คำพิพากษาฎีกาที่น่าสนใจเกี่ยวกับเหตุหย่าตาม ป.พ.พ. มาตรา 1516 | decha.com
X Close ปิดเองอัตโนมัติภายใน  30 วินาที
452

งานเผยแพร่ความรู้ทางด้าน กฎหมาย การบริหารการจัดการหนี้สินในองค์กรภาครัฐและภาคเอกชน การฝึกอบรมสัมมนาพัฒนาบุคลากร ในการประกอบธุรกิจ หากหน่วยงานของรัฐ บริษัทห้างร้าน สถาบันการเงิน มีความสนใจ เชิญทีมงานไปฝึกอบรมสัมมนาหรือต้องการข้อมูลข่าวสาร ติดต่อได้ที่ 02-948-5700

อ่านต่อได้ที่นี่

3120

ท่านใดที่สนใจเกี่ยวกับหลักสูตรฝึกอบรมการติดตามหนี้ ทวงหนี้อย่างไรให้ได้ผล ได้เงิน รักษาภาพลักษณ์ รักษาลูกค้า/หลักสูตรการป้องกันและการปราบปรามการทุจริตภายในองค์กร/หลักสูตรกฎหมายแรงงาน สำหรับเจ้าหน้าที่ฝ่ายบุคคลหรือผู้บริหารบริษัท สนใจโทร.02-9485700

อ่านต่อได้ที่นี่

576

สืบทุกเรื่องที่คุณอยากรู้ มีเรื่องคาใจอยากรู้ความจริง โทรมาคุยกับกุ้งได้ที่ 081-625-2161หรือ 089-669-5026 \"อย่าปล่อยให้มีเรื่องคาใจ อะไรที่ไม่สบายใจ ต้องหาทางปลดปล่อย สืบให้รู้ความจริง จะได้จบสิ้นกันเสียที สำหรับความทุกข์ที่คาใจมาเป็นเวลานาน อย่าปล่อยให้คนนอกใจลอยนวล\"

อ่านต่อได้ที่นี่

รับแปลเอกสารต่างๆ

อ่านต่อได้ที่นี่

คำพิพากษาฎีกาที่น่าสนใจเกี่ยวกับเหตุหย่าตาม ป.พ.พ. มาตรา 1516

  • คำพิพากษาฎีกาที่น่าสนใจเกี่ยวกับเหตุหย่าตาม ป.พ.พ. มาตรา 1516

     

               ทนายคลายทุกข์ขอนำคำพิพากษาศาลฎีกาที่น่าสนใจเกี่ยวกับการใช้ ป.พ.พ. มาตรา 1516  เป็นเหตุฟ้องหย่านั้น   ทนายคลายทุกข์ได้นำคำพิพากษาโดยย่อมานำเสนอเพื่อให้สอดคล้องกับเหตุหย่า  ซึ่งคำพิพากษาฎีกาที่สำคัญมีดังต่อไปนี้

               คำพิพากษาศาลฎีกาที่1450/2521
                ภริยาแยกไปอยู่บ้านเดิมได้ 25 ปี สามีมิได้ส่งเสียเลี้ยงดู เหตุที่แยกไปเพราะสามีบีบบังคับ เป็นการที่สามีจงใจทิ้งร้างภริยา และไม่เลี้ยงดูภริยา ภริยาหย่าได้

              คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2143/2523
                โจทก์จำเลยเคยทำหนังสือยินยอมหย่ากันตั้งแต่อยู่ในต่างประเทศ แสดงว่าโจทก์จำเลยผิดใจกันรุนแรงขั้นแตกหัก จำเลยเดินทางกลับประเทศไทยมาอยู่ที่บ้านบิดามารดาโจทก์ได้ประมาณ 3 เดือน ก็แยกจากโจทก์ไปอยู่ที่อื่นตลอดมา โดยไม่มีพฤติการณ์ว่าจำเลยมีความประสงค์จะกลับมามีความสัมพันธ์ฉันสามีภริยากับโจทก์แต่ประการใด จำเลยคงมุ่งหวังจะได้เงินจำนวนมากจากโจทก์เมื่อมีการหย่ากันอย่างเดียว ส่อให้เห็นเจตนาของจำเลยได้ว่าการที่จำเลยแยกออกจากโจทก์ไปอยู่ที่อื่นก็เพราะประสงค์จะอยู่กินเป็นภริยาโจทก์เป็นข้อสำคัญ ถือได้ว่าจำเลยจงใจละทิ้งร้างโจทก์ เมื่อเป็นเวลาเกินกว่าหนึ่งปี โจทก์ย่อมฟ้องขอหย่าได้

             คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5747/2531
             จำเลยกล่าวหาว่าโจทก์ทำให้จำเลยถูกบัตรสนเท่ห์ จึงทำร้ายโจทก์แล้วออกจากบ้านไปอยู่กับภริยาเก่า โดยไม่กลับมาอยู่กับโจทก์อีกเลย แม้ปรากฏว่าจำเลยเคยช่วยออกค่าไฟฟ้า ค่าน้ำประปา และค่าโทรศัพท์ในบ้านโจทก์ แต่เมื่อพบกันก็ไม่พูดกัน ดังนี้ ถือว่าจำเลยจงใจทิ้งร้างโจทก์ เมื่อเป็นระยะเวลาเกินกว่าหนึ่งปีก็เป็นเหตุฟ้องหย่าได้ ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1516(4)

               คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2232/2535
               การที่โจทก์อุปการะเลี้ยงดูหรือยกย่องหญิงอื่นฉันภริยาและทำการเป็นปฏิปักษ์ต่อการเป็นสามีภริยา จำเลยไม่สามารถทนอยู่กินกับโจทก์ได้ จึงแยกไปอยู่ที่อื่นนั้น มิใช่เป็นกรณีที่จำเลยจงใจละทิ้งร้างโจทก์ อันจะเป็นเหตุให้โจทก์ฟ้องหย่าได้ แต่กรณีที่โจทก์อุการะเลี้ยงดูหญิงอื่นฉันภริยาและทำการเป็นปฏิปักษ์ต่อการเป็นสามีภริยา จำเลยมีสิทธิฟ้องหย่าได้

                คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1932/2536
                จำเลยเคยขอให้โจทก์หาที่พักต่างหากจากที่อาศัยอยู่กับเพื่อนในค่ายทหารที่จังหวัดนครพนม แต่โจทก์ไม่ดำเนินการ ฉะนั้น การที่จำเลยยังคงทำงานและพักอาศัยอยู่กรุงเทพมหานครจึงเป็นเพราะโจทก์ไม่ขวนขวายหาที่พักอันเหมาะสมเพื่อโจทก์จำเลยจะได้อยู่ร่วมกัน ส่อเจตนาว่าโจทก์ไม่ประสงค์ให้จำเลยไปอยู่ร่วมกันมากกว่า กรณีจึงยังถือไม่ได้ว่าจำเลยจงใจละทิ้งร้างโจทก์อันจะเป็นเหตุให้โจทก์ฟ้องหย่าได้

               คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3411/2537
               โจทก์จำเลยสมรสกันโดยประสงค์ไปอยู่กินฉันสามีภริยากันยังภูมิลำเนาของโจทก์ที่ประเทศเยอรมันตะวันตก แต่เมื่อจำเลยเดินทางถึงประเทศเยอรมันตะวันตกแล้ว จำเลยเปลี่ยนความตั้งใจไม่สมัครใจอยู่กินกับโจทก์อีกต่อไป และทำบันทึกขอหย่ากับโจทก์ในวันที่ 6 ธันวาคม 2527 แล้วเดินทางกลับประเทศไทยโดยไม่ติดต่อกับโจทก์อีกเลยจนกระทั่งโจทก์เดินทางมาพบจำเลยและขอหย่าในปี 2532 การกระทำของจำเลยดังกล่าวถือเป็นการจงใจละทิ้งร้างโจทก์และการละทิ้งร้ายเป็นเวลานานเกิน 1 ปี โจทก์ย่อมฟ้องหย่าจำเลยได้ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1516(4)

