งานเผยแพร่ความรู้ทางด้าน กฎหมาย การบริหารการจัดการหนี้สินในองค์กรภาครัฐและภาคเอกชน การฝึกอบรมสัมมนาพัฒนาบุคลากร ในการประกอบธุรกิจ หากหน่วยงานของรัฐ บริษัทห้างร้าน มีความสนใจ เชิญทีมงานไปฝึกอบรมสัมมนาหรือต้องการข้อมูลข่าวสาร ติดต่อได้ที่ 02-948-5700 อ่านต่อ
ท่านใดที่สนใจเกี่ยวกับหลักสูตรฝึกอบรมการติดตามหนี้ ทวงหนี้อย่างไรให้ได้ผล ได้เงิน รักษาภาพลักษณ์ รักษาลูกค้า/หลักสูตรการป้องกันและการปราบปรามการทุจริตภายในองค์กร/หลักสูตรกฎหมายแรงงาน สำหรับเจ้าหน้าที่ฝ่ายบุคคลหรือผู้บริหารบริษัท สนใจโทร.02-9485700 อ่านต่อ
สืบทุกเรื่องที่คุณอยากรู้ มีเรื่องคาใจอยากรู้ความจริง โทรมาคุยกับกุ้งได้ที่ 081-625-2161หรือ 089-669-5026 "อย่าปล่อยให้มีเรื่องคาใจ อะไรที่ไม่สบายใจ ต้องหาทางปลดปล่อย สืบให้รู้ความจริง จะได้จบสิ้นกันเสียที สำหรับความทุกข์ที่คาใจมาเป็นเวลานาน อย่าปล่อยให้คนนอกใจลอยนวล" อ่านต่อ
รับแปลเอกสารต่างๆ อ่านต่อ
บริษัทปรับปรุงแผนกแล้วถูกเลิกจ้าง
ดิฉันทำงานในบริษัทต่างชาติแห่งหนึ่งเป็นระยะเวลาห้าปีแล้ว ประเมินผลงานออกมาอยู่ในระดับ ปานกลางมาตลอด ทางแผนกมีการเปลี่ยนแปลง โดยไปควบคุมกับองค์กรที่เมืองนอก แต่ทุกคนยังทำงานที่ประเทศไทยอยู่ หัวหน้าแผนกคิดว่าดิฉันไม่เก่งเท่าคนอื่น ๆ และไม่เคยมีประวัติทุจริต เลยอยากให้ดิฉันลองย้ายแผนกไปอยู่ที่แผนกอื่นดูบ้าง ซึ่งดิฉันตอบตกลงและได้ลองไปคุยกับหัวหน้าแผนกอื่น ๆ ซึ่งตำแหน่งว่างจะมีในปีหน้า แต่หัวหน้าแผนกดิฉันต้องการให้ดิฉันย้ายให้ได้ภายในสิ้นเดือนกันยายนนี้ และเขาได้จัดการทำประกาศรับสมัครคนงานใหม่ และต้องการคนมาทำงานดิฉันโดยเร็ว เขาบอกดิฉันว่า ถ้าดิฉันไม่สามารถย้ายได้ภายในสิ้นเดือนกันยายนนี้ จะได้เงินชดเชยตามกฏหมายแรงงาน
ขอเรียนถามค่ะ
1. ถ้าองค์กรมีการเปลี่ยนแปลง แล้วคุณสมบัติคนที่ทำอยู่ปัจจุบันไม่ตรงกับตำแหน่ง เราสามารถให้เขาออก แล้วให้เงินชดเชยตามกฏหมายแรงงานแค่นั้นหรือคะ
2.ผู้ถูกเลิกจ้าง สามารถฟ้องร้องหรือ ยื่นข้อเสนออะไรได้บ้างไหมคะ
คำแนะนำทนายคลายทุกข์
1. กรณีที่บริษัทนายจ้าง มีการเปลี่ยนแปลงองค์กร แล้วทำให้คุณสมบัติของลูกจ้างหรือพนักงานที่ทำอยู่ในปัจจุบันไม่ตรงกับตำแหน่งงาน กรณีดังกล่าวบริษัทนายจ้างย่อมมีสิทธิที่จะเลิกจ้างพนักงานหรือลูกจ้างในตำแหน่งหรือแผนกนั้นได้ โดยตาม พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 มาตรา 118 ได้กำหนดให้นายจ้างจ่ายค่าชดเชยให้แก่พนักงาน หรือลูกจ้างซึ่งเลิกจ้างดังกล่าวนั้น ซึ่งค่าชดเชยที่บริษัทนายจ้างจ่ายให้แก่ลูกจ้างนั้นเป็นการจ่ายค่าชดเชยตามกฎหมาย และเมื่อพนักงานหรือลูกจ้างไม่ได้กระทำความผิดตามมาตรา 119 แห่ง พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน ฯ เมื่อบริษัทนายจ้างเลิกจ้าง ให้นายจ้างจ่ายค่าจ้างให้แก่ลูกจ้างสำหรับวันหยุดพักผ่อนประจำปีในปีที่เลิกจ้าง ตามส่วนวันหยุดพักผ่อนประจำปีที่ลูกจ้างพึงมีสิทธิได้รับ
2. หากผู้ถูกเลิกจ้างเห็นว่า การที่บริษัทเลิกจ้างเป็นการเลิกจ้างที่ไม่เป็นธรรมแก่ลูกจ้าง ลูกจ้างซึ่งเป็นผู้ถูกเลิกจ้าง ย่อมมีสิทธิตามกฎหมายที่จะฟ้องคดีต่อศาลแรงงานเพื่อเรียกค่าเสียหายค่าทดแทนจากนายจ้างได้ ตาม มาตรา 49 แห่ง พ.ร.บ.จัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ. 2522
