จ่ายกันเสร็จสิ้นไปแล้ว(หลังถูกฟ้อง)ในส่วนบัตรเงินสดแต่พอถูกบังคับคดีเจ้าหนี้กลับเอาส่วนของบัตรเงินสดที่ชำระกันเสร็จสิ้นแล้วมารวมกับบัตรเครดิตพร้อมดอกเบี้ยผิดนัดก่อนฟ้องมาเป็นทุนทรัพย์ด้วย และบังคับคดีมาด้วยกันทั้งสองบัตรธนาคารเดียวกัน ในทางปฎิบัติลูกหนี้สามารถทำอย่างไรได้บ้างเพราะทางเจ้าหนี้บอกว่าให้ติดต่อกองบังคับคดีที่ออกหมายติดต่อไปเขาก็ให้ข้อมูลว่าเขาออกหมายตามคำขอของโจทก์ที่ยื่นต่อศาลหน้าที่เขามีแค่นั้นและเขาก็จะบังคับตามนั้น คำขอให้ออกหมายกรณีนี้ชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ ลูกหนี้ทำอะไรได้บ้าง ตอนนี้ยังไม่ให้หักเงินเดือนครับ ขอบคุณครับ

    โดยคุณ อัคคัญญ์แสง  (116.50.60.180)     8 พ.ย. 2557

  • ความคิดเห็นที่ 3

    ตัวอย่างเหตุการณ์และข้อกฎหมาย ที่นำมาเผยแพร่นี้ มีประโยชน์อย่างมากต่อช่าวบ้านผู้ไม่รู้กฎหมายเลย หรืออาจจะรู้กฎหมายบ้าง และมีประโยชน์อย่างมากต่อทนายความทุกท่าน ที่ยังไม่เคยมีประสบการณ์หรือข้อมูลด้านบังคับคดี

    ขอให้ผู้เผยแพร่ข้อมูลที่ดีเยี่ยมนี้ จงประสบแต่ความสุขความเจริญ การงานเจริญก้าวหน้านะคะ

    โดยคุณ ปุณณภา  (58.8.177.63)     10 มิ.ย. 2554

  • ความคิดเห็นที่ 2

    เป็นตัวอย่างที่ดีมากและเป็นปัญหาที่เกิดขึ้นบ่อย

    โดยคุณ วรอัศม์ ศรีสมุทร (สมาชิก)  (118.173.79.160)     18 ส.ค. 2553

  • ความคิดเห็นที่ 1

    เป็นตัวอย่างเกี่ยวกับการบังคับคดี  ที่ดีมาก

    โดยคุณ นายชัชวาล จิตต์ตรง  (61.7.185.136)     18 มิ.ย. 2553

แสดงความคิดเห็น

  •    
    ชื่อ
    เมล์
    ความคิดเห็น
    ตัวเลขที่เห็น
     แจ้งทาง e-mail เมื่อมีผู้ตอบกระทู้นี้

เข้าสู่ระบบ

คุณสามารถ สมัครสมาชิกได้ที่นี่...

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ข่าวที่มีผู้อ่านมากที่สุดในหมวด

ข่าวที่ถูกค้นมากที่สุดในหมวด