งานเผยแพร่ความรู้ทางด้าน กฎหมาย การบริหารการจัดการหนี้สินในองค์กรภาครัฐและภาคเอกชน การฝึกอบรมสัมมนาพัฒนาบุคลากร ในการประกอบธุรกิจ หากหน่วยงานของรัฐ บริษัทห้างร้าน มีความสนใจ เชิญทีมงานไปฝึกอบรมสัมมนาหรือต้องการข้อมูลข่าวสาร ติดต่อได้ที่ 02-948-5700 อ่านต่อ
ท่านใดที่สนใจเกี่ยวกับหลักสูตรฝึกอบรมการติดตามหนี้ ทวงหนี้อย่างไรให้ได้ผล ได้เงิน รักษาภาพลักษณ์ รักษาลูกค้า/หลักสูตรการป้องกันและการปราบปรามการทุจริตภายในองค์กร/หลักสูตรกฎหมายแรงงาน สำหรับเจ้าหน้าที่ฝ่ายบุคคลหรือผู้บริหารบริษัท สนใจโทร.02-9485700 อ่านต่อ
สืบทุกเรื่องที่คุณอยากรู้ มีเรื่องคาใจอยากรู้ความจริง โทรมาคุยกับกุ้งได้ที่ 081-625-2161หรือ 089-669-5026 "อย่าปล่อยให้มีเรื่องคาใจ อะไรที่ไม่สบายใจ ต้องหาทางปลดปล่อย สืบให้รู้ความจริง จะได้จบสิ้นกันเสียที สำหรับความทุกข์ที่คาใจมาเป็นเวลานาน อย่าปล่อยให้คนนอกใจลอยนวล" อ่านต่อ
รับแปลเอกสารต่างๆ อ่านต่อ
ถูกเจ้าของโครงการเอาเปรียบเรียกค่าส่วนกลาง
ดิฉันซื้อห้องที่รินรดาคอนโด ถ. เทพารักษ์ กม. 3 ไว้ ปี 2535 ราคา 7 แสนกว่าบาท ตกแต่งไปอีก 3 แสนกว่า ทางโครงการโฆษณาว่ามีที่จอดรถ สระว่ายน้ำ ฯลฯ เมื่อสร้างใกล้เสร็จให้มาเลือกสีห้องน้ำ เป็นต้น แต่พอสร้างจะเสร็จกลับบอกว่าให้สีขาว ถ้าต้องการสี่อื่นต้องเพิ่มเงิน 4000 บาท นี่เป็นครั้งแรกที่ถูกโกง ดิฉันก็เห็นว่าไม่เป็นไร ตลอดเวลาตั้งแต่ซื้อมาไม่เคยอยู่ และจ่ายค่าบำรุงทุกเดือนเสมอมา ไม่เคยขาดแม้เดือนเดียว จนทุกวันนี้ เรียกเก็บค่าท่อประปา ค่าบำรุงใด ๆ นอกเหนือจากค่าบำรุงส่วนกลางเดือนละ 1.045 บาท ก็ให้ไม่เคยขาด ต่อมาที่จอดรถไม่พอเจ้าของโครงการไม่ยอมให้จอดรถตามคำโฆษณา และต่อเติมที่จอดรถเป็น 2 ชั้น และเรียกเก็บคันละ 5 -600 บาทต่อเดือน
ต่อมาได้ให้คนมาเช่าห้อง โครงการก็ไม่ยอมให้ผู้เช่าใช้สระว่ายน้ำ และฟิสเนส บีบจนคนเช่าอยู่ไม่ได้ เพราะระยะหลัง เจ้าของต้องการซื้อห้องที่ขายไปคืนมาเพื่อจะทำเป็นธุรกิจห้องพักของตนเองทั้งโครงการ พยายามบีบผุ้เป็นเจ้าของห้องให้ขายคืนเขาในราคาห้องละ 3 แสนบาท เมื่อปี 2550 โครงการเรียกเก็บเงิน ค่าท่อประปา 2.50 บาท ปี 2552 เรียกเก็บค่าปรับปรุงลิฟ ห้องละ 15.00 บาท ดิฉันก็ชำระไปหมด พร้อมค่าส่วนกลางเดือนละ 1045 บาทไม่เคยขาด แต่มีเจ้าของห้องพักที่ไม่ยอมขายให้เขาในราคาที่ไม่ยุติธรรม ไม่ชำระเงินส่วนนี้ ก็มีการฟ้องร้องกัน พอดิฉันไปชำระค่าส่วนกลางก็เรียกเก็บดิฉัน 200 บาท บอกเป็นค่าทนายความที่ฟ้องร้องกับเจ้าของห้องพักที่ไม่ชำระเงิน ดิฉันรำคาญก็ให้เงินไป