" บทความและคำแนะนำของทนายคลายทุกข์เป็นประโยชน์ต่อท่านหรือไม่ "


ความคิดเห็น

  • ความคิดเห็นที่ 7

    สามีและกิ๊กเป็นพนักงานรัฐวิสาหกิจ เพิ่งเริ่มรู้ระแคะระคายว่าสามีไปคบผู้หญิงอื่นที่ทำงานเดียวกันแต่อยู่คนละส่วนงาน เพื่อนที่รู้จักเราเล่าให้ฟังว่าเห็นไปทานข้าวด้วยกัน และตอนเช้า ตอนเย็นเลิกงานที่คนอื่นกลับกันแล้ว ผู้หญิงจะเข้ามาหาสามีที่ห้องซึ่งไม่มีคนอื่นอยู่แล้ว ดิฉันเคยพบด้วยตนเอง 1 ครั้ง ตอน 17.10 น. แต่เค้ายืนคุยกัน และสอบถามผู้หญิงว่าเข้ามาที่ห้องทำงานสามีทำไม งานไม่ได้เกี่ยวข้องกัน เค้าอ้างว่าเอาเอกสารของสามีที่ให้ช่วยทำมาคืนให้ และเคยพบสามีไปทานข้าวกับผู้หญิงคนนี้ั นอกที่ทำงานโดยบังเอิญ 1 ครั้ง โดยผู้หญิงลงจากรถมาก่อนเห็นเราอยู่ในร้านอาหาร เลยรีบโทรให้สามีขับรถหนีออกไป แล้วผู้หญิงเรียกมอเตอร์ไซค์กลับที่ทำงาน เราถ่ายรูปได้แต่ผู้หญิงซ้อนท้ายมอเตอร์ไซค์ และดิฉันได้ copy ข้อมูลการโทรศัพท์จากเลขหมายบนโต๊ะทำงานของผู้หญิงที่โทรเข้าหามือถือสามีได้ ช่วงเวลาต่าง ๆ เช่น 07.45 น. ระยะเวลาคุย 1.45 นาที , 11.45 น. ระยะเวลาคุย 0.45 นาที , เวลา 16.55 น. ระยะเวลาคุย 1.20 นาที และมีข้อความค้นหาใน Googleของสามี ที่ค้นหา โรงแรมม่านรูด แถวที่ทำงาน , หาซื้ออุปกรณ์ช่วยเหลือทางเพศ, และลายมือสามีที่จดพิกัดนำทาง GPS ไปยังร้านจำหน่ายอุปกรณ์ทางเพศ แค่นี้พอจะฟ้องร้องเอาผิดผู้หญิงที่มายุ่งกับสามีคนอื่นได้หรือยังคะ (ไม่ได้ฟ้องหย่าสามี) ถ้าได้จะจ้างทนายคลายทุกข์ช่วยฟ้องร้องให้ แต่ถ้าเอาหลักฐานขนาดไปอยู่ในโรงแรมคงทำได้ไม่ถึงขั้นนั้น เพราะที่ทำงานเราอยู่ไกลกับสามีพอสมควร ไม่สามารถไปเผ้าช่วงเที่ยงได้ แต่มีคนรู้และเห็นผู้หญิงคนนี้เดินกับสามีดิฉัน 2 ต่อ 2 ในที่ทำงาน บ่อย แต่ผู้ชายยังไม่เคยขนาดนำออกงานไปงานเลี้ยงฯ อยากปรึกษาว่าทำอย่างไรได้บ้าง ผู้หญิงคนนี้เรียนจบปริญญาเอก

    โดยคุณ khusuma  (203.113.0.206)     16 พ.ค. 2557

  • ตอบกลับความคิดเห็นที่ 7

    ท่านควรนำพยานหลักฐานดังกล่าวมาพบและปรึกษาทนายเพื่อประเมินรูปคดีดำเนินการฟ้องเรียกค่าทดแทนจากหญิงนั้นต่อไปตาม ป.พ.พ.มาตรา 1523 วรรคสอง