ตัวบทกฎหมายอ้างอิง
พระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541
มาตรา 118 ให้นายจ้างจ่ายค่าชดเชยให้แก่ลูกจ้างซึ่งเลิกจ้างดังต่อไปนี้
(1) ลูกจ้างซึ่งทำงานติดต่อกันครบหนึ่งร้อยยี่สิบวัน แต่ไม่ครบหนึ่งปี ให้จ่ายไม่น้อยกว่าค่าจ้างอัตราสุดท้ายสามสิบวัน หรือไม่น้อยกว่าค่าจ้างของการทำงานสามสิบวันสุดท้ายสำหรับลูกจ้างซึ่งได้รับค่าจ้างตามผลงานโดยคำนวณเป็นหน่วย
(2) ลูกจ้างซึ่งทำงานติดต่อกันครบหนึ่งปี แต่ไม่ครบสามปี ให้จ่ายไม่น้อยกว่าค่าจ้างอัตราสุดท้ายเก้าสิบวัน หรือไม่น้อยกว่าค่าจ้างของการทำงานเก้าสิบวันสุดท้ายสำหรับลูกจ้างซึ่งได้รับค่าจ้างตามผลงานโดยคำนวณเป็นหน่วย
(3) ลูกจ้างซึ่งทำงานติดต่อกันครบสามปี แต่ไม่ครบหกปี ให้จ่ายไม่น้อยกว่าค่าจ้างอัตราสุดท้ายหนึ่งร้อยแปดสิบวัน หรือไม่น้อยกว่าค่าจ้างของการทำงานหนึ่งร้อยแปดสิบวันสุดท้ายสำหรับลูกจ้างซึ่งได้รับค่าจ้างตามผลงานโดยคำนวณเป็นหน่วย
(4) ลูกจ้างซึ่งทำงานติดต่อกันครบหกปี แต่ไม่ครบสิบปี ให้จ่ายไม่น้อยกว่าค่าจ้างอัตราสุดท้ายสองร้อยสี่สิบวัน หรือไม่น้อยกว่าค่าจ้างของการทำงานสองร้อยสี่สิบวันสุดท้ายสำหรับลูกจ้างซึ่งได้รับค่าจ้างตามผลงานโดยคำนวณเป็นหน่วย
(5) ลูกจ้างซึ่งทำงานติดต่อกันครบสิบปีขึ้นไป ให้จ่ายไม่น้อยกว่าค่าจ้างอัตราสุดท้ายสามร้อยวัน หรือไม่น้อยกว่าค่าจ้างของการทำงานสามร้อยวันสุดท้ายสำหรับลูกจ้างซึ่งได้รับค่าจ้างตามผลงานโดยคำนวณเป็นหน่วย
การเลิกจ้างตามมาตรานี้ หมายความว่า การกระทำใดที่นายจ้างไม่ให้ลูกจ้างทำงานต่อไปและไม่จ่ายค่าจ้างให้ ไม่ว่าจะเป็นเพราะเหตุสิ้นสุดสัญญาจ้างหรือเหตุอื่นใด และหมายความรวมถึงกรณีที่ลูกจ้างไม่ได้ทำงานและไม่ได้รับค่าจ้างเพราะเหตุที่นายจ้างไม่สามารถดำเนินกิจการต่อไป
ความในวรรคหนึ่งมิให้ใช้บังคับแก่ลูกจ้างที่มีกำหนดระยะเวลาการจ้างไว้แน่นอนและเลิกจ้างตามกำหนดระยะเวลานั้น
การจ้างที่มีกำหนดระยะเวลาตามวรรคสามจะกระทำได้สำหรับการจ้างงานในโครงการเฉพาะที่มิใช่งานปกติของธุรกิจหรือการค้าของนายจ้างซึ่งต้องมีระยะเวลาเริ่มต้นและสิ้นสุดของงานที่แน่นอนหรือในงานอันมีลักษณะเป็นครั้งคราวที่มีกำหนดการสิ้นสุด หรือความสำเร็จของงาน หรือในงานที่เป็นไปตามฤดูกาลและได้จ้างในช่วงเวลาของฤดูกาลนั้น ซึ่งงานนั้นจะต้องแล้วเสร็จภายในเวลาไม่เกินสองปีโดยนายจ้างและลูกจ้างได้ทำสัญญาเป็นหนังสือไว้ตั้งแต่เมื่อเริ่มจ้าง
พระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ. 2522
มาตรา 49 การพิจารณาคดีในกรณีนายจ้างเลิกจ้างลูกจ้าง ถ้าศาลแรงงานเห็นว่าการเลิกจ้างลูกจ้างผู้นั้นไม่เป็นธรรมต่อลูกจ้าง ศาลแรงงานอาจสั่งให้นายจ้างรับลูกจ้างผู้นั้นเข้าทำงานต่อไปในอัตราค่าจ้างที่ได้รับในขณะที่เลิกจ้าง ถ้าศาลแรงงานเห็นว่าลูกจ้างกับนายจ้างไม่อาจทำงานร่วมกันต่อไปได้ ให้ศาลแรงงานกำหนดจำนวนค่าเสียหายให้นายจ้างชดใช้ให้แทนโดยให้ศาลคำนึงถึงอายุของลูกจ้าง ระยะเวลาการทำงานของลูกจ้าง ความเดือดร้อนของลูกจ้างเมื่อถูกเลิกจ้าง มูลเหตุแห่งการเลิกจ้างและเงินค่าชดเชยที่ลูกจ้างมีสิทธิได้รับ ประกอบการพิจารณา