แต่ในที่สุดเมื่อ ปี 2553 นี้ ดิฉันไปชำระเงินค่าส่วนกลางตามปกติ ทางโครงการบอกว่าต้องชำระเงินอีก 65.00 ต่อห้อง เพื่อปรับปรุงอาคารและส่วนกลาง ดิฉันไม่มีจะให้แล้ว ก็ปฏิเสธไปเพราะเขาเก็บไปมาก แต่ไม่เห็นเปลี่ยนแปลงอะไร ลิฟก็ตัวเดิม เพียงเพิ่มเสียงมาว่า ลิฟเปิด ลิฟปิด ซึ่งไม่มีความจำเป็นเลย ดิฉันคิดค่าห้องละ 60,000 - 65,000 บาท รวมทั้งคอนโด เป็นเงินมหาศาล มากมายเกินไปที่เรียกเก็บ ผู้เช่าย้ายออกเพราะทนไม่ไหวบอกจะไม่ให้ใช้ลิฟ หากไม่จ่ายเงิน จดหมาย เอกสารผู้เช่า ค่าไฟ ฯลฯ มา ก็ไม่ส่งไปให้บนห้องเหมือนก่อน กองไว้ในลังและให้มาค้นลื้อไปกันเอง เลยต้องปิดห้องทิ้งไว้
มี.ค 53 ดิฉันไปจ่ายส่วนกลางตามปกติ เขาบอก ยอดเงินที่ค้าง 65,000 รวมดอกเบี้ยค้างจ่าย ...เป็น 9 แสนกว่าบาท คราวนี้ดิฉันเครียดเลย จะตัดใจขายเขา 3 แสน เขาก็หักค่าส่วนกลาง ฯลฯ อีกคงเหลือเงินไม่ถึงแสนบาท คงขายให้เขาไม่ลง เครียดมาก เขาให้ทนายฟ้องดิฉันและปิดประกาศชื่อ และห้องที่เป็นเจ้าของและไม่ยอมชำระเงินส่วนนี้ให้เขาไว้ที่คอนโดและลงชื่อทนายความ ตอนนี้มีเหลืออีก 26 ห้องที่เขายังไม่สามารถซื้อคืนมาได้รวมห้องดิฉันด้วยที่เขาฟ้องอยู่ จะขายก็ไม่มีผู้ใดซื้อเพราะเขารู้กันหมดถึงความเอาเปรียบเหมือนถูกโกงซึ่ง ๆ หน้า เขาเก่งกฏหมายและเขียนเอาไว้เปิดชองว่างมากสำหรับเจ้าของโครงการในสัญญา และคำหนังสือโฆษณา ซึ่งตอนซื้อดิฉันคิดไม่ถึงว่าเขาจะทำได้อย่างนี้ในวันนี้ เพราะไม่มีประสบการณ์
ดิฉันเองตอนนี้เป็นแม่บ้านไม่มีปัญญาไปสู้รบตบมือกับเขา ต่อสู้คดี จึงอยากขอความช่วยเหลือ ให้ความเป็นธรรมด้วย ห้องซื้อมา จ่ายเงินทุกอย่างไม่เคยขาดสักสลึงเดียว แต่ก็ต้องปิดตายไว้ใช้ไม่ได้ ให้ผู้เช่าก็ไม่ได้เขาไม่ยอม แต่ต้องไปจ่ายเงิน 1.045 บาททุกเดือน ไม่จ่ายเขาก็คิดดอกเบี้ยเป็นรายวันไปทบต้น จ่ายเงินแล้ว ถ้าไม่จ่าย 9 หมื่นกว่า ก็ใช้ห้องไม่ได้อีก ขอความกรุณาช่วยเหลือ และตรวจสอบให้ด้วยเถิดค่ะ มีข้อความในกระทู้จ net บอกว่านิติบุคคลเขาเป็นใหญ่ในจังหวัดสมุทรปราการเสียด้วย ดิฉันหวังว่าเรื่องนี้คงไม่เงียบหายไป อยากให้เป็นอุธาหรณ์ให้กับคอนโดในจังหวัดสมุทรปราการสักเรื่องเถิดค่ะ ไม่ใช่เงินก็เสียค่าห้อง ค่าตกแต่ง ส่วนกลางก็จ่ายไม่เคยขาดตั้งแต่ซื้อมาปี 