    โดยคุณ ทีมงานทนายคลายทุกข์ (สมาชิก)  (58.136.20.20)     6 มิ.ย. 2557

  • ความคิดเห็นที่ 6

     อยากจะทราบว่า ดิฉันแยกกันอยู่กับสามี มา 1 ปี 6 เดือน แล้วอยากจะหย่ามาก 

    เราจะเบียนที่เมืองไทย แต่สามีดิฉันเป็นคนฮ่องกง สาเหตุที่แยกกันอยู่

    1: ที่บ้านสามีเป็นคนจีนเขารับเราไม่ได้มีปัญหาอยู่บ่อยครั้ง

    2: สามีมีปัญหาเรื่องบนเตียง 

    แต่เขาให้ค่าเลี้ยงดูดิฉันเท่าที่เขาจะทำได้ เพราะก่อนแต่งานกันดิฉันได้ตั้งท้องแต่เอาลูกไว้ไม่ได้เพราะดิฉันท้องนอกมดลูก แล้วต้องตัดปีกมดลูกออกไปด้วย จึงบอกกับเขาว่าต้องรับผิดชอบ แต่แบบนี้จะฟ้องหย่าได้ยังไรค่ะ ช่วยทีต้องการทนายดีที่สุด 

    เห

    โดยคุณ Kanokkan sriphuthon   (41.13.220.135)     14 พ.ค. 2557

  • ตอบกลับความคิดเห็นที่ 6

    การหย่าตามกฎหมายจะทำได้แต่โดยความยินยอมของทั้งสองฝ่าย หรือโดยคำพิพากษาของศาลตาม ป.พ.พ.มาตรา 1514 ดังนี้ หากท่านประสงค์ดำเนินคดีหย่าด้วยการฟ้องหย่า ท่านจำต้องพบและปรึกษาทนายเพื่อประเมินรูปคดีดำเนินการต่อไป

    โดยคุณ ทีมงานทนายคลายทุกข์ (สมาชิก)  (58.136.20.13)     29 พ.ค. 2557

  • ความคิดเห็นที่ 5

    สามีไปติดหมอนวดชาวพม่าดิฉันจับได้และขอหย่า แต่สามีไม่ยอมหย่าเพราะกลัวดิฉันจะแบ่งสินสมรส และสามีแยกห้องนอนกับดิฉันเป็นเวลา 1 ปีแล้ว ดิฉันจะฟ้องหย่าสามีกรณีแยกห้องนอนกันอยู่ได้ไหมคะ  

    โดยคุณ อร  (125.25.15.184)     22 มิ.ย. 2556

  • ตอบกลับความคิดเห็นที่ 5

    เหตุการณ์ที่สามีและภริยาแยกห้องนอน และไม่มีเพศสัมพันธ์ต่อกัน ไม่ใช่เหตุฟ้องหย่าตามกฎหมายที่สามีหรือภริยาจะอ้างเป็นเหตุฟ้องหย่าอีกฝ่ายหนึ่งได้ ตาม ป.พ.พ.มาตรา 1516 แต่การที่สามีอุปการะเลี้ยงดูหรือยกย่องหญิงอื่นฉันภริยาหรือร่วมประเวณีกับผู้อื่นเป็นอาจิณ ท่านฟ้องหย่าสามีโดยอาศัยเหตุฟ้องหย่านี้ได้ตาม ป.พ.พ.มาตรา 1516(1)

    โดยคุณ ทีมงานทนายคลายทุกข์ (สมาชิก)  (58.136.20.30)     2 ก.ค. 2556

  • ความคิดเห็นที่ 4

     สามีภรรยาจดทะเบียนและมีบุตรด้วยกันหนึ่งคน และตั้งแต่ที่บุตรคลอดสามีได้ออกจากบ้านที่อยู่กินกัน โดยส่งค่าใช้จ่ายมาให้บ้างแต่น้อยมาก และบ้างครั้งก็มาพบลูกบ้างแต่ไม่ได้พักที่บ้าน ตอนนี้เวลาาผ่านไปปีเศษแล้ว สามารถฟ้องหย่าได้ไหม และหากบางครั้งที่มาหาลูกพักที่บ้านบ้างแต่ไม่มีอะไรกันและแยกห้องนอน จะฟ้องได้ไหม