2535 ค่าบำรุงซ่อมแซมก็ให้ไม่เคยขาด ( เพิ่งจะมาปฏิเสธ ยอดเงิน 9 หมื่นกว่านี้ ) ค่าทนายเขาไปถูกฟ้องร้องมาก็ต้องจ่ายแทนเขา ไปๆ มา ๆ จะกลายเป็นห้องที่ซื้อลงทุนมาทั้งหมด ก็ต้องเสียไป แถมยังดิตหนี้เขาโดยความอยุติธรรม กันแบบนี้ หวังว่าจะมีผู้กรุณาให้ความช่วยเหลือกับเจ้าห้องที่หลวมตัวซื้อไปอีก 26 ห้อง อย่างพวกดิฉันด้วยเถิดค่ะ
คำแนะนำทนายคลายทุกข์
ตามปัญหาของคุณเป็นเรื่องที่คุณในฐานะเป็นผู้บริโภค ไม่ได้รับความเป็นธรรมจากเจ้าของโครงการในแง่ของสัญญาซื้อห้องโครงการ ซึ่งตาม พรบ.คุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ. 2522 มาตรา 35 ทวิ โดยในการประกอบธุรกิจขายสินค้า ถ้าสัญญาซื้อขายนั้น มีกฎหมายกำหนดให้ต้องทำเป็นหนังสือหรือที่ตามปกติประเพณีทำเป็นหนังสือ คณะกรรมการว่าด้วยสัญญามีอำนาจกำหนดให้การประกอบธุรกิจขายสินค้านั้น เป็นธุรกิจที่ควบคุมสัญญาได้ ซึ่งการทำสัญญาซื้อห้องดังกล่าว ถือว่าเจ้าของโครงการเป็นผู้ประกอบธุรกิจที่ต้องควบคุมสัญญา
1. ใช้ข้อสัญญาที่จำเป็น ซึ่งหากมิได้ใช้ข้อสัญญาเช่นนั้น จะทำให้ผู้บริโภคเสียเปรียบผู้ประกอบธุรกิจเกินสมควร
2. ห้ามใช้ข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรมต่อคุณซึ่งเป็นผู้บริโภค
ตัวบทกฎหมายอ้างอิง
พระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ. 2522
มาตรา 35 ทวิ ในการประกอบธุรกิจขายสินค้าหรือให้บริการใด ถ้าสัญญาซื้อขายหรือสัญญาให้บริการนั้นมีกฎหมายกำหนดให้ต้องทำเป็นหนังสือ หรือที่ตามปกติประเพณีทำเป็นหนังสือ คณะกรรมการว่าด้วยสัญญามีอำนาจกำหนดให้การประกอบธุรกิจขายสินค้าหรือให้บริการนั้นเป็นธุรกิจที่ควบคุมสัญญาได้
ในการประกอบธุรกิจที่ควบคุมสัญญา สัญญาที่ผู้ประกอบธุรกิจทำกับผู้บริโภคจะต้องมีลักษณะ ดังต่อไปนี้
(1) ใช้ข้อสัญญาที่จำเป็นซึ่งหากมิได้ใช้ข้อสัญญาเช่นนั้น จะทำให้ผู้บริโภคเสียเปรียบผู้ประกอบธุรกิจเกินสมควร
(2) ห้ามใช้ข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรมต่อผู้บริโภค
ทั้งนี้ ตามหลักเกณฑ์ เงื่อนไข และรายละเอียดที่คณะกรรมการว่าด้วยสัญญากำหนด และเพื่อประโยชน์ของผู้บริโภคเป็นส่วนรวม คณะกรรมการว่าด้วยสัญญาจะให้ผู้ประกอบธุรกิจจัดทำสัญญาตามแบบที่คณะกรรมการว่าด้วยสัญญากำหนดก็ได้
การกำหนดตามวรรคหนึ่งและวรรคสอง ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่กำหนดโดยพระราชกฤษฎีกา