    โดยคุณ Nop  (61.7.170.123)     15 พ.ค. 2556

  • ความคิดเห็นที่ 3

    ถ้าสามี ไปมีกิ๊ก หรือชู้ โดยนำหญิงผู้นั้่นออกหน้าออกตาทางสังคม เพื่อนฝูง แนะนำให้รู้จักในฐานะ "แฟน" โดยที่เราไม่ยินยอม เราสามารถฟ้องฝ่ายหญิงเพื่อเรียกร้องค่าเสียหายได้หรือไม่คะ

    โดยคุณ Som  (118.173.65.173)     14 พ.ย. 2555

  • ตอบกลับความคิดเห็นที่ 3

    หากท่านเป็นภริยาชอบด้วยกฎหมาย ก็มีสิทธิฟ้องเรียกเอาค่าทดแทนจากหญิงคนดังกล่าวฐานที่แสดงตนโดยเปิดเผยเพื่อแสดงว่าตนมีความสัมพันธ์กับสามีในทำนองชู้สาวนั้นได้

    โดยคุณ ทีมงานทนายคลายทุกข์ (สมาชิก)  (58.136.20.5)     29 พ.ย. 2555

  • ความคิดเห็นที่ 2

    สมมุติว่าถ้าสามีภรรยาคู่นึงแต่งงานแต่ภรรยาได้ออกจากบ้านชายไปเป็นเวลาหนึ่งปี พร้อมกับผู้หญิงไปมีความสัมพันกับชายอื่น  แต่ฝ่ายชายยังไม่สามารถหาหลักฐานได้ เลยได้ใช้วิธีที่ใช้เมลเอดเข้าไปคุยกะฝ่ายหญิงหลอกถามฝ่ายหญิงเรื่องเกี่ยวกับผู้ชายที่ฝ่ายหญิงคบ  ไม่ทราบว่าจะเอาข้อไหนมาฟ้องหย่าได้บ้าง

    โดยคุณ ivy  (58.8.91.144)     17 พ.ค. 2553

  • ตอบกลับความคิดเห็นที่ 2

    เหตุฟ้องหย่า ตาม ป.พ.พ. มาตรา 1516 (1),(4) ดังนี้
    (1) สามีหรือภริยาอุปการะเลี้ยงดูหรือยกย่องหญิงอื่นฉันภริยาหรือสามีเป็นชู้หรือมีชู้ หรือร่วมประเวณีกับผู้อื่นเป็นอาจิณ อีกฝ่ายหนึ่งฟ้อหย่าได้
    (4) สามีหรือภริยาจงใจละทิ้งร้างอีกฝ่ายหนึ่งไปเกินกว่าหนึ่งปี อีกฝ่ายฟ้องหย่าได้
    - คุณสามารถนำเหตุหย่าดังกล่าวข้างต้นมาเป็นเหตุฟ้องหย่าได้

    โดยคุณ ทีมงานทนายคลายทุกข์ (สมาชิก)  (58.136.10.45)     21 พ.ค. 2553

  • ความคิดเห็นที่ 1

    อยากทราบว่า...ในกรณีที่ภรรยาแยกกันอยู่กับสามีประมาณ4ปีแล้ว ด้วยเหตุที่ว่าสามีวิตถารในการมีเพศสัมพันธุ์กับภรรยา(ร่วมทางทวาร)ทำให้ภรรยาแยกไปอยู่ดูแลแม่ของตนและไม่ประสงค์จะมาอยู่กับสามีอีก หลังจากที่แยกกันอยู่นั้นสามีชอบโทรศัพท์มารบกวนใช้ถ้อยคำวาจาที่ไม่สุภาพดูถูกต่างๆในเชิงชู้สาว อีกทั้งสามีชอบดื่มเหล้าเที่ยวผู้หญิงบริการบางครั้งเมามาก็ชอบใช้กำลังกับภรรยาเพื่อต้องการมีเพศสัมพันธุ์อีกทั้งภรรยาก็สุขภาพไม่ค่อยดีและในขณะที่แยกกันอยู่นั้นสามีแอบไปทำนิติกรรมสัญญาต่างๆโดยภรรยาไม่ได้รู้เห็นด้วยเลยไม่ว่าจะเป็นการกู้นอกระบบหรือภายในระบบก็ตามและมีการปลอมลายเซ็นของภรรยาด้วย  อีกเรื่งนึงคือภรรยารู้ว่าสามีคบหญิงอื่นและพามานอนที่บ้านพักบ่อยมาก

      หากจะฟ้องหย่าสามีนั้นภรรยาจะอ้างมาตรา1516อนุใดได้บ้างครับในการฟ้องต่อศาลและพยานหลักฐานฝ่ายภรรยาก็มิได้มีเลยเพราะเป็นเรื่องภายในจึงไม่อาจมีพยานบุคคลใดที่ภรรยาจะยกมาเป็นข้อต่อสู้สามีได้ ช่วงที่แยกกันอยู่นั้นสามีก็มีการโอนเงินให้ภรรยาใช้บ้างแต่ไม่มากและเท่าที่ทราบภรรยามิได้ต้องการใช้เงินของสามีเท่าไหร่แต่ที่รับไว้นั้นก็เพราะเห็นว่าสามีต้องเยียวยาจิตใจของตนบ้างประมาณว่าให้มาก็รับไว้อีกทั้งก็มิได้เรียกร้องเงินแต่ประการใดเลยตั้งแต่แยกกันอยู่

     ฝ่ายสามีต่อสู้ว่าตนมิได้ทิ้งร้างภรรยาเกินกว่าที่กฎหมายกำหนดแต่ประการใดเพราะได้ส่งเงินให้ใช้โดยมีหลักฐานการโอนเงินจากธนาคาร

    ผมต้องรบกวนถามว่าคดีแบบนี้ฝ่ายหญิงมีโอกาสชนะไม๊ครับ(สงสาร)

    หากจะสู้ควรจะสู้แบบไหนครับ

                              ต้องรบกวนพี่ๆที่เก่งกฎหมายช่วยแนะนำให้ผู้ที่เหมือนตกนรกทั้งเป็นขึ้มาทีเถิดครับถือเอาเป็นบุญละกัน

                                                               ขอบพระคุณอย่างสูง

    โดยคุณ นายกฤตภาส โสธรธรรมสถิต  (113.53.104.81)     20 มี.ค. 2553

  • ตอบกลับความคิดเห็นที่ 1

    - อ้างมาตรา 1516 (1),(7)
    - เหตที่ชายส่งเงินให้หญิงใช้บ้าง ไม่สามารถนำมาเป็นเหตุไม่ให้ฟ้องหย่าไม่สามารถทำได้
    - โอกาสที่ศาลจะสั่งให้หย่ามีมาก แนะนำให้ท่านแต่งตั้งทนายความเพื่อฟ้องหย่า ส่วนจะสู้คดีแบบไหนทนายความจะดำเนินการตามมาตราดังกล่าว หากต้องการทนายความที่มีความสามารถในการฟ้องหย่า ติดต่อ 02-9485700

    โดยคุณ ทีมงานทนายคลายทุกข์ (สมาชิก)  (58.136.10.1)     21 มี.ค. 2553

แสดงความคิดเห็น

  •    
    ชื่อ
    เมล์
    ความคิดเห็น
    ตัวเลขที่เห็น
     แจ้งทาง e-mail เมื่อมีผู้ตอบกระทู้นี้

เข้าสู่ระบบ

คุณสามารถ สมัครสมาชิกได้ที่นี่...

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ข่าวที่มีผู้อ่านมากที่สุดในหมวด

ข่าวที่ถูกค้นมากที่สุดในหมวด